ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ธุรกิจกุ้งเชื่อมโยงครบวงจร ความจำเป็นในอนาคต
น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ
ในกิจกรรมเฉพาะกิจ "เครือข่าย คนไทย - กุ้งไทย"

บทความนี้ ผมจัดทำขึ้นเพื่อตอบคำถามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและผู้ประกอบการแปรรูปส่งออกส่วนหนึ่งที่สอบถามและหารือกับผมมาโดยตลอดว่า ทิศทาง.ธุรกิจกุ้งส่งออกของไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร ดังนั้นผมจึงขอเสนอเป็นบทความลงในหนังสือพิมพ์กุ้งไทย เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นแก่ทุกท่านโดยทั่วกัน และหวังผลว่าจะได้ช่วยกันคิดเพิ่มเติมแนวทางธุรกิจให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ในความเห็นส่วนตัวของผม จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมในกิจกรรมเชิงพัฒนาการ "กุ้งไทย" มานาน ผมมีความเห็นว่าธุรกิจกุ้งเชื่อมโยงโดยครบวงจร ในอนาคตถือว่าจำเป็นต่อการยืนหยัดอย่างมั่นคงของกุ้งไทย ทั้งนี้ผมมีเหตุผล คือ
1. ในอนาคตผลผลิตกุ้งจะเต็มตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไม เป็นผลผลิตหลักของตลาดกุ้งโลก เพราะมีจุดเด่นหลายประการ ทั้งสายพันธุ์กุ้งที่ผ่านการวิจัยพัฒนาแล้วคุณสมบัติสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการผลิตจำนวนมาก มีเทคโนโลยีการผลิตที่หลากหลายและผลิตได้ทั่วโลก ในขณะที่กุ้งนี้เพาะเลี้ยงได้ง่ายและหากพัฒนาต่อเนื่องแล้วจะสามารถผลิตได้ที่ต้นทุนต่ำ อีกทั้งความเสี่ยงในการผลิตต่ำและเหมาะสมต่อธุรกิจเชื่อมโยงครบวงจร
2. กุ้งกุลาดำและกุ้งอื่นๆ จะเป็นสายพันธุ์เสริมในตลาดกุ้งโลก เพื่อบริการตลาดจำเพาะ โดยภาคการผลิตจะต้องเร่งพัฒนาพันธุ์และปรับเทคโนโลยีการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคธุรกิจส่งออกและบริการจะทำตลาดจำเพาะเป้าหมาย ซึ่งต้องมีการประสานระหว่างการผลิตและการตลาดเป็นพิเศษ
3. การแข่งขันด้านการตลาดของธุรกิจกุ้งจะเข้มข้นและเจาะลึกมากยิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์จะปรับสู่ความหลากหลายในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งกลุ่มกุ้งดิบ (RM = Raw Material) กุ้งพร้อมปรุง (RC = Ready To Cook) และกุ้งพร้อมบริโภค (RE = Ready To Eat)
4. การจะได้วัตถุดิบตามกำหนดและเป้าหมายผลิตภัณฑ์ จำเป็นต้องผนึกประสานระหว่างภาคการผลิตวัตถุดิบกุ้ง (ภาคการเพาะเลี้ยง) และภาคการแปรรูปส่งออก (ภาคการขายผลผลิต) พร้อมการบริหารจัดการและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นผมเชื่อว่าในอนาคตหนีไม่พ้นที่การผลิตกุ้งส่งออกของไทยต้องปรับเข้าสู่ธุรกิจแบบเชื่อมโยงครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย คือ
1. เกิดการประสานแผนการตลาดและการผลิตได้ชัดเจนและลงตัวมากขึ้น ภาคการผลิตเองก็ได้รับข้อมูลแน่นอนว่า จะผลิตกุ้งสายพันธุ์ไหนและเป้าหมายการผลิตเป็นอย่างไร อีกทั้งหากสามารถพัฒนาแนวทางประสานด้านการผลิตและการตลาดได้ลงตัวแล้ว จะสามารถรับรู้ราคาผลผลิตกุ้งล่วงหน้าได้ระดับหนึ่งด้วย อันจะช่วยให้ภาคการเลี้ยงสามารถวางแผนและปรับวิธีกากรผลิตได้อย่างเหมาะสมในขณะที่ภาคการส่งออกสามารถวางแผนทำตลาดได้อย่างมั่นใจ
2.ลดความเสี่ยงสูญเสียหรือลดต้นทุนแฝงในลูกโซ่ธุรกิจลง โดยลดต้นทุนแฝงหรือความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจแบบคาดเดาหรือวัดดวงได้ระดับหนึ่ง ลดภาวะผลิตกุ้งสายพันธุ์หรือผิดไซซ์หรือผิดช่วงเวลา และลดปัญหาภาระสต๊อกของผู้ส่งออกหรือไม่กล้าทำตลาด หรือรับคำสั่งซื้อแล้วขาดทุน หรืออื่นๆ
3. เพิ่มศักยภาพการขาย เนื่องจากการประสานและวางแผนร่วมระหว่างขั้นตอนการผลิตและการตลาดจะสามารถผลิตสู่เป้าหมายตลาดได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถวางแผนสร้าง"ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือช่องทางตลาดใหม่ๆ" ได้ง่ายขึ้น
4. ช่วยให้ประเทศผู้ซื้อไว้วางใจและเชื่อมั่นในระบบการผลิตและตลาดได้มากขึ้น เพราะระบบธุรกิจกุ้งเชื่อมโยงครบวงจรจะก่อให้เกิดการพัฒนาธุรกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน
แต่ในการดำเนินการการสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการในทุกขั้นตอนธุรกิจของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ควรสร้างความเข้าใจร่วมอย่างชัดเจนหลายประการ คือ
1. การดำเนินงานธุรกิจกุ้งครบวงจรจะต้องพัฒนาจากจุดเริ่มต้นพื้นฐาน คือการสร้างระบบเล็กๆ และทดลองดำเนินการเพื่อปรับพัฒนาสู่ระบบที่ลงตัวมากขึ้นในภายหลัง ดังเช่น กลุ่มผู้เลี้ยงบางกลุ่มหรือบริษัทอาหารสัตว์หรือห้องเย็นบางรายเริ่มทดลองดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
2. ในภาวะแข่งขันของธุรกิจกุ้งโลกปัจจุบัน ย่อมจะมีปัญหาอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ จำเป็นที่ผู้ร่วมโครงการต้องปรับตัวและประสานความเข้าใจร่วมได้ทันเหตุการณ์ เช่น ปัญหาตลาดชะลอตัวหรือชะงักบางช่วงเวลา หรือเกิดอุปสรรคเฉพาะหน้าด้านการผลิตหรืออื่นๆ
3. ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงกุ้งในฐานะฐานการผลิตของอุตสาหกรรม ต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนว่าธุรกิจกุ้งครบวงจร จะส่งผลให้ราคากุ้งของแต่ละห้องเย็นในช่วงเวลาเดียวกันอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นกับแผนงานและเงื่อนไขธุรกิจในขณะนั้น ทั้งนี้ภายใต้การรับรู้และพัฒนาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
4. ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงกุ้งต้องมีการประสานรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาระบบผลิต แผนการผลิต วิธีการผลิตที่สอดคล้องกับเงื่อนไขธุรกิจในปัจจุบันอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะธุรกิจแบบเชื่อมโยงหรือครบวงจรจะมีภาระกิจที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ภายใต้รายละเอียดประกอบที่แตกต่างกัน
5. การแข่งขันในธุรกิจโลกอนาคตหนีไม่พ้นต้องแข่งกันที่ต้นทุนการผลิต ดังนั้นอุตสาหกรรมกุ้งส่งออกของไทย จำเป็นต้องร่วมกันผลิตกุ้งที่ต้นทุนต่ำลง หรือต่ำสุดที่ระดับแข่งขันในธุรกิจกุ้งโลกได้อย่างมั่นคง จึงเป็นภารกิจที่ผู้เพาะเลี้ยงต้องพัฒนาต่อเนื่องให้ต้นทุนการผลิตต่ำเพื่อที่เราจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทยเล่ม 70
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster