ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

สูตรเช็คยอ 5 กรัมเลี้ยงกุ้งดำในน้ำจืด

การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในน้ำความเค็มศูนย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผู้เลี้ยงจะประสบปัญหากุ้งโตช้า เนื่องจากกุ้งกุลาดำเป็นกุ้งทะเลที่ต้องอาศัยแร่ธาตุในน้ำทะเลเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ผู้เลี้ยงบางคนไม่ทราบพอเห็นว่ากุ้งโตช้าก็นึกว่าให้อาหารไม่พอ จึงเพิ่มอาหารลงไปอีก สุดท้ายน้ำเสีย กุ้งตาย เพราะให้อาหารมากเกินไป คอลัมน์เทคนิคฟาร์มฉบับนี้ จึงขอนำเสนอเทคนิคการเช็คยอ 5 กรัม (ตลอดการเลี้ยง) ของคุณอำพล โกศลสุรเสนีย์ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ คลอง 6 วา หมู่ 12 ต.ดอนเกาะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งท่านใช้สูตรนี้เช็คยอปรับอาหารเลี้ยงกุ้งกุลาดำในน้ำความเค็มศูนย์ได้อย่างแม่นยำไม่เคยพลาด

เอฟซีอาร์อยู่ที่ 1.4-1.5 เท่านั้น
คุณอำพล เล่าว่า ก่อนที่จะมาเลี้ยงกุ้งทำเหมืองแร่อยู่ที่ภาคใต้ หลังจากนั้นประมาณปี 2533 เห็นว่าธุรกิจกุ้งกำลังบลูมจึงลองมาเลี้ยงกุ้งดูบาง โดยทำบ่ออยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เลี้ยงอยู่ประมาณ 5 ปี ก็หันมาทำธุรกิจบ้านจัดสรรอยู่ 2-3 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พอดีพี่ชายเลี้ยงกุ้งอยู่ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว หรือฟาร์มที่เลี้ยงอยู่ในปัจจุบัน จึงมาช่วยพี่ชายเลี้ยงกุ้งเมื่อปี 2544 และเลี้ยงเรื่อยมาจนปัจจุบันมีฟาร์มเลี้ยงกุ้งอยู่ 2 แปลง แปลงแรกมีพื้นที่ 125 ไร่ มีบ่อเลี้ยงกุ้งทั้งหมด 16 บ่อ และแปลง 2 น้องสาวดูแลอยู่ 16 บ่อ มีเนื้อที่ 100 ไร่ ซึ่งฟาร์มเลี้ยงกุ้งทั้ง 2 แปลงเป็นโซนน้ำจืด

กั้นคอกปรับความเค็ม 5 วัน
คุณอำพล บอกว่า หลังจากจับกุ้งเสร็จจะตากบ่อไว้ประมาณ 15 วัน เมื่อพื้นบ่อแห้งดีแล้วก็นำรถแทรกเตอร์มาดันขี้กุ้งขึ้น จากนั้นลงปูนโดโลไมท์หรือปูนมาร์ลปรับสภาพพื้นบ่อและเพิ่มค่าอัลคาไลน์ เนื่องจากพื้นที่ที่เลี้ยงอยู่มีปัญหาดินเป็นกรด และอยู่ในพื้นที่น้ำจืดมีอัลคาไลน์ต่ำ จึงต้องใส่ปูนค่อนข้างเยอะ คือ ประมาณ 1 ตัน/ไร่ เพื่อปรับค่าพีเอชให้อยู่ที่ 8 และปรับค่าอัลคาไลน์ให้สูงกว่า 90 ขึ้นไป หลังจากใส่ปูนแล้วก็สูบน้ำจืดจากบ่อพักน้ำเข้าบ่อเลี้ยงประมาณ 1.20 เมตร แล้วทำการทรีทน้ำฆ่าพาหะนำโรค และกั้นคอกนำน้ำเค็มมาเติม ปรับความเค็มในคอกให้ได้ 10 พีพีที เสร็จแล้วนำลูกกุ้งกุลาดำที่โรงเพาะฟักปรับความเค็มมาอยู่ที่ 10 พีพีที มาปล่อยในอัตรา 50,000 ตัว/ไร่ จากนั้นค่อยๆ ปรับความเค็มในคอกลงวันละ 2 พีพีที ประมาณ 5 วัน ก็ปล่อยลูกกุ้งออกจากคอกได้ ซึ่งพอปล่อยลูกกุ้งออกจากคอกแล้วความเค็มของน้ำที่ใช้เลี้ยงก็จะเป็นศูนย์ทันที

ให้อาหาร 5 มื้อตั้งแต่วันแรก
สำหรับการให้อาหาร ในช่วงที่ลูกกุ้งยังอยู่ในคอก จะให้อาหารสำหรับลูกกุ้งวัยอ่อนในอัตรา 1 กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว/วัน โดยจะให้วันละ 5 มื้อตั้งแต่วันแรก เพราะมองว่าลูกกุ้งตอนอยู่ที่โรงเพาะฟักได้กินอาหารวันละ 6 มื้อ เพราะฉะนั้นในช่วงแรกลูกกุ้งก็ควรได้กินอาหารจำนวนมื้อเท่ากันหรือใกล้เคียง เพื่อให้ลูกกุ้งมีอัตราการรอดที่ดี หลังจากปล่อยลูกกุ้งออกจากคอกแล้ว จะลดจำนวนมื้อลงเหลือ 4 มื้อ และตั้งต้นให้อาหารเบอร์ 1 ในอัตรา ลูกกุ้ง 1 แสนตัว/อาหาร 1 กก. แล้วปรับอาหารตามโปรแกรมของบริษัทอาหาร จนกระทั่งกุ้งมีอายุประมาณ 35 วันก็จะเริ่มเช็คยอปรับอาหารตามยอ และพอกุ้งมีอายุ 1 เดือนครึ่ง จะเพิ่มมื้ออาหารกลับมาให้ 5 มื้อ ไปจนจับ

เช็คยอ 5 กรัมตลอดการเลี้ยง
คุณอำพล กล่าวว่า ปกติจะเริ่มวางยอเมื่อกุ้งมีอายุประมาณ 30 วัน แล้วนำอาหารมาใส่ยอเพื่อให้กุ้งคุ้นเคยกับอาหารในยอก่อน จากนั้นพอกุ้งมีอายุ 35 วันก็จะเริ่มเช็คยอเพื่อปรับอาหาร อัตราการเช็คยอใช้ 5 กรัม/อาหารที่ให้ 1 กก.ตลอดการเลี้ยง ส่วนเวลาการเช็คยอ เริ่มแรกจะเช็คที่ 4 ชั่วโมง พอกุ้งกินอาหารเบอร์ 4 ก็จะลดเวลาเช็คลงเหลือ 3 ชั่วโมงครึ่ง และพอเปลี่ยนมาให้อาหารเบอร์ 5 ก็ลดลงเหลือ 3 ชั่วโมง
"สูตรการเช็คยอ 5 กรัม/อาหาร 1 กก. ตลอดการเลี้ยง สามารถเช็คอาหารได้ค่อนข้างแม่นยำ ผมใช้อัตราการเช็คยอแบบนี้มาตลอด ผมให้อาหารไม่เคยพลาด เอฟซีอาร์อยู่ที่ 1.4-1.5 ทั้งนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในน้ำจืด ซึ่งการเลี้ยงกุ้งในน้ำจืดกุ้งจะโตช้ากว่าปกติ ทำให้เอฟซีอาร์สูงกว่าการเลี้ยงกุ้งที่มีความเค็มอยู่สักหน่อย"

การจัดการในระหว่างการเลี้ยง
คุณอำพล บอกว่า การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่น้ำจืด สิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ก็คือ การเช็คค่าอัลคาไลน์ ถ้าอัลคาไลน์ต่ำกว่า 90 ก็ต้องใส่ปูนโดโลไมท์ อัตราการใส่ก็ขึ้นอยู่กับค่าอัลคาไลน์ที่ตรวจวัดได้ เช่น ถ้าค่าอัลคาไลน์ต่ำมากก็ต้องใส่ปูนมาก นอกจากนี้คุณอำพลยังมีการใช้จุลินทรีย์ในระหว่างการเลี้ยงด้วย โดยจะใช้หลังจากกุ้งมีอายุ 2 เดือนไปแล้ว ใช้ทุกๆ 10 วัน อัตราการใช้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำในบ่อเลี้ยง ถ้าน้ำในบ่อยังดีอยู่ก็จะใช้จุลินทรีย์น้อย แต่ถ้าน้ำเริ่มมีปัญหาก็ใช้จุลินทรีย์มากขึ้น
"เมื่อก่อนผมใช้ทั้งอาหารเสริม วิตามินซี กล้วย สมุนไพร ผมใช้มาทุกอย่างแล้ว แต่มาในระยะหลังกุ้งราคากุ้งตกต่ำลงมาก ผมก็เลยตัดพวกนี้ออกไป ซึ่งก็ไม่เห็นมีความแตกต่างหรือมีผลกระทบแต่อย่างใด กุ้งก็ยังแข็งแรงและโตเป็นปกติ มาครอปนี้ผมปล่อยกุ้งบางลง แล้วผมไม่ได้ให้อะไรเสริมเลยนอกจากให้อาหารอย่างเดียว ปรากฏว่ากุ้งกลับโตดีกว่า ตอนนี้กุ้งอายุ 3 เดือน ได้ไซซ์ 74 ตัว/กก. ในพื้นที่น้ำจืดถือว่าโตใช้ได้"
คุณอำพล กล่าวว่า หากเปรียบเทียบความยากง่ายระหว่างการเลี้ยงกุ้งในน้ำเค็มกับการเลี้ยงกุ้งในน้ำจืด มองว่าการเลี้ยงกุ้งในน้ำเค็มเลี้ยงง่ายกว่ามาก อัตรารอดมากกว่า กุ้งโตดีกว่า ในอดีตเลี้ยง 4 เดือนก็ได้ไซซ์ 30 ตัว/กก. ได้ผลผลิตไร่ละ 2 ตัน แต่ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องลูกพันธุ์กุ้งที่ด้อยคุณภาพลงไปมาก แถมยังต้องเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืดอีกด้วย ได้ผลผลิต 600 กก./ไร่ ก็ถือว่าเก่งแล้ว
"เทคนิคการเลี้ยงกุ้งก็ไม่มีอะไรมาก ผมคิดว่ามันอยู่ที่การสังเกตและการดูแลเอาใจใส่ของเจ้าของฟาร์ม ทั้งนี้ผมจะเช็คยอเองอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพราะเราจะได้เห็นตัวกุ้งว่ายังมีความสมบูรณ์แข็งแรงดีไหม มีตัวสกปรกหรือมีซูเกาะไหม อีกอย่างหนึ่งเราจะได้เห็นสีน้ำในบ่อด้วยว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเราเจอปัญหาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เราจะได้จัดการกับปัญหาได้ทันก่อนที่ปัญหาจะลุกลามสร้างความเสียหายให้กับกุ้งทั้งบ่อ" คุณอำพลกล่าว

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster