ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

อาการถุงน้ำในหัวกุ้ง(swss=sub carapace watery sac syndrome)
โดยเอกอนันต์ ยุวเบญจพล


(ตอนแรกว่าจะไม่นำบทความเรื่องนี้มาลงในเวป จะให้อ่านจากหนังสือพิมพ์หรืออ่านจากหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทยอย่างเดียว แต่เนื่องจากมีหลายๆคนที่รู้จักบอกให้เอาลงเวบจะได้หยิบอ่านและศึกษาได้ง่าย อีกทั้งต่างประเทศก็สนใจนำไปแปลนำขึ้นเวบไซต์นอกตั้งหลายประเทศแล้ว ผมเลยตัดสินใจนำมาลงแทนความตั้งใจเดิมที่ไม่คิดจะนำมาใส่ในเวบนี้เลย )
วันนี้ปรากฏการณ์ กุ้งขาวที่เลี้ยงของไทย ในหลายจังหวัด หลายพื้นที่ เริ่มมีกุ้งในบ่อ ที่มีอาการผิดปรกติ ตรงบริเวณส่วนของหัวกุ้งเหนือตับ นั่นคือ อาการที่กุ้งมีถุงน้ำ สองถุง อยู่บนตับของกุ้งเอง ซึ่งปรกติแล้ว กุ้งขาวจะไม่มีลักษณะอาการดังกล่าว(ยังไม่มีรายงานในต่างประเทศในอาการผิดปกตินี้) โดยมีทั้งขนาดถุงน้ำที่มีขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ อีกทั้งของเหลวที่อยู่ในถุงน้ำบางรายมีลักษณะใสเป็นน้ำ และ บางรายมีลักษณะคล้ายวุ้น
จากการตามติดข้อมูล เก็บตัวอย่าง ตรวจสอบผลการตรวจกุ้ง จากหลายแหล่งของไทยไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดสงขลา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯจังหวัดจันทบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี และจากทีมงาน ของดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ พบว่า เมื่อกุ้งมีลักษณะอาการดังกล่าวกุ้งในบ่ออาจเสียหาย และบางบ่อกุ้งก็มีอาการเป็นปกติ กินอาหารปกติ ดำรงชีพอย่างปกติ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราต้องมานั่งค้นหาว่า เกิดอะไรขึ้นกับกุ้งขาวของไทย และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้กุ้งต้องมีอาการดังกล่าวด้วย
ข้อมูลที่ได้จากห้องปฏิบัติการ คือ เมื่อนำตัวอย่างกุ้งที่มีลักษณะถุงน้ำเกิดขึ้นบนตับในหัวกุ้ง ส่งตรวจพบว่า จากการตรวจผลของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดสงขลา พบว่าในถุงน้ำนั้นมีแบคทีเรี (Vibrio parahaemolyticus) เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมลัยติคัสอยู่ ส่วนผลตรวจเชื้อจากตับพบเชื้อแบคทีเรียเช่นกัน และเมื่อย้อนไปดูบ่อที่เกิดอาการรายนี้ต้องเร่งจับเพราะกุ้งเสียหายอีกทั้งเป็นขนาดกุ้งที่ตลาดต้องการเช่นกัน


ส่วนตัวอย่างกุ้งมีอาการถุงน้ำบนตับที่เก็บตัวอย่างจากจังหวัดชุมพร ตรวจผลและแสดงผลจากทีมงานของดร.ชลอ พบว่ากุ้งไม่มีอาการติดเชื้อแบคทีเรียในตับ อีกทั้งต่อมน้ำเหลืองของกุ้งหรือลิมฟอยออร์แกนของกุ้งก็ไม่ได้แสดงผลสเฟียรอยแต่อย่างใด กุ้งในบ่อก็กินอาหารปกติ และหรืออาจกินลดน้อยลงบ้างเล็กน้อย แต่กุ้งในบ่อก็อยู่ได้
ส่วนล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2549 ทางทีมงานของบริษัทไทยยูเนี่ยนฯ ได้ออกสำรวจฟาร์มกุ้งขาวของเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก และพบว่าในเขตจังหวัดจันทบุรี มีเกษตรกรหลายรายที่กุ้งมีอาการของถุงน้ำบนตับดังกล่าว(เกษตรกรแถวนั้นเรียกกุ้งที่มีอาการแบบนี้ว่า กุ้งหัวแก้ว) แต่กุ้งในบ่อก็กินอาหารเป็นปกติ มีพฤติกรรมเป็นปกติ การเจริญเติบโตเป็นปกติ และเกษตรกรก็ไม่ได้เครียดกับกุ้งที่มีอาการแบบนี้ เนื่องจากไม่มีกุ้งตาย และกุ้งก็ยังโตได้ดี คิดแล้วก็แปลกดีเหมือนกันเพราะกุ้งขาวบางตัวที่ผมสุ่มมาดูนั้นมีถุงน้ำใหญ่มาก แต่กุ้งตัวนั้นยังมีอาหารเต็มลำไส้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากุ้งกินอาหารเป็นปกติ(7 วันก่อนสุ่มได้กุ้งขนาด 51ตัว/กก วันนี้ได้ไซส์ 41 ตัว/กก)
ภาพรวมและข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ มองได้ว่ากุ้งขาวที่มีถุงน้ำบนตับนั้น อาจทำให้การเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรบางรายไปไม่ถึงจุดหมาย และบางรายก็สามารถเลี้ยงได้จนถึงไซส์ที่ต้องการจับขาย ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ปริมาณเชื้อโรคในตัวกุ้ง คุณภาพน้ำ ความหนาแน่นกุ้งที่ปล่อย เป็นต้น
ส่วนอะไรทำให้กุ้งเกิดการสร้างถุงน้ำบนตับ ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ แต่ข้อมูลที่มีพบว่าอาการถุงน้ำบนตับจะพบได้ง่ายกับบ่อเลี้ยงกุ้งขาวที่ปล่อยกุ้งแน่น กุ้งที่มีอายุเกินสองเดือนแล้ว พบมากในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันนาน ซึ่งได้มีหลายความเห็นมองว่าช่วงที่ฝนตกและกุ้งในบ่อมีปัญหากับสภาพการปรับตัวในการรักษาสมดุลย์แร่ธาตุ/เกลือแร่ในร่างกาย(โซเดียม-โปตัสเซี่ยมปั๊ม)ทำให้เกิดการสะสมน้ำไว้ในที่ผิดปกติก้ออาจเป็นได้)
ส่วนประเด็น ที่ทำให้กุ้งในบ่อที่มีอาการถุงน้ำบนตับบางบ่อกินอาหารลดลง และบางบ่อกินอาหารได้ตามปกติ มีนักวิชาการจากกรมประมงท่านหนึ่งมองและตั้งสมมติฐานว่า ขึ้นอยู่ว่าถุงน้ำที่เกิดขึ้นบนตับนั้นไปรบกวนหรือมีผลเบียดส่วนของตับตรงจุดที่มีผลต่อการกินอาหารของกุ้งขาว เลยทำให้บางครั้งเราพบว่าเมื่อเจออาการถุงน้ำบนตับแล้วกุ้งกินอาหารลดลง ส่วนบ่อไหนกุ้งยังกินอาหารเป็นปกติ ก้อน่าจะเป็นไปได้ว่าถุงน้ำที่เกิดไม่ได้ไปมีผลรบกวนตรงจุดการกินอาหาร ซึ่งก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน
การลดปัญหาอาจช่วยเหลือให้กุ้งในบ่อมีระบบรักษาสมดุลย์เกลือแร่ดีขึ้นโดยอาจใส่ปุ๋ยโปตัสเซี่ยม (ปุ๋ยสูตร 0-0-50)ลงน้ำในบ่อด้วยอัตราไร่ละ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่ และผสมวิตามินซีกับอาหารให้กุ้งกิน
วันนี้ที่ผมนำเสนออาการถุงน้ำในตับของกุ้งขาว ไม่ได้ต้องการให้คนเลี้ยงตกอกตกใจ แต่ต้องการให้มีการเปิดรับข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ว่าตอนนี้เราเจออะไร ทำให้กุ้งเสียหายหรือเปล่า และนักวิจัยไทยก็น่าจะลองเจาะลึกอาการผิดปกติของการสร้างถุงน้ำบนตับดูว่า เกิดได้เพราะอะไร มีผลอย่างไรกับกุ้ง จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร ซึ่งหลายพื้นที่ของการเลี้ยงกุ้งขาวก็เริ่มพบอาการดังกล่าวแล้วเช่นกัน (พื้นที่ๆมีการยืนยันการตรวจพบอาการถุงน้ำบนตับกุ้งขาวคือ พังงา ระนอง ชุมพร จันทบุรี)
(ขอขอบคุณพิเศษ: ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ , ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง, เกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งขาวที่มีน้ำใจทุกท่าน)

เนื้อหาจากหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทยฉบับที่9
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด