ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

มหหันตภัยโซเดียมไซยาไนด์

เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำสารพิษบางประเภท ที่เป็นอันตรายร้ายแรงอย่างมากมาใช้ในการเลี้ยงกุ้ง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น สารพิษโซเดียมไซยาไนด์ (Sodium cyanide) เพื่อนำมาใช้ในการเตรียมบ่อ เตรียมน้ำ และกำจัดพาหะ ไม่ว่าจะเป็นปู แมลง ปลา หรือหอยบางชนิดในบ่อเลี้ยงกุ้ง โดยหารู้ไม่ว่าสารพิษดังกล่าวร้ายแรงและอันตรายมากขนาดไหน ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักมันกันก่อนดีกว่า
โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium cyanide) มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ขนาดเล็ก ละลายน้ำและแอลกอฮอล์ได้ดี เมื่อแห้งจะไม่มีกลิ่น แต่หากโดนความชื้นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีกลิ่นฉุน ซึ่งมีชื่อว่า ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) ก๊าซนี้มีความเป็นพิษสูงมากต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ใกล้ รวมถึงสัตว์น้ำ สามารถทำให้ตายได้ในระยะเวลาอันสั้น
สารประเภทโซเดียมไซยาไนด์นี้ ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรม อาทิ การทำพลาสติก ถุงมือยาง การทำเม็ดสี การทำจิวเวอร์รี่ เป็นต้น และมีการลักลอบใช้ในบางประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในการจับปลาสวยงามตามแนวปะการัง แต่ส่วนมากมักทำให้ปลาและปะการังเสียชีวิต นับว่าเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว ผิดกฎหมาย เป็นอันตรายร้ายแรงมากต่อระบบนิเวศน์และสิ่งมีชีวิตในทะเลโดยรวมทั้งหมด
ความรุนแรงของพิษไซยาไนด์หลังจากสัมผัส ไม่ว่าจะด้วยการสูดดมกลิ่นในขณะผสมสาร สารกระเด็นเข้าเนื้อเยื่อ สัมผัสโดยตรงด้วยมือเปล่า หรือหลุดเข้าไปในปากในร่างกาย จะเกิดอาการหมดสติ ชักกระตุก เกร็งในช่องท้อง อาเจียน จ้ำเลือดออกตามตัว ปอดบวมน้ำ หายใจไม่ออก หอบ ช็อกและตายได้เพียงไม่กี่นาที และเคยมีรายงานว่าไซยาไนด์นี้จัดเป็นสารพิษที่ใช้ในการฆ่าตัวตายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย
นอกจากอันตรายจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้สารพิษไซยาไนด์โดยตรงให้ถึงแก่ความตายได้อย่างรวดเร็วแล้ว อันตรายอีกประการหนึ่งของไซยาไนด์ที่ควรระวังโดยที่ผู้ใช้อาจยังไม่ทราบก็คือ การตกค้างหรือดูดซับในตะกอนดิน และการเคลื่อนย้ายตัวของสารพิษในสิ่งแวดล้อม ได้เคยมีรายงานว่าในตะกอนดินที่มีโลหะหนัก โดยเฉพาะดินที่มีสนิมเหล็ก โคบอลล์ หรือสังกะสี พบว่าไซยาไนด์จะดูดซับไว้ในดินพวกนี้ได้ดีมาก ยิ่งในช่วงที่พีเอชต่ำ และมีตะกอนดินมากๆ แต่หากตะกอนของผิวหน้าดินมีพีเอชมากกว่า 9.2 ไซยาไนด์จะเคลื่อนย้ายตัวไปกับน้ำ และจะยิ่งเคลื่อนตัวได้ดีเมื่อพีเอชสูงขึ้น ในน้ำมีความกระด้างสูง หรือมีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตในน้ำสูง หรือในน้ำที่มีประจุลบและตะกอนดินน้อยอาจเคลื่อนตัวได้ไกลมากถึง 10 กิโลเมตร และสามารถลงไปอยู่ในน้ำใต้ดินได้ด้วย ซึ่งหากมีสะสมมากกว่า 0.2 ส่วนใน 1 ล้านส่วน หรือ 0.2 พีพีเอ็ม ก็จะทำให้ไม่สามารถดื่มน้ำนั้นได้เลยไซยาไนด์ มีค่าครึ่งชีวิตในการสลายตัว โดยเฉลี่ย 334 วัน หรือประมาณ 1 ปี ในบางพื้นที่มีรายว่า อาจสูงถึง 3 ปี หรือ 11 ปี และที่สำคัญพบว่าไซยาไนด์ไม่ถูกทำลายด้วยแสงแดด
จากการคำนวณและสังเกตการณ์ใช้โซเดียมไซยาไนด์ของเกษตรกรบางราย ในอัตราส่วน 5 กิโลกรัม ต่อพื้นที่น้ำ 1 ไร่ ในระดับน้ำลึก 1 เมตร พบว่าจะให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไซยาไนด์โดยประมาณ คือ 3.125 พีพีเอ็ม ซึ่งจัดว่าเป็นความเข้มข้นที่ค่อนข้างสูงมากกว่าระดับความเป็นพิษของไซยาไนด์ในการสัมผัสทางปาก (0.2-1 พีพีเอ็ม)
ดังนั้น อันตรายจากสารพิษอาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ตั้งแต่ขณะผสมเจือจางและสารละลายในน้ำ ขณะสัมผัสโดยตรงด้วยมือ หรือขณะที่สาดสารลงไปในบ่อน้ำ ซึ่งความเป็นพิษของน้ำในบ่อที่สาดสารพิษลงไปนั้น สามารถทำให้ผู้ใช้สารหรือคนงานตายได้ทันที จึงขอให้เกษตรกรทุกท่านพึงระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะใช้สารพิษจำพวกนี้
ปัจจุบันสารกำจัดแมลงและพาหะนำโรคไวรัสในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่กรมประมงอนุญาตให้ใช้ได้ มีเพียงกลุ่มเดียว คือ ในตระกูลออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกใช้สารกำจัดพาหะครั้งต่อไป เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ใช้เองและผู้บริโภคกุ้งของเรา และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบตกค้างต่อสิ่งแวดล้อมตามมาภายหลัง ขอให้เกษตรกรตรวจดูให้แน่ชัดว่าสารที่จะใช้นั้นมีความปลอดภัยจริง โดยตรวจดูรายละเอียดของสารให้มั่นใจก่อนใช้ทุกครั้ง หรือปรึกษานักวิชาการผู้รู้ก่อนใช้ และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินความจริงของสารเคมีบางชนิด อย่าหลงใช้ตามคำบอกเล่าของเพื่อนบ้านโดยไม่ศึกษาให้รู้แน่ก่อนใช้ หรือหลงใช้เพราะคิดว่าถูกและประหยัด เพราะผลเสียอาจเกิดขึ้นกับท่านและคนในครอบครัว รวมถึงกุ้งในบ่อของท่านได้อย่างที่คาดไม่ถึง


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทยเล่ม 70
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster