ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.


กุ้งก้ามกรามโกอินเตอร์?
สั่งเดือนละ10ตัน ผู้ดีซื้อตรงจากฟาร์ม

ข่าวดีกุ้งก้ามกรามไทย เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง เน้นปล่อยบาง เลี้ยงแบบชีวภาพ กรมประมงไล่แจกจีเอพีให้ตรึม ผลบุญส่งถึงคนเลี้ยง ผู้ดีอังกฤษทราบข่าวบินตรงมาซื้อถึงฟาร์ม ชอบใจใช้มาตรฐานอียูตรวจผ่าน การันตีกุ้งก้ามกรามไทยปลอดสารตกค้าง 100% สั่งไปล็อตแรก 6.5 ตัน ยาหอมจะกลับมาซื้ออีกเดือนละ 10 ตัน

มอบหนังสือขอบคุณนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 และ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด นำโดยนายนิธิศ ภัทรกุลชัย นายกสมาคมฯ นายสมปอง ชาววังไทร เลขาธิการสมาคมฯ และนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายกุ้งก้ามกราม และประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้งคุณภาพ จ.ราชบุรี พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามอีกจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปมอบหนังสือและกระเช้าขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ และนายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ช่วยแก้ไขปัญหาราคากุ้งก้ามกรามตกต่ำ ทำให้ปัจจุบันกุ้งก้ามกรามมีราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ในหนังสือขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีรายละเอียด ดังนี้
ตามที่สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ได้เสนอปัญหาให้ ฯพณฯ พิจารณาช่วยเหลือแก้ไขราคากุ้งขาวและกุ้งก้ามกรามตกต่ำ สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืดขอขอบพระคุณ ฯพณฯ เป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณามอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ นำโดย ฯพณฯ วัฒนา เมืองสุข ดำเนินการช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน ได้เชิญข้าพเจ้าและสมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2547 และมีการทำโครงการรณรงค์ขยายตลาดภายในประเทศอย่างเร่งด่วน มีการจัดเทศกาลกินกุ้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด และยังได้เจรจากับห้างฯ ขอให้จัดจำหน่ายกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม โดยมีกลุ่มผู้เลี้ยงเป็นผู้จัดส่งให้ ผ่านองค์กรการคลังสินค้า ทำให้ตลาดกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม มีปริมาณซื้อขายเพิ่มมากขึ้น และราคากุ้งเกือบทุกขนาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าพอใจ
ผลการจัดรณรงค์กินกุ้ง ทำให้ผู้เลี้ยงที่เคยถูกแพรับซื้อหรือพ่อค้าคนกลางกดราคา มีช่องทางขยายกุ้งมากขึ้น ปริมาณกุ้งที่เคยเสนอขายแพได้ลดลงอย่างมาก และมีการเสนอราคาซื้อขายสูงขึ้นเป็นผลดีแก่ผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะที่การส่งออกกำลังมีปัญหาเช่นปัจจุบัน การพึ่งพาตนเองโดยใช้ตลาดในประเทศก็เป็นทางออกที่ดี และสร้างความแน่นอนแก่ผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าและคณะกรรมการ สมาชิก กราบขอความกรุณาจาก ฯพณฯ ให้หาทางสนับสนุนการส่งออกกุ้งให้มากขึ้น เนื่องจากปริมาณกุ้งที่มีจำนวนมาก การจะอาศัยตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอ จึงขอความกรุณา ฯพณฯ ให้ความช่วยเหลือต่อด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง (ลงชื่อนายนิธิศ ภัทรกุลชัย)

เผยเหตุกุ้งก้ามกรามราคาตก
นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ฝ่ายกุ้งก้ามกราม และประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้งคุณภาพ จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 พ.ค เรานำกระเช้าและหนังสือแสดงความขอบคุณ มามอบให้กับ นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ และนายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน และในวันที่ 26 พ.ค. เราก็นำกระเช้าและหนังสือไปมอบให้กับท่าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่เนื่องด้วยท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจแถลงผลงานรัฐบาล จึงให้นายยงยุทธ์ ติยะไพรัช มารับมอบแทน การที่เรามอบกระเช้าและหนังสือขอบคุณก็เพื่อเป็นกำลังใจที่ท่านได้ช่วยเหลือเรา โดยการรณรงค์ให้มีการบริโภคกุ้งทั่วประเทศ เป็นการขยายฐานการตลาด และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทราบว่า ตอนนี้กุ้งก้ามกรามของเราไม่มีสารตกค้างแล้ว และขายในราคาไม่แพงมาก ประชาชนสามารถบริโภคกุ้งได้มากขึ้น และเกษตรกรก็ขายกุ้งได้มากขึ้น
นายประกอบ กล่าวถึงสาเหตุปัญหาราคากุ้งก้ามกรามตกต่ำว่า เป็นเพราะปัจจุบันเกษตรกรมีการผลิตกุ้งก้ามกรามได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำและกุ้งขาวประสบปัญหาเลี้ยงแล้วขาดทุน จึงหันมาเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เพราะกุ้งก้ามกรามไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการเลี้ยงและราคาก็ไม่แกว่งมาก เมื่อการเลี้ยงกุ้ง 3 ชนิดมารวมเป็นกุ้งชนิดเดียว จึงทำให้ปริมาณผลผลิตกุ้งก้ามกรามสูงขึ้น แต่ตลาดเท่าเดิม จึงทำให้ตลาดปรับตัวไม่ทัน เกิดภาวะกุ้งล้นตลาด กุ้งก้ามกรามจึงราคาตกมาอย่างต่อเนื่อง
นายประกอบ กล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์กุ้งก้ามกรามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรมีปัญหาในเรื่องของการเลี้ยง คือ มีการใช้ยากันอย่างมาก ทำให้กุ้งที่ผลิตออกมามียาตกค้าง ไม่สามารถส่งออกได้ กุ้งก้ามกรามจึงมีตลาดขายอยู่แค่ในประเทศ ซึ่งเกษตรกรก็พยายามหาทางแก้ไขด้วยตัวเองมาทุกวิถีทาง และเราก็ได้รับการช่วยเหลือจากกรมประมง ได้มาให้ความรู้และจัดการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ จึงทำให้สามารถอบรมเกษตรกรได้ทั่วถึงทุกจังหวัด เป็นการแก้ปัญหาเรื่องยาตกค้างได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากกว่า 95% เลี้ยงกุ้งออกมาปลอดสารตกค้าง และจังหวัดราชบุรีซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุดในประเทศ ณ วันนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดราชบุรีส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มจีเอพีจากกรมประมงแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าห้องเย็นยังไม่ทราบถึงตรงนี้ เพราะขาดการประสานงานติดต่อกัน จึงยังไม่มีใครมาทำตลาดกุ้งก้ามกรามส่งต่างประเทศ

กุ้งก้ามกรามโกอินเตอร์
นายประกอบ กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นความโชคดี เพราะมีลูกค้าจากประเทศอังกฤษ เข้ามาซื้อกุ้งจากฟาร์มของเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งลูกค้าท่านนี้เขาเคยทำการค้าไก่อยู่ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องไข้หวัดนก เขาก็เลยหันมาทำตลาดกุ้ง ในช่วงแรกเขาเดินทางมาหากุ้งก้ามกรามคุณภาพที่ผลิตจากฟาร์มจีเอพีในประเทศไทยนานถึง 4 เดือน แต่เขายังหาไม่ได้ เขาก็เลยเดินทางไปดูกุ้งที่บังคลาเทศ เผอิญไปพบพ่อค้าจากจีนและได้มีการพูดคุยกัน พ่อค้าชาวจีนก็แนะนำให้มาที่ราชบุรี เขาก็เลยกลับมาที่ราชบุรีและติดต่อเข้ามาที่ประมงจังหวัด ทางประมงจังหวัดจึงแนะนำมาที่ฟาร์มของตน และเมื่อเข้ามาดูเขาก็ขอสุ่มกุ้งกลับไปตรวจ โดยใช้มาตรฐานของอียูในการตรวจกุ้งก้ามกรามของเรา หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์เขาก็กลับมาบอกว่าผลการตรวจผ่าน และมีการสั่งกุ้งไปล็อตแรก 6,500 กก. เป็นกุ้งไซซ์ 8-9 ตัว/กก. ส่งเป็นกุ้งหักหัวแล้วใส่บล็อกแช่แข็งไป ซึ่งเพิ่งปิดตู้ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และเขาบอกว่ายินดีจะสั่งอีกเดือนละ 10 ตัน
"ล็อตแรกที่เราส่งไปอังกฤษ เราขายในราคาถูก เพราะตอนนั้นเราไม่มีราคาตั้งและเราก็ไม่ต้องการกำไรมาก เราหวังเพียงอย่างเดียวว่าทำอย่างไรเราจะขายให้ต่างประเทศได้ เพื่อให้เขารับรู้ว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามของไทยมีการพัฒนาปรับรูปแบบวิธีการเลี้ยง ทำให้กุ้งของเราออกมาปลอดสารตกค้างจริงๆ ล็อตแรกเราขายที่ 180 บาท/กก. เท่านั้น เราส่งไป 6,500 กก. เราขายได้ล้านกว่าบาท แต่ตอนนี้ราคากุ้งขยับตัวแล้ว เราก็ต้องมาคุยเรื่องราคากันใหม่ ตั้งมาตรฐานของเขากับของเรา แต่ในขั้นต้นเขาพอใจกุ้งของเรามาก เพราะกุ้งของเราปลอดสารตกค้าง 100% ซึ่งเขาไปที่บังคลาเทศ เขาบอกว่าที่นั่นเป็นกุ้งตัวใหญ่ แต่มีสารตกค้างมากจึงไม่สามารถซื้อได้ และในอนาคตเขายินดีจะสั่งซื้อกุ้งก้ามกรามของเราเดือนละ 10 ตันอีกด้วย" นายประกอบกล่าว


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster