ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.
สยบปัญหาทุ่มตลาด
โดนเป็นโดน
ไทยยังเป็นต่อคู่แข่ง

โอกาสรอดภาษีริบหรี่
แต่อาจน้อยกว่าคู่แข่ง

ห้องเย็นสัมมนาชี้แจง ปัญหาเอดีเรื่องหมู ไขข้อข้องใจให้เกษตรกรฟังถึงบ้าน รอวันประกาศภาษี ไทยหนีไม่พ้น เสียภาษีแน่ เปอร์เซ็นต์รอดคงไม่เหลือ ประตูเปิดกว้างโอกาสไทยโดนภาษีน้อย ขอเน้นเลี้ยงกุ้งดำเบียดคู่แข่งกระเด็น

ไทยเจอปัญหาทุก 2 ปี
นายอุดม จริยวิลาศกุล นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์และปัญหาที่ผ่านมาทุกๆ 2 ปี กุ้งไทยต้องเจอปัญหามาตลอด ไม่ว่าปัญหาจากผลผลิต ปัญหาเรื่องราคา แต่ปัญหาต่างๆ ที่ประสบมาทุกครั้งเราสามารถแก้ไขได้หมด ในฐานะผู้ส่งออกเหตุการณ์การฟ้องทุ่มตลาดครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ง่ายต่อการแก้ไขปัญหากว่าทุกครั้ง เพราะการฟ้องทุ่มตลาด คือ การเสียภาษี แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นการห้ามนำเข้า ไม่ได้บอกว่าเป็นการตีคืน ไม่ได้บอกว่าจะเอากุ้งเราไปเผา แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราไม่เคยทำความเข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ เราต้องมาเสียภาษี ใครเป็นคนเสียและเสียแล้วตลาดจะอยู่ตรงไหนเท่านั้น

มองปัญหาด้วยปัญญา
นายอุดม กล่าวต่ออีกว่า ในกรณีที่มีการฟ้องเอดีเรื่องกุ้ง บางคนบอกว่าอย่าลงกุ้งจนถึงเดือน 6 นั้นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา หลักในการทำงาน คือ ถ้ารักที่จะแก้ปัญหาให้มองปัญหาที่ผ่านมา ให้มองปัญหาด้วยปัญญา เราโดนฟ้องเอดีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 46 ภายใน 180 วัน จากนี้ทุกอย่างต้องจบ ทุกอย่างต้องมีตัวเลขยืนยันการฟ้อง วิธีการฟ้องของเขาก็คือว่า สหรัฐฯ จะใช้กฎหมายในการกล่าวหา และในขณะนี้เขากล่าวหาว่าทั้ง 6 ประเทศทุ่มตลาดกุ้งเขา และวันที่ 17 ก.พ. 47 ไอทีซี รับรองแล้วว่ากุ้งจาก 6 ประเทศ เข้าไปทำลายให้กุ้งในประเทศสหรัฐฯ มีมูลความเสียหายจริง
"ผมอยากจะเรียนว่า การทุ่มตลาดเป็นกติกาการค้าใหม่ของโลก ประเทศไทยเองก็ฟ้องทุ่มตลาดสหรัฐฯ เหมือนกัน และสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ฟ้องทุ่มตลาดเฉพาะกุ้งเท่านั้น มีทั้งเหล็ก ทั้งสับปะรด จากวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมาเราถือว่าเป็นวันเริ่มเขี่ยลูก และต้นเดือนกรกฎาคม เขาจะประกาศภาษีเบื้องต้น ซึ่งภาษีนี้ไม่ใช่เป็นภาษีที่แท้จริง การฟ้องทุ่มตลาดสหรัฐฯ มีความลำบากและซับซ้อนมาก เหตุผลที่เขาฟ้องทุ่มตลาด เพราะเขาไม่ต้องการให้กุ้งจากต่างประเทศมาสร้างความเสียหายกับประเทศของเขา"

ชี้โพลงความได้เปรียบ
นายอุดม ชี้ประเด็นความได้เปรียบของไทยว่า เราลองดูปริมาณกุ้งที่ส่งเข้าสหรัฐฯ เป็นกุ้งจาก 6 ประเทศที่ถูกฟ้องทุ่มตลาดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 72% ของกุ้งทั้งหมด กุ้งที่ผลิตได้ในสหรัฐฯ มี 13% ส่วนกุ้งที่มาจากประเทศที่ไม่ถูกไต่สวนมี 15% ถ้า 72% จาก 6 ประเทศที่ถูกฟ้องหายไปจากตลาดสหรัฐฯ จะเหลือกุ้งเพียง 28% ลองมองในมุมต่างกัน กุ้งที่ไม่เสียภาษีมีเพียง 15% เท่านั้น จึงไม่สามารถเข้ามาทดแทน 72% ที่หายไปได้ สรุปก็คือ การไต่สวนเริ่มแล้วถึงอย่างไรเราก็ต้องเสียภาษี และกุ้งอีก 72% ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะเข้ามาทดแทนได้


มั่นใจไทยเสียภาษีต่ำ
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องเอดีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกันอยู่ แนวโน้มน่าจะเป็นโอกาสที่ดีต่อคนไทย เพราะเราค่อนข้างมั่นใจว่าภาษีที่เราจะเสียน่าจะจัดอยู่ในลำดับต่ำที่สุด เพราะระหว่างระบบบัญชีของประเทศไทย ซึ่งมีกระบวนการทำงานแบบตรงไปตรงมาสามารถตรวจสอบบัญชีย้อนหลังได้ กับประเทศของจีน เวียดนาม บราซิล ระบบบัญชีจะไม่เหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าเมื่อมีการกำหนดภาษีขึ้นมาอย่างชัดเจนแล้วจะทำให้กุ้งในประเทศมีราคาต่ำหรือมีราคาสูงขึ้น นายกสมาคมกุ้งไทย ตอบว่า "ในความเห็นของผม กุ้งไทยราคาน่าจะดีขึ้น เพราะเราคงได้ภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ซึ่งจะทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไทยเสียภาษีไม่เกิน 10% ในขณะที่ประเทศอื่นเสีย 30% ความแตกต่างของภาษีมีถึง 20% แล้ว ประกอบกับสินค้าที่สต๊อกไว้ก่อนหน้าวันที่ 17 ก.พ. คิดว่าสต๊อกสินค้าน่าจะลดลง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องมีการซื้อเข้าไปเพิ่ม ตรงนี้เราจะได้เปรียบกว่าประเทศอื่น ผมว่าข้อมูลนี้น่าจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจมากขึ้น"

ฟันธงปีนี้ราคาดี
นายสมศักดิ์ คาดการณ์ราคาปีนี้ว่า ปี 2547 นี้ราคาจะดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ซึ่งดูจากภาพรวมจากการวิเคราะห์สถานการณ์เอดีและอ่านเกมล่วงหน้า คาดว่าอีก 5 ประเทศ ที่เหลือจะถูกเรียกเก็บภาษีมากกว่าไทย และเชื่อว่าผลผลิตกุ้งทั่วโลกจะลดลงแน่ ส่วนการบริโภคกุ้งของคนสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมามีปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ และคิดว่าในปีนี้จะมีการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง 2 ข้อนี้ จะเป็นโอกาสให้ไทยไปรักษาตลาดสหรัฐฯ ได้ แต่ถ้าให้ประมาณตัวเลขคงกำหนดยาก ผมขอฟังธงว่าปีนี้ราคาดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน และตลาดสหรัฐฯ เรารักษาไว้ได้แน่นอน

เลี้ยงกุ้งดำเบียดคู่แข่ง
นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ฯ กล่าวถึงทิศทางการเลี้ยงระหว่างกุ้งขาวกับกุ้งกุลาดำว่า "ถ้าถามผมว่าปีนี้จะเลี้ยงกุ้งขาวหรือว่ากุ้งกุลาดำดีกว่ากัน ผมยังบอกว่าเราน่าจะไปทางกุ้งกุลาดำมากกว่า เพราะพิจารณาจากผลผลิตของประเทศคู่แข่งแล้ว ทั้ง เวียดนาม อินเดีย อาจโดนภาษีสูงกว่าเรา ปีนี้กุ้งกุลาดำราคาน่าจะดีทั้งปีในกรณีถ้าหากเราโดนภาษีน้อยกว่าอีก 5 ประเทศที่เหลือ ตอนนี้ผมว่าเราผ่านช่วงเลวร้ายมาแล้ว ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคากุ้งกุลาดำมันเกินจริง ต่อจากนี้ไปเราอาจเห็นราคากุ้งกุลาดำกลับเข้าสู่ความเป็นจริง เราจะเห็นช่องว่างระหว่างกุ้งขาวกับกุ้งกุลาดำชัดเจนมากยิ่งขึ้นในปีนี้"

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com