ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เวียดนาม-จีนอ่วมเจอภาษีก่อน

ลุงแซมอัดเพื่อนบ้านก่อน
ไทยจ่อคิวสิ้นเดือนก.ค.
โดนภาษีน้อยเตรียมเฮ


สื่อมะกันรายงาน สมาคมสหรัฐฯ ฟัดกันนัวหวังชิงส่วนแบ่งฟ้องทุ่มตลาด ไอทีซีมะกันยังไม่ประกาศแบ่งเค้กให้ใคร ดันทุรังเก็บภาษีกุ้งผู้บริโภคมีแต่เดือดร้อนต้องซื้อของแพง 2 ก.ค. ประกาศภาษีจีน เวียดนาม ก่อนก็ดีจะได้รู้มะกันจะเอาอย่างไร หากภาษีไทยไม่แพงคนเลี้ยงได้เฮสมใจอยาก
ความคืบหน้าการประกาศฟ้องทุ่มตลาดกุ้ง ในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เลื่อนพิจารณาการไต่สวนเอดีกุ้งออกไป จากกำหนดการเดิมวันที่ 8 มิ.ย. 2547 เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 2 ก.ค.47 สำหรับจีนและเวียดนาม ส่วนบราซิล เอกวาดอร์ ไทย และอินเดีย เลื่อนไปเป็นวันที่ 28 ก.ค. 47

มะกันแตกคอฟัดกันนัว
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า กรณีเอดีที่ยืดเยื้อมานานเห็นทีว่าจะไม่จบลงง่ายๆ เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกันเองของสมาคมในสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้หนังสือ ซีฟู้ดส์นิว ได้พาดหัวข่าวถึงเรื่องนี้ว่า "เกิดศึกภายในสหรัฐฯ : LSA & SSA" โดยสมาคมกุ้งหลุยส์เซียน่า (Lousiana Shrimp Association : LSA) ได้ยื่นฟ้องกลุ่มพันธมิตรกุ้งภาคใต้ (Southern Shrimp Alliance : SSA) ในข้อหาฉ้อโกงเงินของสมาคมฯ ราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเงินรวบรวมไว้สำหรับต่อต้าน 6 ประเทศ กรณีทุ่มตลาดกุ้งสหรัฐฯ
ในการยื่นฟ้องครั้งนี้สมาคมกุ้งหลุยส์เซียน่า ต้องการให้ศาลกลางสหรัฐฯ พิจารณาตัดสินให้สมาคมฯ มีสิทธิได้รับเงินชดเชยที่กำลังจะได้รับการเก็บภาษีทุ่มตลาดที่ฟ้อง 6 ประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ (ITC) จะไม่เปิดเผยผู้ที่ได้รับการชดเชยภายใต้กฎหมาย เบิร์ด อะเมนด์เม้นต์ (Byrd Amendment) ที่จะให้เงินอุดหนุนจากอากรทุ่มตลาดที่เก็บได้แก่ผู้ยื่นฟ้องที่ถูกพิจารณาว่าได้รับความเสียหายจากการทุ่มตลาดจริง จนกว่าจะมีการพิจารณาในความเสียหายขั้นสุดท้าย

ถั่วเหลืองมะกันชวดรายได้
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า แค่สองหน่วยงานนี้ยังไม่พอ ปัญหาความขัดแย้งในสหรัฐฯ ที่เกี่ยวกับการฟ้องทุ่มตลาดกุ้งยังมีอีก อย่างเช่น สมาคมถั่วเหลืองสหรัฐอเมริกา (American Soybean Association) โดยนายรอน เฮ็ก นายกสมาคมฯ ได้เข้ามาสนับสนุนคณะทำงานเฉพาะกิจกุ้งไชเทค (CITAC Shrimp Task Force) ซึ่งเป็นกลุ่มพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้บริโภคของสหรัฐฯ และสมาคมผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลสหรัฐอเมริกา (American Seafood Distributors Association : ASDA) เพื่อดำเนินกิจกรรมต่อต้านการเก็บภาษีนำเข้ากุ้งจาก 6 ประเทศที่ถูกฟ้อง
"ทั้งสองหน่วยงานหลังนี้ เขาได้รับผลกระทบอย่างมากจากการฟ้องทุ่มตลาด เพราะสมาคมถั่วเหลืองอาจชวดเงินปีละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการส่งถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองเข้าประเทศไทย เพื่อผลิตอาหารกุ้งและอาหารสัตว์อื่นๆ ส่วนสมาคมผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเล ก็เสียผลประโยชน์ในแง่ที่ต้องรับซื้อกุ้งราคาแพงมากเข้ามาขาย"

ผู้ผลิตอาร์ทีเมียร้องทุกข์
นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 2 คน คือ นายออริน จี แฮช และ นายโรเบิร์ต เอฟ เบ็นเนทท์ จากรัฐยูท่าห์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาร์ทีเมีย (อาหารที่ดีของลูกกุ้งและสัตว์น้ำวัยอ่อนต่างๆ) ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ได้ออกมาร้องทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ให้พิจารณาไต่สวนกรณีทุ่มตลาดกุ้งที่กล่าวหา 6 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานหลายแสนคนในสหรัฐฯ ที่ผ่านมาในแต่ละปีรัฐยูท่าห์ ได้ส่งออกอาร์ทีเมียมายังประเทศไทยมูลค่าสูง หากประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาดในสินค้ากุ้งแล้ว จะทำให้การเลี้ยงกุ้งของไทยมีจำนวนลดลง ทำให้การนำเข้าอาร์ทีเมียจากสหรัฐฯ ลดลงด้วย ส่งผลให้กลุ่มแรงงานในการผลิตอาร์ทีเมียเสียผลประโยชน์ได้

เลื่อนต่ออีกไม่ได้แล้ว
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ อุปนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย/สมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ตอนนี้ขั้นตอนการตอบคำถามของผู้ประกอบการไทย กำลังอยู่ในเชคชั่นดี ซึ่งเป็นเชคชั่นสุดท้าย จะเป็นการตอบคำถามในเรื่องต้นทุน หลังจากนั้นสหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีในวันที่ 28 ก.ค. แน่นอน คงเลื่อนต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะตามกฎหมายครบกำหนดเวลาแล้ว และถ้าทางสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีในอัตราที่สูงออกมา คนที่เดือดร้อนที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ เอง เพราะต้องซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้น พร้อมกันนี้จะมีปัญหาเรื่องคนว่างงานเกิดขึ้นมาอีกมากมายทีเดียว

ดูภาษีจีนเวียดนามก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศภาษีของประเทศเวียดนามและจีนก่อน จะส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยหรือไม่ นายพจน์ ตอบว่า ตั้งแต่เริ่มมีการประกาศฟ้องเอดีขึ้นมา ก็เริ่มกระทบกับการส่งออกแล้ว ผู้ซื้อก็ไม่กล้าที่จะซื้อสินค้าเนื่องจากกลัวภาษีย้อนหลัง ในการประกาศภาษีเวียดนามกับจีนก่อนก็เป็นการดี เพราะจะได้เห็นเส้นชี้นำได้ รู้ว่าทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (DOC) เขาคิดอย่างไร ถ้าเขาประกาศออกมาว่าจีนโดนภาษีเป็นร้อย ไทยก็เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว และข้อดีอีกประการหนึ่งก็คือ จะได้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนข้อเสีย ถ้าอัตราภาษีของจีนกับเวียดนามไม่สูงมากนัก ผู้นำเข้าอาจตัดสินใจหันไปซื้อสินค้าจากทั้ง 2 ประเทศไว้ก่อน เพราะรู้ต้นทุนที่แน่นอนแล้ว จะทำให้เกษตรกรของเวียดนามและจีนสามารถวางแผนการผลิตได้ก่อนไทย
"ถ้าถามถึงการคาดการณ์ภาษีของทั้งจีนและเวียดนาม ทุกคนต่างไม่พูดไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กันทั้งนั้น ถามไปยังทนายชาวฝรั่ง เขาก็บอกไม่รู้จริงๆ บอกได้เพียง จีนอาจโดนหนัก ส่วนเวียดนามไม่น่าจะสูงมาก เพราะจีนมีหลายเรื่องที่ไม่ชัดเจน เช่น การตอบแบบสอบถาม ระบบบัญชีก็ไม่ชัดเจน อาจโดนภาษีมากหน่อย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบไทยต่างไม่ต้องการให้เลื่อนเวลาประกาศออกไปอีก ทุกคนต้องการรู้อัตราภาษีให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้วางแผนทำงานต่อไปได้ จะได้จบเรื่องไปสักที"

ประกาศแล้วราคาน่าจะดี
ต่อคำถามที่ว่า เมื่อมีการประกาศอัตราภาษีของไทยราคากุ้งจะขยับตัวสูงขึ้นหรือไม่ นายพจน์ ให้คำตอบว่า การสั่งซื้อสินค้าที่ผ่านมาผู้ซื้อยังลังเลกันอยู่ ยังไม่กล้าซื้อแบบเต็มตัว แต่ถ้าประกาศภาษีมาแล้วไทยโดนภาษีไม่มาก คงมีออเดอร์เข้ามากพอสมควร อาจทำให้ราคาดีขึ้นมาบ้าง
"สำหรับราคาที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ อาจเกิดจากความไม่ชัดเจนของตลาด คนซื้อก็ไม่กล้าซื้อ คนขายก็ไม่กล้าขาย ห้องเย็นบางแห่งไม่กล้าซื้อสินค้าเพื่อสต๊อกไว้ เพราะขั้นตอนของเอดี เมื่อประกาศภาษีมาแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังอีกเยอะ ทิศทางในการทำงานยังไม่ชัดเจน ซึ่งทุกฝ่ายพยายามหาทางกันว่า จะทำการค้าในรูปแบบไหนต่อไป รู้เพียงว่าการค้าในรูปแบบเดิมๆ คงทำไม่ได้แล้ว"

นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 24 ปักษ์หลัง ประจำเดือนมิถุนายน 2547

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster