ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

สมดุลของธรรมชาติในบ่อกุ้ง (ต่อ)
ธนพล สามย่านฟาร์ม ระยอง



เผอิญได้เจอกับ คุณวิษณุ หยกจินดา ก็ได้คุยกันเรื่องกากตะกอนอ้อย คุณวิษณุกล่าวว่าเรื่องนี้เขาใช้มา 2-3 ปีแล้ว เพราะได้คุยกับ ดร.สถาพร ดิเรกบุษราคม แล้วดร.สถาพรได้แนะนำให้ทดลองใช้ดู พอใช้แล้วผลที่ได้ดีมาก ก็เลยถามว่าได้ดีมาตลอดเลยหรือ คุณวิษณุตอบว่าการเลี้ยงกุ้งไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีวิธีการใดที่จะให้ผล 100% ทุกครั้ง เรื่องของผลสำเร็จในการเลี้ยงกุ้ง พวกเรามักจะไม่ค่อยพูดความจริงกัน จะพูดแต่สิ่งที่ดี (คือได้) ส่วนที่เสียหรือไม่ดีจะไม่พูด ตัวเขาเองยอมรับว่าก็มีเสียบ้างเป็นธรรมดา แต่ถัวเฉลี่ยแล้วถือว่าได้และค่อนข้างดี สำหรับเรื่องกากตะกอนอ้อยก็ให้ผลดีกว่าไม่ได้ใช้
ในตอนที่ผ่านๆ มาเราก็ได้พูดถึง กลไกต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับดินก้นบ่อ ได้อธิบายว่าเมื่อใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยหมักลงไปที่ดินก้นบ่อแล้วทำการไถพรวนนั้นจุลินทรีย์ทำงานอย่างไร ทำไมถึงให้ผลที่ดีขึ้นได้ ก็ต้องขอกล่าวว่าวิธีการนี้ก็คือการทำให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติในดินพื้นบ่อกุ้ง ทุกขั้นตอนสามารถอธิบายได้ด้วยกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่คนที่ทำส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ ถ้าไม่เจอปัญหาเรื่องโรคระบาด ก็เป็นแนวทางที่น่าจะลองปฏิบัติดู แล้วได้ผลอย่างไรก็ขอให้ส่งข้อมูลมาบ้าง ส่งมาที่หนังสือพิมพ์ข่าวกุ้งไทยนี้ก็ได้ จะได้รู้ว่าวิธีการนี้ใช้ได้หรือไม่ ก็ขอย้ำอีกทีว่าการเลี้ยงกุ้งไม่มีสูตรสำเร็จ ฉะนั้นท่านอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือเพิ่มลดปริมาณของสิ่งที่ให้ใช้ เพื่อให้เหมาะกับบ่อของท่าน
ในตอนนี้เราจะมาพูดกันต่อ ในเรื่องของน้ำในบ่อกุ้ง ก่อนอื่นเรามาดูกันที่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในบ่ออย่างหนึ่ง เวลาที่กุ้งในบ่อที่กุ้งติดดีและกินดี กินวันละ 70-80 กิโลกรัมขึ้นไป พอย่างเข้าเดือนที่ 3 สีน้ำในบ่อจะเริ่มเข้ม แอมโนเนียจะเริ่มสูงขึ้นตามมาด้วยไนไตร์ทและไนเตรท บางครั้งใส่จุลินทรีย์เพิ่มการตีน้ำก็ยังไม่สามารถลดแอมโมเนียลงได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะได้กล่าวมาตอนต้นแล้วว่า จุลินทรีย์ที่จะกินแอมโมเนียหรือย่อยสลายแอมโมเนียให้กลายเป็นไนไตร์ท นั้นคือจุลินทรีย์พวกไนโตรโซโมนาสเท่านั้น ซึ่งในจุลินทรีย์แบบผงนั้นไม่มี การใส่จุลินทรีย์แบบผงลงบ่อ จึงไม่สามารถช่วยอะไรเลย ถ้าจะถามว่าแล้วในบ่อมีพวกไนโตรโซโมนาสอยู่หรือเปล่า ก็ต้องตอบว่ามี แต่ปริมาณไม่พอ ไม่สมดุลกับปริมาณแอมโมเนียที่เกิดขึ้น กล่าวคือจุลินทรีย์ไนโตรโซโมนาสขยายตัวไม่ทันกับปริมาณแอมโมเนียที่เกิดขึ้น
ที่ว่าถ้าซีเอ็นเรโชไม่เหมาะสมการทำงานของจุลินทรีย์จะไม่ดี ก็คือจุลินทรีย์จะใช้คาร์บอนเป็นแหล่งพลังงานและเอาไนโตรเจนไปสร้างตัวของมัน ถ้าขาดคาร์บอนจุลินทรีย์ไนโตรโซโมนาสก็จะขยายตัวได้ช้าหรือไม่ได้เลย แอมโมเนียก็เลยค้างอยู่ไม่ย่อยสลายไปเป็นไนไตร์ท เราสามารถเติมแหล่งคาร์บอนลงในบ่อได้ตั้งแต่เริ่มต้นปล่อยกุ้ง ด้วยการใช้รำละเอียดสาดลงบ่อ ในช่วงก่อนเช็คยอได้ก็ให้ไปวันละ 1 กิโลกรัม เมื่อเช็คยอได้แล้วก็ให้ 20% ของอาหาร 1 วัน สามารถให้ได้ตลอดการเลี้ยง ถ้าจุลินทรีย์ขยายตัวได้มากก็จะไปดึงแอมโมเนียมาใช้มาก สีน้ำหรือแพลงก์ตอนก็เลยไม่ค่อยเข้ม เพราะขยายตัวได้น้อยเนื่องจากขาดอาหาร (แอมโมเนีย) ถึงแม้สีน้ำจะไม่เข้มก็มีสิทธิ์ที่จะดรอป ถ้าดรอปผลก็เหมือนกับเวลาที่สีน้ำเข้ม เราต้องคอยระวังด้วยการตรวจสอบพีเอชทุกเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าพีเอชตกลงมากก็ต้องแก้ ไม่ควรให้พีเอชต่ำกว่า 7.6 ถ้าเริ่มตก ก็ให้เติม MgO วันละครึ่งกระสอบต่อบ่อ 3-4 ไร่ อย่าไปใส่อะไรลงบ่อทีเดียวมากๆ เพราะจะทำให้กุ้งเครียด เราวัดเช้าแล้วไปใส่กลางคืน เช้าวัดอีกถ้ายังไม่ได้ก็ใส่อีกในเวลากลางคืนเช่นเดิม ทำเช่นนี้จนกว่าพีเอชจะได้ ถ้าพีเอชเริ่มสูงขึ้นเกินกว่า 8.2 แสดงว่าสมดุลธรรมชาติในบ่อเริ่มจะเอนมาทางแพลงก์ตอนแล้ว สีน้ำจะเริ่มเข้มขึ้นก็ต้องใส่น้ำสกัดชีวภาพและรำละเอียดเพิ่ม
ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับการชักคะเย่อกันระหว่างขบวนการเฮทเทโรทรอฟิก (Heterotrophic) กับขบวนการออโตทรอฟิก (Autotrophic) ดังที่ได้กล่าวมาในตอนที่หนึ่ง หรือจะพูดง่ายๆ ว่า มันเป็นการชักคะเย่อกันระหว่างระบบที่แพลงก์ตอนบลูม กับระบบที่จุลินทรีย์บลูม
ถ้าจุลินทรีย์บลูมมากและระบบสมดุลของธรรมชาติในบ่อดี ก็จะเกิดตะกอนจุลินทรีย์ (Bacteria Floc) ลอยอยู่ในน้ำ หรือที่มีหลายๆ ท่านเรียกว่ามวลน้ำ (ครับสำหรับตอนนี้ก็ขอเป็นแค่นี้ก่อน เอาไว้ต่อในฉบับหน้า)
นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 23 ปักษ์แรก ประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster