ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ใบกำกับแบบใหม่เข้ม
กันคนปลอม!
ลองของเอาผิดถึงที่สุด

ใบกำกับชุดเดิมปัญหาสารพัดรูปแบบ ปลอมกันทั่วบ้านทั่วเมือง คนบริสุทธ์เลี้ยงตามกรอบพลอยซวยโดนหางเลขไปด้วย ห้องเย็นประกาศไม่ซื้อ เกษตรกรเจ้าของชื่อบอกเกิดมาเลี้ยงแต่กุ้งดำไม่เคยเลี้ยงกุ้งขาว ทำไมกุ้งขาวถึงโผล่มาอยู่ในใบกำกับของตนได้ แถมใส่สารตกค้างให้อีก ประมงเปิดประชุมเครียดทำใบกำกับใหม่ ใครปลอมโทษมหันต์
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2547 ที่ผ่านมา กรมประมงได้เชิญตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนตลาดกลาง และตัวแทนจากห้องเย็น ร่วมประชุมหาข้อสรุปเรื่องใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (MD) ณ ห้องประชุมกรมประมง โดยมี นายสมยศ สิทธิโชคพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง เป็นประธานในการประชุม มีผู้ร่วมเข้าประชุมประมาณ 30 ท่าน บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความตรึงเครียดกินเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ถึงจะหาข้อสรุปได้

เตรียมโละแบบเก่าเร็วนี้
สำหรับใบกำกับลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่กรมประมงออกอยู่ในปัจจุบันนี้ พบว่ามีการปลอมแปลงกันมาก อาทิเช่น รายของนายจักรินทร์ เพชรเจริญ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกลุ่มบางกะไชย ถูกพวกปลอมใบกำกับอ้างว่าเลี้ยงกุ้งขาว และในกุ้งขาวชุดดังกล่าวถูกตรวจพบว่ากุ้งมีสารตกค้าง ทำให้ห้องเย็นในจันทบุรีประกาศไม่ซื้อกุ้งจากฟาร์มของนายจักรินทร์ แต่ความเป็นจริง นายจักรินทร์ ไม่เคยเลี้ยงกุ้งขาวเลย ใบกำกับดังกล่าวจึงเป็นใบปลอม ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรผู้บริสุทธิ์ต้องมีมลทิน นอกจากนี้ยังพบกรณีเช่นนี้อีกหลายแห่ง ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งเกษตกรเหล่านั้นได้ร้องเรียนถึงกรมประมงและเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้รับการพิสูจน์หรือจับผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด

แบบใหม่คนเลี้ยงลงตามจริง
จากก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและกรมประมง เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 47 โดยหลังจากการประชุมครั้งนั้น กรมประมงได้ร่างระเบียบของใบกำกับแบบใหม่ออกมาคร่าวๆ และในการประชุมในครั้งนี้จึงนำระเบียบดังกล่าวมาหาข้อสรุปอีกครั้ง โดยรายละเอียดได้แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1.เป็นส่วนของข้อมูลผู้เลี้ยง เกษตรกรต้องระบุ ชื่อผู้เลี้ยง เลขทะเบียนฟาร์ม ที่ตั้งฟาร์ม ขนาดบ่อจำนวนกี่ไร่ มาตรฐานฟาร์มว่าอยู่ในมาตรฐานซีโอซี จีเอพี หรือว่าอยู่ในขั้นปลอดสารพิษ ชื่อสัตว์น้ำ ปริมาณที่จับโดยประมาณ พร้อมทั้งลงชื่อกำกับระหว่างผู้เลี้ยงและเจ้าหน้าที่กรมประมง พร้อมประทับตรากรมประมง ส่วนใบกำกับที่ออกโดยชมรม/สมาคม ให้เจ้าหน้าที่ชมรม/สมาคมเป็นผู้ลงนามกำกับ พร้อมประทับตราชมรม/สมาคม
ในส่วนที่ 1 ในที่ประชุมได้มีการเพิ่มเติม ในส่วนของข้อมูลโรงเพาะฟัก โดยขอให้มีการระบุถึงที่มาของกุ้งพีว่ามาจากโรงเพาะฟักไหนเพื่อจะได้ตรวจสอบถึงแหล่งที่มาได้ และขอความร่วมมือกับเกษตรกรในการระบุน้ำหนักของกุ้งที่จับ ให้บันทึกตามความเป็นจริง และปัญหาของเกษตรกรอีกข้อหนึ่ง คือ การไม่มีเลขทะเบียนฟาร์ม

ขายแบบเหมาก็ต้องระบุ
สำหรับในส่วนที่ 2 เป็นข้อมูลของผู้ซื้อจากฟาร์ม ผู้ซื้อต้องระบุชื่อผู้ซื้อ ที่อยู่ของสถานประกอบการ เลขทะเบียนผู้ประกอบการ วันที่ซื้อ ขนาดไซซ์ที่ทำการซื้อและปริมาณที่ซื้อ พร้อมทั้งลงนามของผู้ซื้อและผู้ขายให้ชัดเจน รวมทั้งน้ำหนักรวม ในส่วนนี้เกษตรกรได้ชี้แจงว่า กรณีที่เกษตรกรขายแบบเหมารวมจะไม่สามารถระบุไซซ์และปริมาณได้ ดังนั้นให้เขียนกำกับไว้ว่า ขายแบบเหมารวม และให้ผู้ซื้อและผู้ขายลงนามรับรองทันที ณ วันที่ขาย
ส่วนที่ 3 เป็นข้อมูลของแพ/ตลาดกลาง โดยในรายละเอียดให้ระบุ ชื่อผู้ซื้อ เลขทะเบียนประกอบการ วันที่ซื้อ ที่อยู่ ขนาดไซซ์ที่ทำการซื้อและปริมาณที่ซื้อ ปริมาณรวม และลงนามของผู้ซื้อกับผู้ขายกำกับ

ใครซื้อมากได้ใบจริง
ส่วนที่ 4 เป็นข้อมูลของโบรกเกอร์หรือตัวแทนซื้อของโรงงาน ในส่วนนี้จะทำการถ่ายสำเนาแยกเป็นหลายใบ ทำให้มีการปลอมแปลงได้ ดังนั้นในที่ประชุมจึงใช้เวลาในการพิจารณากันนานเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงให้มากที่สุด โดยโบรกเกอร์ต้องระบุรายละเอียดดังนี้ ชื่อผู้ประกอบการ เลขทะเบียนผู้ประกอบการ สถานที่ตั้งโรงงาน ขนาดไซซ์ที่ทำการซื้อขาย ปริมาณการซื้อขาย ปริมาณคงเหลือ วันที่ทำการซื้อ และให้ผู้ขายและผู้ซื้อลงนามรับรอง โดยระบุลงไปด้วยว่าเป็นผู้ซื้อรายที่เท่าไร
นายอานนท์ อารีราษฎร์ เลขาธิการชมรมผู้เลี้ยงคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง เสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมว่า ควรให้มีการบันทึกปริมาณที่แต่ละรายทำการซื้อสินค้าไป เช่น รายที่ 1 ซื้อสินค้าไปจำนวนเท่าไรและยอดเหลือเท่าไร ไซซ์อะไรบ้างที่ซื้อ จนกระทั่งถึงรายสุดท้ายที่ซื้อสินค้า เพราะว่าการขายกุ้งจะบอกว่าเป็นการขายพร้อมกันครั้งเดียวหมดเป็นไปไม่ได้ บางรายมาซื้อเฉพาะไซซ์ใหญ่ บางรายซื้อไซซ์กลาง แต่กุ้งที่ขายกันถึงแม้จะจับมาจากเป็นบ่อเดียวกันแต่ก็มีหลายไซซ์ ดังนั้นจึงเห็นว่าควรระบุปริมาณและไซซ์ ปริมาณคงเหลือเท่าไรให้ชัดเจน เมื่อมีตัวเลขปริมาณคงเหลือชัดเจน เชื่อว่าสามารถป้องกันการปลอมแปลงอีกระดับหนึ่งได้
นอกจากนี้ในที่ประชุมได้ลงความเห็นในเรื่องต่างๆ ดังนี้ สำหรับใบกำกับตัวจริง จากมติที่ประชุมเห็นสมควรจะมอบให้กับโบรกเกอร์ที่ซื้อกุ้งในปริมาณมากที่สุดไป ส่วนรายอื่นที่ทำการซื้อให้ทำการถ่ายสำเนาแทน

ใครปลอมโดนแน่
ในส่วนที่ 5 เป็นข้อมูลของโรงงานแปรรูป เมื่อโบรเกอร์ซื้อกุ้งมาแล้วจะนำมาขายให้แก่โรงงานแปรรูปหรือห้องเย็น โรงงานจะเป็นผู้ซื้อดังนั้นต้องลงรายละเอียด ชื่อผู้ประกอบการ เลขทะเบียนผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง ขนาดไซซ์ ปริมาณการซื้อ วันที่ซื้อ รหัสวัตถุดิบ และลงนามร่วมกันระหว่างโบรกเกอร์ของโรงงานกับโรงงาน นอกจากนี้ทางเกษตรกรขอให้กรมประมงมีบทลงโทษ แก่ผู้ที่ทำการปลอมแปลงใบกำกับเพื่อให้เป็นการหลาบจำ ทางด้าน ผอ.สมยศ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกรมประมงจะส่งให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ และจะแจ้งให้กับทางประมงจังหวัดทุกจังหวัดรับทราบและดำเนินการต่อ หากพบว่าพื้นที่ไหนมีการปลอมแปลงจะให้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดนั้นๆ เข้าไปดำเนินการเอาความผิดแก่ผู้ปลอมแปลงต่อไป

ยังใช้ใบกำกับเก่าอยู่
สำหรับใบกำกับชุดเก่าที่มีการใช้ในปัจจุบัน ทางกรมประมงได้เสนอว่า ควรทำการสลักหลังสำหรับใบที่ถ่ายสำเนา โดยเพิ่มข้อมูลดังนี้ ระบุฉบับที่ จากทั้งหมดกี่ฉบับรวมตั้งแต่ต้นฉบับ ชื่อผู้ซื้อ ที่อยู่ เลขทะเบียนผู้ประกอบการ ขนาดไซซ์ และปริมาณการซื้อ และลงนามรับรองจากผู้ขายและผู้ซื้อ และทำการใช้ใบกำกับชุดเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากกรมประมงเท่านั้น โดยหลังจากการประชุมครั้งนี้แล้วเจ้าหน้าที่จะทำการร่างใบกำกับขึ้นมาใหม่และส่งมอบให้อธิบดีเซ็นอนุมัติใช้ต่อไป คาดว่าไม่เกิน 1-2 เดือนนี้แน่นอน

ไม่มีเลขทะเบียนฟาร์มขายกุ้งไม่ได้
สำหรับปัญหาของเกษตรกรที่สมาคม/ชมรม หรือเจ้าหน้าที่กรมประมง ประสบคือ เกษตรกรหลายรายไม่มีหมายเลขทะเบียนฟาร์ม เมื่อไปขอใบกำกับจากเจ้าหน้าที่กรมประมงจึงไม่สามารถออกได้ ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันรณรงค์ ให้ความเข้าใจแก่เกษตรกรว่าการขึ้นทะเบียนฟาร์มมีความจำเป็นเพียงใด และให้เร่งไปขอขึ้นทะเบียนฟาร์มเพื่อความสะดวกของตนเองโดยด่วน
คุณกานดา ไกรขจรกิตติ ผู้จัดการสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า "ในเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจทั้งกรมประมงและภาคผู้เลี้ยงเช่นกัน คิดว่าในการขึ้นทะเบียนฟาร์มทางกรมประมงได้มีการประกาศให้เกษตรกรรับทราบไปนานแล้ว และทางชมรม/สมาคมเองก็มีการประชาสัมพันธ์ไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีเกษตรกรบางรายที่ไม่ทราบเรื่อง เห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกฝ่ายที่จะช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนทราบต่อไป เพราะถ้าไม่มีเลขทะเบียนฟาร์มก็จะไม่สามารถขอใบกำกับได้ ตรงนี้ขอความเห็นใจแทนผู้ส่งออกด้วย เมื่อไม่มีใบกำกับผู้ส่งออกก็ขายสินค้าไม่ได้เช่นกัน ถ้าปลายทางขายไม่ได้ ต้นน้ำก็ลำบากเช่นกัน"

นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 23 ปักษ์แรก ประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster