ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

สถานการณ์การผลิตลูกกุ้งของประเทศคู่แข่ง

สถานการณ์การตลาดกุ้งของประเทศคู่แข่งต่างๆ เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้รับข่าวสารกันไปบ้างแล้ว แต่ภาคการผลิตลูกกุ้งของประเทศคู่แข่ง คิดว่าหลายท่านคงยังไม่ทราบกันมากนัก ซึ่งจากงานสัมมนาที่ทางชมรมผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานีจัดขึ้น เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ณ โรงแรมซี เอส ปัตตานี ที่ผ่านมา มีการบรรยายถึงประเด็นดังกล่าว ทีมงาน นสพ. กุ้งไทย จึงได้รวบรวมรายละเอียดมาฝากท่านผู้อ่าน ดังนี้
น.สพ.ปรีชา เอกธรรมสุทธิ์ ผู้อำนวยการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทคค์ฟีด จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตกุ้งทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จากเดิมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีประเทศที่ผลิตกุ้งเพื่อการส่งออกอยู่เพียง 5 ประเทศเท่านั้น แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งได้ขยายวงกว้างมากขึ้น มีประเทศที่หันมาผลิตกุ้งเพื่อการส่งออกมากขึ้นถึง 50 กว่าประเทศ เนื่องจากมูลค่าเม็ดเงินของอุตสาหกรรมกุ้งมีมาก จึงเป็นเหตุให้หลายประเทศหันมาสนใจธุรกิจนี้ สำหรับสถานการณ์การผลิตลูกกุ้งในประเทศต่างๆ มีดังนี้

ทอร่าระบาดหนักในจีน
สถานการณ์การผลิตกุ้งของประเทศจีน ในหนึ่งปีสามารถผลิตกุ้งได้เพียง 2 ฤดู ฤดูแรกช่วงปลายเดือนเมษายน และอีกฤดูจะเลี้ยงในช่วงเดือนสิงหาคม ใช้เวลาในการเลี้ยงแต่ละฤดูประมาณ 2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือน กุ้งที่เลี้ยงจะเป็นไซซ์ 80-100 ตัว/กก. ส่วนมากผู้บริโภคชาวจีนจะนิยมบริโภคกุ้งขนาดไซซ์ 80-100 ตัว/กก. ผลผลิตของจีนปีนี้ กุ้งขาวมีมากประมาณ 80% กุ้งดำมี 5-10% ที่เหลือเป็นกุ้งชนิดอื่นๆ แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องโรคทอร่าระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งจีนเสียหายมากกว่า 60-70% ภาพรวมปีนี้ จีนมีปริมาณลดลง คาดว่าไม่น่าจะมีกุ้งเท่ากับปีที่แล้ว ซึ่งปีที่ผ่านมาจีนผลิตได้ 450,000 ตัน
ด้านการผลิตลูกกุ้ง จากปัญหาโรคทอร่าระบาด ทำให้ราคาของลูกกุ้งตกลงอย่างมาก จากเดิมที่ยังไม่พบว่ามีโรคทอร่าระบาด ราคาลูกกุ้งอยู่ที่ตัวละ 3-4 สตางค์ สำหรับลูกกุ้งกุ้งขาวจากพ่อแม่พันธุ์ฮาวาย ส่วนลูกกุ้งที่ได้จากพ่อแม่พันธุ์ในประเทศจีน ราคาตัวละ 2 สตางค์ แต่เมื่อประสบกับโรคระบาด ราคาลูกกุ้งจากพ่อแม่พันธุ์ฮาวาย เหลือตัวละ 1 สตางค์เท่านั้น
"จากที่ผมมีโอกาสได้เดินทางไปดูงานแฮชเชอรี่รายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน พบว่า เฉพาะแฮชเชอรี่แห่งนี้เพียงแห่งเดียว สามารถผลิตนอเพลียสได้มากถึงวันละ 1,800 ล้านตัว แต่ช่วงนี้ภาวะการตลาดของลูกกุ้งไม่ดีเท่าไร เกษตรกรบ่อดินถูกปัญหาเรื่องโรคระบาด แต่แฮชเชอรี่นี้ก็ยังสามารถขายลูกกุ้งได้ 80 ล้านตัว/วัน สำหรับมุมมองของผมคิดว่า การพัฒนาระบบการเลี้ยงของประเทศจีนยังล้าหลังกว่าไทยมาก แต่จีนได้เปรียบเหนือกว่าเราเพียงด้านเดียว คือ เรื่องแรงงานราคาถูกเท่านั้น ส่วนเรื่องต้นทุนค่าอาหาร พบว่าอาหารกุ้งของจีนยังแพงกว่าเมืองไทยมาก ส่วนสารเคมีราคาไม่แพง และเกษตรกรชาวจีนนิยมใช้กันมาก"

เวียดนามนิยมพ่อแม่กุ้งดำจากพม่า
ประเทศเวียดนามมีแหล่งการผลิตที่สำคัญอยู่ 2 แห่ง คือ ภาคกลางและภาคใต้ ภาคกลางจะเป็นการเลี้ยงแบบกึ่งพัฒนา ปล่อยกุ้งค่อนข้างหนาแน่น ประมาณ 80,000-100,000 ตัว/ไร่ ส่วนภาคใต้จะเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยบาง ไร่ละประมาณ 10,000-30,000 ตัว จากรอบการเลี้ยงที่ผ่านมาพบว่าพื้นที่ภาคกลาง เกษตรกรประสบปัญหาเลี้ยงแล้วกุ้งไม่โต กุ้งป่วยเป็นโรค รัฐบาลจึงออกคำสั่งให้ลงกุ้งบางๆ ส่วนการเลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้กุ้งค่อนข้างเจริญเติบโตดี ส่วนมากจะเลี้ยงกุ้งกุลาดำถึง 90% ไซซ์ที่ต้องการอยู่ที่ 30-50 ตัว/กก. วันนี้ตลาดกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่เป็นของเวียดนาม
สถานการณ์ด้านการผลิตลูกกุ้ง โรงเพาะฟักในเวียดนามนิยมใช้พ่อแม่พันธุ์พม่าเช่นเดียวกับไทย ราคาพ่อแม่พันธุ์ถูกสุดคู่ละ 5,000 บาท แพงสุดคู่ละ 30,000 บาท การใช้พ่อแม่พันธุ์ที่เวียดนามไม่ได้ใช้ 2 ครั้งเหมือนกับไทย แต่จะใช้ถึง 6-7 ครั้ง เรียกว่าใช้จนคุ้ม ดังนั้นเรื่องคุณภาพลูกกุ้งของไทยจะดีกว่าเวียดนาม ปีนี้เวียดนามยังไม่เป็นคู่แข่งที่สำคัญเท่าไร แต่ในระยะยาวถือว่าน่ากลัวมาก

ต่างชาติแห่ลงทุนในอินโดฯ
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ไม่โดนภาษีเอดี ทำให้สร้างกระแสความสนใจแก่นักลงทุนชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก มีรายงานเข้ามาว่า ขณะนี้มีนักลงทุนชาวญี่ปุ่นเริ่มหันไปทำธุรกิจเรื่องกุ้งกันบ้างแล้ว ทำให้ฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่เป็นของนักลงทุนชาวต่างชาติเป็นฟาร์มที่มีขนาดใหญ่ บางแห่งมีพื้นที่ในการเลี้ยงกุ้งมากถึง 70,000-80,000 กว่าไร่ และคิดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า อินโดนีเซียจะเติบโตในอุตสาหกรรมนี้อีกมาก
สถานการณ์การผลิตลูกกุ้ง จากการที่เป็นฟาร์มเลี้ยงขนาดใหญ่ ทำให้แต่ละฟาร์มจะมีโรงเพาะฟักเป็นของตัวเอง ส่วนสายพันธุ์มีพัฒนาใกล้เคียงกับไทย

นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 27 ปักษ์แรกประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2547

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster