ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

บอกความเล่าเรื่องถึงแนวโน้มการซื้อกุ้งไทย จากอเมริกา โดย ดร.ผณิศวร
'บอสตัน ซีฟูดแฟร์' ในบรรยากาศการฟ้องทุ่มตลาด (ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย)

ผมไปงานแสดงสินค้าอาหารทะเลประจำปีของเมืองบอสตัน (Boston Seafood Fair) เมื่อวันที่ 14-16 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อพบปะกับลูกค้าประจำเหมือนเช่นเคย และพิเศษสำหรับปีนี้ เพื่อร่วมประชุมกับ ASDA (American Seafood Distributor Association) คือ สมาคมผู้ค้าอาหารทะเลของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมต่อสู้คดีทุ่มตลาดกุ้งของเราอยู่ขณะนี้ ถ้ากุ้งถูกเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีก็คือสมาชิกของ ASDA ที่เป็นผู้นำเข้านี่แหละครับ

ซื้อหรือไม่ซื้อ
ผู้นำเข้าทางบ้านเขา พอจะแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกยืนยันว่า "อย่างไรก็ต้องซื้อ"ึ่งเขาใช้คำว่า "Shrimp is our livelihood : กุ้งคือวิถีชีวิตของเรา ถ้าไม่ค้าขายกุ้งจะให้ค้าขายอะไร" ขณะนี้กุ้งเป็นอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมสูงสุด ผู้นำเข้ากลุ่มนี้เชื่อว่าภาษีน่าจะอยู่ในระดับ 10% ซึ่งแทบจะไม่มีผลกระทบกับการบริโภคเลย ต้องสูงถึง 15% ขึ้นไปจึงจะมีผลให้การบริโภคลดลงบ้าง และแม้ว่าภาษีจะสูงถึง 50% เขาก็จะยังค้ากุ้ง โดยหาทางซื้อกุ้งตัวเล็กลงบ้างเพื่อให้ราคาขายปลายทางยังอยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ ทั้งนี้ ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า ประเทศที่ไม่ถูกฟ้องทุ่มตลาดจะไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตมาทดแทนกุ้งจากหกแหล่งใหญ่นี้ได้มากนัก
กลุ่มที่สอง "ยังต้องการซื้อ" แต่ไม่คิดว่าจะแบกภาระภาษีได้มากนัก พยายามศึกษาช่องทางที่ฝ่ายผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะร่วมกันรับมือภาษีทุ่มตลาดอย่างไรได้บ้าง ซึ่งต้องระวังไม่ให้ผิดกฎหมาย เพราะถ้าทำง่ายๆ เพียงเราช่วยเขาจ่ายค่าภาษี หากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ตรวจพบภายหลังจะเรียกเก็บภาษีทำโทษอีกเท่าตัวของอัตราทุ่มตลาด ผู้นำเข้ากลุ่มนี้พอจะกล่าวได้ว่าเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่เท่ากลุ่มแรก
สรุปว่า ซื้อน่ะซื้อแน่ แต่ต้องมีการปรับตัวกันบ้าง

จุดขายของกุ้งไทย
กุ้งไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในตลาดสหรัฐฯ ว่า เชื่อถือได้ ไม่มีปัญหาขาดตลาด ไม่เบี้ยวสัญญา ความรับผิดชอบสูงกว่าคู่แข่ง บริการเสริมครบครัน เช่น การพิมพ์ถุง พิมพ์กล่อง เป็นต้น และเมื่อเราปรับตัวมาผลิตสินค้าเพิ่มมูลค่า เช่น ใส่เครื่องเทศ เครื่องปรุง ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี รสชาติอาหารไทยสามารถปรับให้ถูกปากลูกค้านานาชาติได้ง่ายโดยไม่เสียเอกลักษณ์ ผู้เข้าชมงานเมื่อผ่านมาที่บูธไทย (กรมส่งเสริมการส่งออกร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย) ได้ชิมกุ้งชุบแป้งจิ้มน้ำจิ้ม "พันท้ายนรสิงห์" ถึงกับตาวาวถามหาซื้อทันที
เรื่องคุณภาพความสด และปลอดสารตกค้างต้องห้าม คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังไว้เบื้องต้นแล้ว

แนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย
เมื่อการฟ้องทุ่มตลาดดำเนินมาถึงจุดนี้ เราควรเตรียมตัวโดยตั้งโจทย์ว่าจะต้องมีการเรียกเก็บภาษีในการนำเข้าสหรัฐฯ อย่างแน่นอน ถ้าจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้เราต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่แบบครบวงจร เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด กิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่าให้สินค้ากุ้งควรขจัดให้หมด ทำแต่สิ่งที่จำเป็นและสมควร นอกจากนี้ หากคิดจะจับตลาดยุโรป และญี่ปุ่นให้ฟื้นคืนมาบ้าง ก็ต้องจัดระบบ traceability ให้เรียบร้อย ควรมีศูนย์ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องรื้อค้นกระดาษเป็นตั้งๆ เมื่อปลายปีที่แล้วเราเริ่มขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งระบบแล้ว ถ้าสามารถสร้างฐานข้อมูลเข้าศูนย์คอมพิวเตอร์ได้ เราจะไม่ต้องวิ่งไล่เก็บกระดาษ ถ่ายเอกสารต่างๆ เพื่อประกอบการซื้อขายหรือตรวจคุณภาพกุ้งกันอีก หน่วยงานราชการสามารถตรวจสอบควบคุมได้แม่นยำเพียงใส่เลขประจำตัวของผู้เกี่ยวข้องตามที่แจ้งเข้ามาทุกขั้นตอนก็จะบอกได้ว่า พ่อแม่กุ้ง ลูกกุ้ง ฟาร์มกุ้ง โรงงานแปรรูปกุ้ง จนมาถึงผลิตภัณฑ์กุ้ง ไล่เรียงต่อเนื่องกันมาอย่างไร
ปีอาหารปลอดภัย ครัวไทยสู่ครัวโลก ต่อไปควรจะเป็นปีกุ้งไทยเข้าคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบได้ในไซเบอร์สเปซ แบบนี้ถึงจะเสียภาษี AD บ้างก็คงพอรักษาตำแหน่งแชมป์ได้นะครับ

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช
นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย