ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

16 ข้อเดิมๆ ที่ทุกท่านรู้กันดีในการเลี้ยงกุ้ง(แต่จะทำกันหรือไม่หนอ?)
จาก ทพ.สุรพล ประเทืองธรรม

1. ต้องทำการป้องกันโรคให้พร้อมที่สุด เพื่อลดโอกาสการเป็นโรคต่างๆ โดยต้องทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้พาหะต่างๆมีโอกาสหลงเข้ามาในบ่อเลี้ยงของเรา ส่วนจะทำอย่างไรคิดว่าทุกท่านน่าจะรู้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะปฏิบัติกันได้แค่ไหน พึงระลึกไว้เสมอว่า ไวรัสโรคกุ้งนั้นตัวเล็กมากๆ มีจริง และไม่เคยยกเว้นกับใคร เราได้พยายามป้องกันไม่ให้ไวรัสมีโอกาสเข้ามาในฟาร์มอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง
2. เราได้เตรียมพื้นที่บ่อให้สะอาดจริงหรือไม่ มีการพักบ่อนานพอหรือไม่ ถ้ายังมีสารอินทรีย์หลงเหลือในบ่ออยู่มาก ก็รับรองว่าเราจะเลี้ยงกุ้งในรุ่นต่อไปให้สำเร็จได้ยาก จะสิ้นเปลืองค่าพลังงานมากเพราะพื้นบ่อต้องใช้ออกซิเจนมาก
3. เตรียมน้ำในบ่อเลี้ยงโดยสามารถกำจัดหรือป้องกันพาหะในบ่อ ได้สมบูรณ์หรือไม่ มีบ่อพักน้ำเพียงพอต่อการพักน้ำได้หรือไม่ ถ้าพักน้ำนาน ถ่ายน้ำน้อยก็จะลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆของกุ้งได้
4. เลือกลูกกุ้งที่มีคุณภาพดีได้หรือไม่
5. เราปล่อยกุ้งแน่นไปหรือไม่ การปล่อยกุ้งแน่นเกินไปก็เป็นการประกันว่าจะต้องเจอสารพันปัญหาตลอดระยะเวลาที่เลี้ยง การปล่อยกุ้งที่พอเหมาะตามความพร้อมของฟาร์ม จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าเราคิดว่าการเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว การปล่อยกุ้งที่แน่นเกินไปน่าจะปราชัยตั้งแต่เริ่มแล้ว
6. ควบคุมอาหารให้พอเหมาะ อย่าให้อาหารมากเกินเพราะเป็นบ่อเกิดของปัญหาในบ่อกุ้งของเรา ทำให้พื้นเน่าเสีย น้ำแกว่ง ออกซิเจนต่ำ สิ้นเปลืองพลังงานมาก สิ้นเปลืองค่าอาหารมาก เกิดโรคต่างๆได้ง่าย ยังไม่เคยพบเลยว่ามีบ่อที่กุ้งตายเพราะให้อาหารน้อยเกินไป แต่มีบ่อจำนวนมากที่กุ้งตายเพราะให้อาหารมากเกินไป ถ้าไม่แน่ใจก็ให้น้อยไว้ก่อนปลอดภัยกว่าแน่
7. เปลี่ยนถ่ายน้ำน้อยเท่าที่จำเป็น โดยน้ำที่เปลี่ยนต้องมั่นใจว่าได้พักนานพอเพียงว่าปลอดภัย การเลี้ยงระบบเปิดอาจมีผลดีในแง่การเจริญเติบโต แต่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมากก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคได้มากกว่าเช่นกัน เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในอาชีพที่เสี่ยงอยู่แล้ว
8. อย่าพยายามแสวงหายาอายุวัฒนะหรือสูตรสำเร็จในการเลี้ยงกุ้ง แต่พยายามแสวงหาและปรับปรุงการจัดการในฟาร์มให้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการประกันความสำเร็จได้มากกว่าวิธีอื่น เลี้ยงกุ้งให้สำเร็จไม่จำเป็นต้องพึ่งยาหรือสารพิเศษตัวใด
9. มีเครื่องตีน้ำให้มากไว้ก่อน เผื่อไว้ได้ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น น้ำดรอป แต่เวลาปกติเปิดเครื่องเท่าที่จำเป็นจะประหยัดค่าพลังงานลงได้ เวลากลางวันไม่ต้องเปิดมากพอเคล้าน้ำให้เข้ากันก็เหลือพอแล้ว ต้องมีเครื่องวัดออกซิเจนเพื่อประเมินในการเปิดเครื่องตีน้ำ พยายามรักษาระดับออกซิเจนตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นอย่าให้ต่ำกว่า 3.7 ppm.
10. เวลากลางคืนโดยเฉพาะกลางดึก เป็นช่วงเวลาวิกฤติสุดเพราะเกิดปัญหารุนแรงได้ง่าย เช่นไฟกระพริบหรือดับ ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนชั่วคราว กระตุ้นให้กุ้งอ่อนแอและเสียหายได้ง่าย จึงควรให้ความสำคัญเรื่องยามเป็นพิเศษ ให้ดูแลเครื่องตีน้ำในบ่อตอนกลางคืนให้ดีด้วย ปัญหาหญ้าปากคอกนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่โดยที่เราอาจจะคาดไม่ถึง
11. เวลาในการให้อาหารโดยเฉพาะมื้อแรกในตอนเช้าไม่ต้องเข้มงวดตรงเวลามากนัก แต่ให้ความสำคัญในเรื่องความพร้อมนั่นคือ ออกซิเจนต้องดีและ มีแสงมากพอให้พืชสังเคราะห์แสง สร้างออซิเจนได้ดีแล้วไม่ต้องรีบร้อนให้อาหาร ถ้ามีอาหารเหลือเรื้อรังหรือบ่อยๆ ก็ทิ้งหรืองดอาหารไปเลยจะดีกว่า
12. ความสำเร็จของฟาร์มไม่ได้มาด้วยโชค แต่ได้มาด้วยความอุตสาหะหยาดเหงื่อแรงกายของผู้ทำงานทุกคนในฟาร์ม ทุกคนมีความสำคัญหมดเราจึงต้องให้ค่าจ้าง สวัสดิการให้เหมาะสม เพื่อให้ทุกคนรักบ่อ รักฟาร์ม ถ้าปราศจากสิ่งนี้คงสำเร็จยาก
13. ฟาร์มที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นฟาร์มที่สะอาดไม่รกรุงรัง เก็บของเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันทำความสะอาด และปรับปรุงทัศนียภาพเช่นการปลูกดอกไม้ ต้นไม้ ประดับฟาร์ม
14. อาชีพเลี้ยงกุ้งจะไม่ยั่งยืน ถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราให้ดี ต้องไม่ปล่อยเลนลงแหล่งน้ำ ไม่ลงกุ้งแน่นเกินไป หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมากเกินไป การไม่ดูแลสิ่งแวดล้อมก็เปรียบเสมือนการทุบหม้อข้าวของตัวเอง เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ เราจึงต้องมีส่วนเข้าช่วยเหลือสังคม ส่วนรวมตามโอกาสด้วย
15. การจะเลี้ยงให้ได้กุ้งใหญ่ ถ้าเราสามารถควบคุมพื้นบ่อให้อยู่ในสภาพดี นั่นคือเราสามารถคุมอาหารให้ดีตั่งแต่แรกเริ่ม ไม่ลงกุ้งแน่นเกินไป เราก็สามารถคุมน้ำ และออกซิเจนได้ดีเมื่อเลี้ยงนานขึ้นกุ้งก็จะใหญ่ขึ้นเอง เพราะธรรมชาติของกุ้งถ้าเราจัดเงื่อนไขต่างๆในบ่อให้เหมาะสมแล้วกุ้งก็จะโตขึ้นเองตามอายุ
16. อย่าใช้แต่ความพยายามในการคิดค้นหาวิธีการรักษากุ้งเวลาเป็นโรคต่างๆ แต่ให้ใช้ความพยายามมากๆในการทบทวน และคิดค้นวิธีการป้องกันโรค ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษา คือหลักป้องกันโรคไว้ก่อน รักษาโรคมักจะไม่ค่อยได้ผล

ต้องขอโทษท่านผู้อ่านด้วยที่ 16 ข้อที่อ่านมาไม่มีความรู้อะไรใหม่เลย ส่วนใหญ่ก็รู้กันดีอยู่แล้ว ก็ขอถือว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนก็แล้วกัน แต่ถ้าเราถือว่าเป็นการทบทวนหลักการเบื้องต้นก็คงไม่น่าเกลียดนัก

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทยเล่ม 71
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด