ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

พาณิชย์รับจำนำกุ้ง
40 ตัว 240 บาท อั้นหมื่นตันทั่วปท.
รัฐให้เจ้าละล้าน ที่เหลือขายเอง
1 ก.ค. เปิดตู้รอ
รับจำนำ 3 เดือน


อธิบดีกรมการค้าภายในฟิตปั๋ง คนเลี้ยงยื่นหนังสือร้องเรียนเช้า ตอนบ่ายเรียกประชุมด่วน เร่งวันเร่งคืนประชุมให้เสร็จ เตรียมพร้อมทุกด้าน วันที่ 1 ก.ค. ฤกษ์ดีเปิดรับจำนำกุ้งกุลาดำ 10,000 ตัน ทั่วประเทศ รับจำนำ 3 เดือน ฝาก 4 เดือน ถึงเวลาไม่มาถอนคืนพาณิชย์หาตลาดขายเอง ตั้งราคาจำนำ 40 ตัว 250, 50 ตัว 200 บาท ราคาดีกว่าครั้งเก่าบานตะไท

ยื่นเช้าประชุมบ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย ร่วมกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ขอให้ช่วยเหลือเรื่องราคากุ้งกุลาดำตกต่ำ สำหรับรายละเอียดนายอานนท์ อารีราษฎร์ เลขาธิการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง ชี้แจงว่า จากสาเหตุปัญหาราคากุ้งกุลาดำตกต่ำ ในขณะที่ราคาอาหารกุ้งถีบตัวสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้นหมด สวนกระแสราคากุ้งที่ต่ำลงทุกวัน จนขณะนี้ราคาขายต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นทั้งสองสมาคมจึงยื่นหนังสือถึง นางอรทัย ฐานะจาโร เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ในช่วงเช้า และในตอนบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าประชุมร่วมกันที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
"เราทำหนังสือยื่นไปตอนเช้าวันที่ 15 มิ.ย. และท่านอธิบดีศิริพล โทรมาให้เข้าประชุมในช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้นเลย เนื้อหาในการประชุมได้ขอร้องทางสมาคมกุ้งไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ช่วยเหลือเกษตรกรในช่วง 2-3 เดือนที่จะถึงนี้ ก่อนที่คดีฟ้องทุ่มตลาดจะยุติ ซึ่งทางทั้งสองสมาคมได้รับปากจะช่วยเหลือ ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา"

ไม่ช่วยก็ตายเห็นๆ
นายอานนท์ กล่าวต่อไปว่า ถ้าห้องเย็นยื่นมือเข้ามาช่วยก็เป็นเรื่องดี จะทำให้ต่ออายุเกษตรกรออกไปได้อีกพักใหญ่ และในอีก 1-3 เดือนข้างหน้า ประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ปริมาณกุ้งกุลาดำในภาคตะวันออกจะมีผลผลิตออกมามาก ในขณะที่ราคาขายปัจจุบันอยู่ที่ 50 ตัว/กก. 170 บาท มันตายเห็นๆ เพราะต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่ 180 บาทแล้ว และเป็นต้นทุนในช่วงที่ราคาอาหารยังไม่ขึ้น แต่ตอนนี้อาหารขึ้นราคามา 3-5% คิดดูว่าไซซ์ 50 ตัว/กก. ต้นทุนจะขึ้นไปอีกเท่าไรยังไม่ทราบ ที่ขอไป 50 ตัว/กก. 200 บาท เกษตรกรไม่ได้ขอไปเพื่อหวังเอากำไร แต่ขอไปเพื่อขอให้อยู่รอดเท่านั้น

ขอแค่อยู่รอดก่อน
ต่อคำถามที่ว่า ราคาที่ 50 ตัว 200 บาท ทางกลุ่มเกษตรกรมีความพอใจมากน้อยเพียงใด นายอานนท์ ตอบว่า "ไม่ใช่บอกว่าพอใจมากน้อยเพียงใด คือ ตอนนี้เราทำเพื่อให้อยู่รอดก่อน แต่ถ้าจะให้เสี่ยงกันมากๆ มันก็ไปไม่รอดแน่ในระยะยาว ช่วงนี้ราคากุ้งตกมาก 50 ตัว/กก. อยู่ที่ 170 บาท เกษตรกรก็อยู่กันไม่ได้แล้ว จึงขอให้ทางสมาคมผู้ส่งออกช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ถ้า 50 ตัว ยังอยู่ที่ 170 บาท เราตายสนิทแน่และเชื่อว่าไม่มีใครกล้าลงกุ้งกันต่อไปแล้ว เพราะราคาอาหารก็ถีบตัวสูงขึ้น น้ำมัน ไฟฟ้า ทุกอย่างถีบตัวสูงขึ้นหมด แต่ราคากุ้งกลับสวนกระแสลง"

หาข้อยุติรับจำนำ
ในวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 10.00 น. นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เชิญตัวแทนเกษตรกรและตัวแทนทั้งสองสมาคมผู้ส่งออก กรมประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าประชุมร่วมกัน ณ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลาประชุม นายศิริพล กล่าวว่า ที่มาประชุมร่วมกันเพื่อขอให้ทุกฝ่ายหาข้อสรุปในการรับจำนำกุ้งกุลาดำให้จบภายในวันนี้ และจะพยายามเร่งมือให้สามารถเปิดรับจำนำให้ทันภายในวันที่ 1 ก.ค. นี้ให้ได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

เริ่ม 1 ก.ค ถึงสิ้น ก.ย.
นายวิชัย โภชนะกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายปศุสัตว์และประมง กรมการค้าภายใน กล่าวถึงขั้นตอนการรับจำนำว่า ขั้นตอนการทำงานยังคงใช้วิธีการเดียวกันกับเมื่อครั้งที่แล้ว คือ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมง หากต้องการจำนำต้องส่งกุ้งให้กรมประมงตรวจสารตกค้างก่อนจับ 5 วัน ที่สำคัญต้องมีใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ และต้องเปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. จากนั้นทาง อคส. จะเป็นผู้ออกใบประทวนให้ เกษตรกรจะนำใบประทวนนี้ไปยื่นกับ ธ.ก.ส. เพื่อขอรับเงินสด โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน หลังจากรับใบประทวน ระยะเวลาในการเปิดจำนำเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2547 ระยะเวลาไถ่ถอนภายใน 4 เดือน นับหลังจากเดือนที่รับจำนำ
นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลโครงการดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็นส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนกลางได้แก่ ตัวแทนจากกรมประมง กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้าและ ธ.ก.ส. ส่วนภูมิภาค มอบหมายให้คณะกรรมการการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในระดับจังหวัด เป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการนี้โดยเฉพาะ หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น ให้คณะกรรมการส่วนภูมิภาคเป็นผู้ไกล่เกลี่ยปัญหาทั้งหมด

40 ตัว 250 เกษตรกรพอใจ
สำหรับปริมาณที่รัฐบาลสามารถเปิดรับจำนำกุ้งกุลาดำครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 10,000 ตันทั่วประเทศ เกษตรกรสามารถจำนำกุ้งกุลาดำได้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเกษตรกรต้องนำไปขายเอง ราชการเปิดรับเพียงรายละไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้น สำหรับราคาที่เปิดรับจำนำ ได้แก่ ขนาด 40 ตัว/กก. รับจำนำ กก.ละ 240 บาท 50 ตัว/กก. รับจำนำ 200 บาท 60 ตัว/กก. รับจำนำ กก.ละ 160 บาท 70 ตัว/กก. รับจำนำ กก.ละ 140 บาท 80 ตัว/กก. รับจำนำ กก.ละ 120 บาท ซึ่งในที่ประชุมได้สอบถามไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคตะวันออก ถึงความพอใจกับราคาที่เปิดรับจำนำนี้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนและเกษตรกรที่มารับฟังในวันนี้มีความพอใจกับราคาที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้

ราคาตลาดดีถอนคืนได้
ในการจำนำกุ้งครั้งนี้ เมื่อเกษตรกรเห็นว่าราคาในท้องตลาดมีราคาดี เกษตรกรสามารถมาไถ่ถอนกุ้งของตนเองไปขายเองได้ โดยให้เกษตรกรมาติดต่อกับ ธ.ก.ส. เพื่อชำระเงินต้น และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี แล้วนำหลักฐานการจ่ายเงิน มาขอรับกุ้งคืนจากจุดรับฝากของ อคส. ตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบประทวน โดยผู้ไถ่ถอนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรับจำนำ ได้แก่ ค่าเช่าห้องเย็น ค่าตรวจสอบคุณภาพ ค่าประกันภัย ค่าแรงงาน ค่าบรรจุหีบห่อ เป็นต้น

ราคาดีรัฐแถมกำไรให้อีก
นอกจากนี้ในระเบียบขอตกลงได้ระบุไว้อีกว่า เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ถ้าราคาตลาด ณ วันครบกำหนดไถ่ถอนมีราคาเท่ากับตลาด หรือต่ำกว่าราคาขายในตลาดทั่วไป เกษตรกรไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ ราชการเป็นผู้รับผิดชอบเองทุกอย่าง แต่ถ้าราคาตลาดสูงกว่าราคาที่เปิดรับจำนำ เมื่อทางราชการนำกุ้งของเกษตรกรออกขายได้ ราชการจะคืนเงินส่วนที่เกินให้หลังจากหักดอกเบี้ยร้อยละ 3 และหักค่าใช้จ่ายในการจำนำแล้ว เช่น ค่าตรวจรับรองคุณภาพ ค่าแช่แข็ง ค่าประกันภัย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่เกิดขึ้นจริงให้เกษตรกร

ห้องเย็นยินดีร่วมมือ
ก่อนจบการประชุม อธิบดีกรมการค้าภายในได้ถามถึงความพร้อมของสมาคมกุ้งไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ว่ามีห้องเย็นไหนบ้างที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในที่ประชุมได้ลงความเห็นว่า ควรเป็น 9 ห้องเย็นเดิมที่เคยร่วมโครงการเมื่อปีที่แล้ว ด้าน นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย และ ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย แสดงความคิดเห็นว่า 9 ห้องเย็นดังกล่าวบางห้องเย็นต้องตอบแบบสอบถามเรื่องเอดีกับสหรัฐฯ คงไม่สะดวกในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ แต่บริษัทที่ไม่ต้องตอบแบบสอบถามที่เหลือยินดีร่วมมือกับ ก.พาณิชย์
สำหรับรายห้องเย็นที่คาดว่าจะเข้าร่วมโครงการรับจำนำกุ้งกุลาดำครั้งนี้ ได้แก่ 1.บริษัทซีฟู้ดเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด จ.สมุทรสาคร 2.บริษัทแพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) จ.สมุทรสาคร 3.บริษัทไทยรอแยลฟรอเซนฟู้ด จำกัด จ.สมุทรปราการ 5.บริษัทแกลง จำกัด จ.ระยอง 6.จันทบุรีซีฟู้ด จำกัด จ.จันทบุรี 7.บริษัทกรุงเทพเพาะเลี้ยงกุ้ง จำกัด จ.สงขลา และ 8.บริษัทปิติซีฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นห้องเย็นสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก โดยจะมีการลงนามเป็นทางการในวันที่ 25 มิ.ย. 2547

นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 24 ปักษ์หลัง ประจำเดือนมิถุนายน 2547

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster