ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ปรับอุตสาหกรรมกุ้งเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์

ภายในงานสัมมนา "การนำเสนอผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชนสู่เชิงพาณิชย์" ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ประกอบด้วยการบรรยายพิเศษ การอภิปราย การเสวนา และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จของต้นแบบเครือข่ายและผลผลิต ทั้ง 4 เครือข่าย ได้แก่ กุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง น้ำลูกยอ และสิ่งประดิษฐ์ โดยในส่วนของเครือข่ายกุ้ง ได้มีการเสวนาเรื่อง "การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในยุคโลกาภิวัตน์" ดำเนินการเสวนาโดย ผศ.ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งงานเสวนาครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังกันอย่างเนืองแน่น และมีการซักถาม ระดมสมองเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วยกันอีกด้วย
การรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์มีผลดีอย่างไรกับผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อย
นายภิญโญ เกียรติภิญโญ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าจีน จำกัด กล่าวว่า

แนวคิดของการจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าจีนนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาในอนาคต โดยเน้นแก้ปัญหาใน 2 เรื่องหลักคือ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยในชุมชนขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ และประสบปัญหาเรื่องการตลาด
แรกเริ่มของการจัดตั้งสหกรณ์ฯ อ.ภิญโญ กล่าวว่าได้มีการรวมกลุ่มเรียกเกษตรกรรายย่อยมาประชุม และได้เชิญเจ้าหน้าที่จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมฟังการดำเนินงานจัดตั้งสหกรณ์ ซึ่งการจัดตั้งสหกรณ์ได้รับความร่วมมือจากประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว นำสมาชิกในสหกรณ์ที่เลี้ยงกุ้งของตน แยกตัวออกมาเพื่อจัดตั้งสหกรณ์ใหม่ และได้ดำเนินงานตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด ทำให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าจีนเกิดขึ้นมาได้
เบื้องต้นสหกรณ์ฯ ได้รับเงินลงทุนครั้งแรกจากเอสเอ็มอีแบงก์ โดยสหกรณ์ฯ ได้นำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัทแพ็คฟู้ด มูลค่าทั้งหมด 50 ล้านบาท มาแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน ซึ่งเอสเอ็มอีแบงก์ก็ได้อนุมัติเงินให้เป็นจำนวน 25 ล้านบาท
สรุปได้ว่าการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์จะมีผลดีกับเกษตรกรรายย่อยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรวมกลุ่มทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ทำให้มีแหล่งเงินทุนหรือสถาบันการเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน และยังเป็นการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับคุณภาพสินค้าให้กับผู้ซื้อได้ เนื่องจากมีระบบการเก็บข้อมูลที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
หลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อย
นายเมธา เชียรศิลป์ กองธุรกิจสินเชื่อปศุสัตว์และประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้ศึกษาปัญหาที่เกิดกับลูกหนี้ที่ไม่สามารถมาชำระหนี้คืนได้พบว่า จากเดิมที่ ธ.ก.ส. เคยปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรไปนั้น เกษตรกรนำเงินไปและไปหาวิธีการผลิตเอง หาตลาดเอง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเกษตรกรลดความเสี่ยงทั้งเรื่องการผลิต การตลาด และสามารถชำระหนี้คืนให้กับธนาคารได้ ธ.ก.ส. จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ เพราะการจัดตั้งสหกรณ์จะได้รับความร่วมมือได้ง่ายกับหน่วยงานต่างๆ และมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมประมง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้ง และเกษตรกรหลายท่านที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยกันดูแล ทั้งเรื่องเทคนิคการผลิตที่ปลอดภัย สามารถลดต้นทุน และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอนได้
สำหรับหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อย นายเมธากล่าวว่า เกษตรกรที่ต้องการให้ ธ.ก.ส. ช่วยจะต้องทำตามข้อกำหนด 5 ข้อหลักดังนี้
1.เกษตรกรต้องรวมตัวกันเป็นองค์กร ซึ่งองค์กรดังกล่าวต้องมีความเข้มแข็ง เช่น สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว หรือสหกรณ์ชาวไร่อ้อย เป็นต้น ห้ามให้เงินกู้กันเองกับสมาชิก การรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรต้องมีการหาโรงงานรองรับเมื่อได้ผลผลิตจำนวนมาก และอาจมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อทราบราคาที่แน่นอน
2.ในระบบการจัดการผลิต เกษตรกรที่เคยมีระบบการเลี้ยงแบบเก่า ต้องปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรจะได้รับการศึกษา อบรม เพื่อรับฟังความรู้ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ
3.ฟาร์มของเกษตรกรต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นฟาร์มที่ถูกสุขลักษณะของประมงจังหวัด อย่างน้อยต้องได้มาตรฐาน GAP
4.เกษตรกรรายใหม่ที่ต้องการจะกู้เงินกับ ธ.ก.ส. ต้องมีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงกุ้งมาก่อน
5.ผู้ที่สามารถทำตามข้อกำหนดและผ่านทั้ง 4 ข้อได้ ทาง ธ.ก.ส. จะให้เกษตรกรแต่ละรายเลี้ยงกุ้งครั้งแรกเพียงจำนวน 1 บ่อ ขนาด
4 ไร่ และเลี้ยงให้ได้ประมาณ 50 ตัว/กก. ระยะเวลา 4 เดือน เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ที่เกษตรกรได้รับ

การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ในการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ค่อนข้างประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากจะมีการศึกษาลักษณะการเลี้ยงและรู้จักกันมานาน สามารถผลิตสินค้าได้ตามที่ลูกค้าต้องการ อีกทั้งยังมีสถาบันการเงินให้ทุนสนับสนุนการเลี้ยงอีกด้วย
โดยทางบริษัทฯ (ผู้ส่งออก) จะตั้งกติกาและเงื่อนไขในการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ซึ่งหากมีการตกลงกันได้ก็จะรับซื้อสินค้าทันทีด้วยราคาล่วงหน้าที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ เกษตรกรต้องเลี้ยงกุ้งให้ได้คุณภาพดี ไม่มีสารตกค้าง สินค้าสดจนถึงโรงงาน และกุ้งที่ได้ต้องเป็นขนาดที่ตกลงกัน ซึ่งการตรวจคุณภาพของกุ้งก่อนที่จะรับซื้อ ทางบริษัทฯ จะน้ำผู้ซื้อจากต่างประเทศมาทดสอบคุณภาพถึงปากบ่อ
อย่างไรก็ดี เกษตรกรที่ต้องการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าควรเป็นสหกรณ์ เนื่องจากบริษัทฯ ต้องการสินค้าส่งอออกจำนวนมาก ซึ่งหากเกิดปัญหาสมาชิกรายใดรายหนึ่งไม่สามารถผลิตสินค้าได้ครบตามที่กำหนด อาจให้สมาชิกรายอื่นส่งมอบสินค้าแทนได้

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทยเล่ม 72
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด