ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ไขก๊อก 'จะเลี้ยงกุ้งต่อไปดีไหม?'
โดย : น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ



เช้าวันที่ 1 เมษายน ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนผู้เลี้ยงกุ้งภาคตะวันออก ที่เข้าร่วมฟังงานสัมมนา เรื่อง "วิกฤตหรือโอกาสสำหรับการส่งออกกุ้งไทย หลังสหรัฐฯ ฟ้องทุ่มตลาด (AD)" ซึ่งจัดโดย สมาคมกุ้งไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ในขณะเดียวกัน วันที่ 3 เมษายน ทีมงาน "นสพ.กุ้งไทย" ก็โทรศัพท์เข้าหารือขอให้ช่วยไขปัญหาคาใจให้ผู้เลี้ยงกุ้งด้วย เพราะจากการไปทำข่าวการสัมมนาในภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 30 - 31 มีนาคม ที่ผ่านมา เกษตรกรมีปัญหาคาใจอยู่ระดับหนึ่งจนสับสนและไม่มั่นใจที่จะเลี้ยงกุ้งต่อไป หรือที่พอมั่นใจก็ไม่รู้จะเลือกกุ้งพันธุ์ไหนดี ระหว่างขาวกับดำ
จึงเป็นหน้าที่ของผมในฐานะผู้รับใช้วงการกุ้ง ก็ต้องกัดฟันบรรเลง เรื่องปัญหาคาใจกันตามสภาพ ในฐานะหัวอกผู้เลี้ยงด้วยกัน จะถูกใจหรือไม่โปรดพิจารณาเองครับ

ปัญหาคาใจอยู่ตรงไหน
1.ไม่มั่นใจในระดับและเสถียรภาพราคา ว่าระดับราคากุ้งปีนี้จะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ และที่แน่ๆ คือ มีเสถียรภาพไหม ไม่ใช่แกว่งขึ้นแกว่งลงมากๆ เหมือนตลาดหุ้น (เกษตรกรพูด) เพราะที่ผ่านมา "พอมีกุ้งราคาตกต่ำจนขยาด พอไม่มีกุ้งราคาสูงจนน่าเลี้ยง เหมือนเจตนาล่อแมงเม่ายังไงยังงั้น" (นี่ก็เกษตรกรพูดครับ)
2.ไม่มั่นใจการผลิตว่าปีนี้จะเลี้ยงผ่านได้ไหม หรือมีความเสี่ยงอะไรบ้าง เพราะปัญหาโรคระบาดต้นปีค่อนข้างแรงกว่าทุกปี และข่าวว่ากลางปีเจออากาศร้อนและแล้งจัดเข้าไปอีก
3.ไม่มั่นใจคุณภาพพันธุ์กุ้งว่าคุณภาพจะเนี๊ยบพอไหม ซึ่งผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากเมื่อมีปัญหาจะเพ่งเล็งที่พันธุ์กุ้งเป็นอันดับแรก อาหารอันดับสอง และตนเองอันดับสุดท้าย
4.ไม่มั่นใจเรื่องเงินทุน ว่าปล่อยกุ้งลงเลี้ยงแล้ว ถ้าเงินทุนไม่พอจะขอเครดิตจากไหนมาช่วยได้บ้าง เพราะปัจจุบันผู้ให้เครดิตเริ่มชักมือกลับกันแล้วบางส่วน
5.ไม่มั่นใจว่า กัดฟันลงทุนรอบนี้แล้วถ้าได้ผล รอบหน้าจะยังได้ไห

ไขปัญหา
1.สถานการณ์กุ้งปัจจุบัน
ถ้าพูดถึงกุ้งโลก ผมเชื่อว่า ปีนี้กุ้งเลี้ยงน้อยกว่าปีก่อน เพราะแนวร่วมที่ทำมาค้าขายในหลายประเทศ ให้ข้อมูลตรงกันว่า ประเทศที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำต่างเริ่มมีบ่อว่างกันเยอะ บางรายเริ่มถอดใจและหยุดเลี้ยง จะมียกเว้น คือ เวียดนามและอินโดนีเซียที่อาจมีแรงฮึดอยู่ ซึ่งก็เชื่อว่าไม่ง่ายเหมือนกัน แต่เรายังมีข้อให้คิดอีกอย่างคือ กุ้งจับธรรมชาติ ที่มีแนวโน้มจะทรงหรือเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะกุ้งจากอ่าวเม็กซิโกและอเมริกาใต้ที่จะได้อานิสงส์จากการฟ้อง AD ของสหรัฐฯ เพราะเชื่อว่าราคากุ้งขายส่งเข้าสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นแน่นอน ตามมาตรการใช้ AD
โดยสรุป ปีนี้กุ้งยังมีกินครับ อันหมายถึงกุ้งไม่ขาดตลาดจนราคาพุ่งปรี๊ด แต่ก็ไม่น่าจะลงเหวเช่นปีก่อน เพราะหากราคาไม่ดีจะส่งผลให้การเพาะเลี้ยงกุ้งซบเซา จนเกิดภาวะกุ้งขาดตลาดได้

2.โอกาสเราจะอยู่ไหน?
ผมเชื่อว่า กุ้งไทยยังมีโอกาส ตรงที่ฐานตลาดกุ้งไทยกว้างกว่าคู่แข่งทุกประเทศ ความเชื่อมั่นและเครดิตในการบริการสินค้าของห้องเย็นไทยยังได้เปรียบคู่แข่ง ดังนั้น ถ้ามีของเรายังขายได้หมด (แน่ะ! เหมือนห้องเย็นพูดในอดีตเปี๊ยบเลย) แต่ปีนี้ การค้าการขายของกุ้งไทยต้องแก้ 2 อย่าง คือ
- ประการแรก ปรับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในคุณภาพของกุ้งไทยให้สูงที่สุด ซึ่งช่วยให้เราสามารถล้ำหน้าคู่แข่งไปได้อีก 2 - 3 ปี เพื่อช่วยให้การขายไหลลื่นมากขึ้น และโอกาสต่อรองด้านราคาส่งออกยังคงอยู่กับเราได้ระดับหนึ่ง
- ประการที่สอง คือ ทั้งผู้เลี้ยงกุ้งและห้องเย็นคงจะต้องจับเข่าคุย วางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกันมากขึ้น ร่วมรับรู้และประสานการสร้างเสถียรภาพราคามากขึ้น เพื่อให้อยู่กันได้ทุกฝ่าย

1.แล้วเราทำได้ไหม?
ในนามกิจกรรมเฉพาะกิจเครือข่าย "คนไทย - กุ้งไทย" ที่ผมประสานดำเนินการอยู่ ผมเชื่อว่า "เราทำได้" ซึ่งเรื่องนี้ ได้เสนอเป็นยุทธศาสตร์ธุรกิจกุ้งไทย ปี 2547 ไว้แล้วว่า "ผลิตและตลาดกุ้งมิติใหม่" ซึ่งถ้าท่านย้อนไปอ่านในรายละเอียดและพิจารณาดีๆ ท่านก็จะมั่นใจว่า "เราทำได้"

2.แล้วเราจะทำอย่างไร?
ประเด็นนี้ ถือว่า เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งในความเห็นของผม ผมเชื่อว่า ถ้าจะให้ธุรกิจเพาะเลี้ยงกุ้งส่งออกไทยยืนหยัดต่อไปได้อย่างมั่นคง เราจะต้องมีการประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งระบบอุตสาหกรรมร่วมกับภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสักครั้ง เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมให้ชัดเจนและสร้างความเข้าใจในแผนปฏิบัติการร่วมให้แจ่มแจ้งและมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าทุกฝ่ายเห็นด้วย ผมยินดีใช้ฐานะแกนประสานเครือข่าย "คนไทย - กุ้งไทย" ประสานดำเนินการ เพราะวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ผมได้ขอลาออกจากหน้าที่กิจกรรมในสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทยและชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานีแล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่า เป็นพนักงานบริการกลางเพื่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ (ผมเสนอตัว ไม่ใช่หาเสียงหรือ อยากดีอยากเด่นนะครับ แต่ถือว่าเป็นภารกิจเท่านั้น)
ส่วนเฉพาะหน้านี้ ผมขอเสนอความเห็นเฉพาะแก่เพื่อนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เพื่อประกอบการตัดสินใจของท่าน ดังนี้
1.เพื่อนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งถ้าต้องการอยู่ในอาชีพให้ได้จำเป็นต้องปรับตัวครับ โดยการรวมกลุ่มร่วมแหล่งผลิตร่วมแหล่งน้ำ และประสานเทคนิคการเลี้ยงที่เหมาะสมกับกลุ่มของเราให้ได้ ถ้าเลี้ยงคนเดียวตัดสินใจคนเดียว จะเสี่ยงกว่าการรวมกลุ่มร่วมคิดร่วมทำ
2.ประสานกับฝ่ายการตลาด จะเป็นห้องเย็นโดยตรง หรือตัวแทนห้องเย็นก็แล้วแต่ เพื่อวางแผนการผลิตและตลาดร่วมกัน
3.เน้นการเลี้ยงกุ้งตามศักยภาพและเงื่อนไขในการผลิตของตนเอง เพราะแต่ละบ่อ แต่ละฟาร์ม แต่ละแหล่งเลี้ยง และแต่ละราย ย่อมมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ถ้าไม่มั่นใจ เลี้ยงกุ้งบางไว้ก่อน (ลูกกุ้งดีๆ ปล่อยบางๆ ทุนน้อย เสี่ยงน้อย และมีโอกาสทำกำไรได้ง่ายกว่าครับ)
4.ติดตามข้อมูลข่าวสาร และนำเข้าแลกเปลี่ยนในกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ
5.ที่สำคัญคือต้องเชื่อมั่นว่า "เราทำได้"
และสุดท้ายนี้ ผมขอเสนอว่า ปี 2547 นี้ เราจะรอดร่วมกัน ภายใต้การผลิตกุ้งคุณภาพที่คู่ค้ามั่นใจ และสมดุลกับตลาด ดังนั้น การประสานข้อมูลอย่างครบถ้วน ชัดเจน จะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster