ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

วิเคราะห์ศักยภาพของประเทศคู่แข่ง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางนิตยสารสัตว์น้ำได้จัดงานสัมมนาวันกุ้งชีวภาพ ครั้งที่ 3 ขึ้น ณ โรงแรมวังธารา แอนด์ รีสอร์ท จ.ฉะเชิงเทรา ทางทีมงาน นสพ.กุ้งไทย จึงขอนำประเด็นเกี่ยวกับการผลิตกุ้งของประเทศคู่แข่งทั้งจีน เวียดนาม อินเดีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการสัมมนาในวันนั้น มาฝากแก่ท่านผู้อ่าน ดังนี้

" ทิศทางประเทศคู่แข่งกุ้งไทย
น.สพ.ปรีชา เอกธรรมสุทธิ์ นายกสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า วันนี้ประเทศคู่แข่งในการผลิตกุ้งเพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 50 ประเทศ ทำให้การทำตลาดส่งออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก และประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สำคัญมี ดังนี้
- ประเทศจีน แนวโน้มการผลิตกุ้งของประเทศจีน ปีนี้น่าจะผลิตได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับผลผลิตเมื่อปีที่แล้ว ส่วนมากเป็นกุ้งขาวแวนนาไม 80% กุ้งขาวจีน 10% และกุ้งชนิดอื่นๆ อีกประมาณ 10% พื้นที่ในการเลี้ยงกุ้งของจีนมีมากกว่า 1,500,000 ไร่ โดยจะเลี้ยงแบบปล่อยหนาแน่นและปล่อยบางบ้างเล็กน้อยบางพื้นที่
นอกจากนี้มีรายงานจากประเทศจีนแจ้งมาว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาทางภาคใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ในการเลี้ยงกุ้งมากที่สุด พบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีปัญหาเรื่องโรคทอร่าระบาด มากกว่า 70% ของพื้นที่การเลี้ยงทั้งหมด จึงทำให้เกษตรกรเร่งจับกุ้งก่อนกำหนดเพื่อป้องกันความเสียหาย ทำให้ปริมาณกุ้งขาวในช่วงต้นเดือนออกมามีปริมาณมาก ราคากุ้งขาวจึงตกลงมาบ้างจากสาเหตุดังกล่าว
สำหรับต้นทุนการผลิตของประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีค่าแรงถูก ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงกุ้งไม่เกิน 3 เดือน เลี้ยงขนาดไซซ์ 120 - 100 ตัว/กก. โดยนิยมปล่อยกุ้ง 200,000 - 300,000 ตัว/ไร่ บางพื้นที่ปล่อยแน่นถึง 400,000 ตัว/ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 3 ตัน ส่วนขั้นตอนในการเลี้ยงมีการใช้ยาและสารเคมีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตลาดหลักของจีน ได้แก่ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ แต่ขั้นตอนการตรวจสอบย้อนหลังของจีนไม่พร้อม ดังนั้นการส่งขายต่างประเทศจึงมีปัญหาพอสมควร แต่เนื่องจากประชาชนภายในประเทศมีจำนวนมาก ทำให้การบริโภคในประเทศช่วยบรรเทาปัญหาลงไปได้บางส่วน ในระยะยาวคาดว่า ประเทศจีน จะไม่ใช่คู่แข่งในการผลิตกุ้งของไทย

- เวียดนาม มีการเลี้ยงเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ภาคกลางจะเลี้ยงกุ้งแบบหนาแน่น อัตราปล่อยไร่ละ 80,000-100,000 ตัว/ไร่ ส่วนภาคใต้นิยมปล่อยในอัตรา 30,000 ตัว/ไร่ ศักยภาพในการผลิตของเวียดนามเมื่อปีที่ผ่านมา สามารถผลิตกุ้งได้ประมาณ 150,000 ตัน ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่ไม่ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งขาว จะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากกว่า รัฐบาลเวียดนามจะออกสินเชื่อให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ ทำให้เกิดแรงจูงใจของเกษตรกรในการผลิตกุ้งกุลาดำ
ปัญหาในการผลิตของเวียดนาม ในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ เกษตรกรชาวเวียดนามต้องผจญกับปัญหาเรื่องโรคตัวแดงดวงขาว และพบว่ามีการระบาดในกุ้งกุลาดำสูงถึง 90% ส่วนในกุ้งขาวพบการระบาดไม่เกิน 10% พร้อมกันนี้รัฐบาลเวียดนามได้ออกกฎออกมาว่า ต้องปล่อยกุ้งกุลาดำหลังวันที่ 15 เมษายน ทั้งประเทศ ถ้าปล่อยเร็วกว่านี้ จะพบกับปัญหาอากาศเย็นทำให้เกิดความเสียหายได้ และให้ปล่อยบาง 15-20 ตัว/ตารางเมตร ตกไร่ละ 20,000-30,000 ตัว/ไร่ โดยเน้นให้เลี้ยงให้ได้กุ้งกุลาดำไซซ์ 30-40 ตัว/กก. นั้นคือแผนการผลิตของเวียดนาม ส่วนราคาอาหาร น้ำมัน ของประเทศเวียดนามมีราคาแพงกว่าประเทศไทย ด้านการขนส่ง การคมนาคมยังไม่ดีพอ การขนส่งต้องใช้เวลานานและล่าช้า
"สำหรับราคากุ้งกุลาดำ ราคาขายหน้าฟาร์มเลวร้ายที่สุด คือ เท่ากับราคาของไทย นั้นหมายถึงราคาปกติของเขาจะดีกว่าไทย วันนี้ห้องเย็นเวียดนามกำลังไล่ตามไทยมาเรื่อยๆ เป้าหมายของเขาต้องการแซงหน้าไทยให้ได้ เขาต้องการเป็นผู้นำในการผลิตกุ้งกุลาดำ ส่วนตลาดหลักของเวียดนาม คือ ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ในการผลิตของเขาพบว่ามีการใช้ยาและสารเคมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่จะพบสารตกค้างในกุ้งมีมาก ข้อนี้กุ้งไทยจะได้เปรียบกว่ากุ้งเวียดนาม"

- อินโดนีเซีย เป็นประเทศส่งออกรายใหญ่ มีความได้เปรียบในพื้นที่การเลี้ยงแต่เสียเปรียบในการขนส่ง เพราะการคมนาคมยังไม่ดีพอ ตอนนี้ผลผลิตของอินโดนีเซียอยู่ที่ 180,000 ตัน/ปี แต่ประเทศอินโดนีเซียไม่มีทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจนหรือที่เรียกกันว่าผลิตแบบไร้ระบบ คาดว่าปีนี้อินโดนีเซียจะผลิตกุ้งขาวแวนนาไมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ประมาณผลผลิตกุ้งขาวจะอยู่ที่ 80,000 ตัน กุ้งกุลาดำไม่น่าเกิน 100,000 ตัน จากตัวเลขบ่งบอกได้ว่า ปีนี้อินโดนีเซียมีผลผลิตกุ้งไม่มาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาเกษตรกรของอินโดนีเซียเกิดการขาดทุนเหมือนกับของไทยทำให้การผลิตลดลง

- อินเดีย ปีนี้มีพื้นที่ในการเลี้ยงกุ้งอยู่ประมาณ 800,000 ไร่ ทำให้ผลผลิตปีนี้มีไม่มากเท่าที่ควร ประกอบกับรัฐบาลของอินเดียให้การสนับสนุนน้อยมาก กุ้งที่อินเดียจะเป็นกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาวแวนนาไม นอกจากนี้ยังได้รับรายงานมาว่า นักลงทุนพยายามนำกุ้งขาวเข้าไปแนะนำให้แก่เกษตรกรชาวอินเดีย เพื่อให้การผลิตครบวงจรยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลอินเดียไม่สนับสนุน คาดว่าปีนี้อินเดียจะมีกุ้งส่งออกไม่เกิน 150,000 ตัน

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster