ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เทคนิคเลี้ยงกุ้งขาวสูตรย้ายบ่อ แบบจี เอ็น ฟาร์ม


ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งที ก็อดไม่ได้ที่จะขอเข้าไปดูฟาร์มเลี้ยงกุ้งสักหน่อย ครั้งนี้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์กุ้งไทยได้พบกับคุณณถกล สมสุวรรณ (พี่อี๊ด) แห่งกุ้งนางฟาร์ม หรือ จี เอ็น ฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ฟาร์มประมาณ 500 ไร่ มีบ่อทั้งหมด 53 บ่อ ขนาดเฉลี่ยบ่อละ 5 ไร่

การเตรียมบ่อ
คุณณถกล กล่าวว่า หลังจากจับกุ้งเสร็จแล้วจะเริ่มทำการเตรียมบ่อ โดยการตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 10-15 วัน และจะใช้รถแทรกเตอร์กวาดขี้กุ้งที่อยู่ตรงกลางบ่อขึ้นพักไว้บริเวณคันบ่อ ปล่อยไว้จนกระทั่งขี้กุ้งแห้งดีแล้วจึงขนไปทิ้งไว้ข้างนอกฟาร์ม (ขี้กุ้งนี้สามารถนำไปใช้ในการถมที่หรือนำไปเพาะปลูกจะได้ผลเป็นอย่างดี) ซึ่งการเตรียมบ่อในแต่ละครั้งจะไม่มีการวัดค่าดิน เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณที่เลี้ยงกุ้งเป็นดินเหนียว และเป็นดินนาข้าวเก่า จึงไม่มีปัญหาเรื่องสนิมเหล็ก

การเตรียมน้ำ
น้ำที่นำมาใช้ในการเลี้ยงจะเป็นน้ำจืดจากคลองท่าทอง และน้ำเค็มจากคลองกลางน้ำทะเล ซึ่งหลังจากกวาดบ่อแล้ว ในทุกครั้งที่เริ่มเลี้ยงจะทำการฆ่าหอยเจดีย์ โดยใช้วิธีการสูบน้ำเข้ามาในบ่อให้พอท่วมพื้น และใส่คอปเปอร์ซันเฟต ในปริมาณ 5 กิโลกรัม /ไร่ /บ่อ ทิ้งไว้ 2 วัน หลังจากนั้นสูบน้ำเติมลงไปจนได้ระดับลึกประมาณ 1.50 เมตร ตีน้ำต่ออีก 2 วัน เพื่อให้ไข่พาหะแตกเป็นตัว แล้วจึงฆ่าพาหะต่อโดยใช้ซันทาเล็กในปริมาณ 2 กิโลกรัม /ไร่ ทิ้งไว้ 10 วัน (ในระหว่าง 10 วันนี้จะตีน้ำ 1 วัน, ปิดเครื่องทิ้งไว้ 5 วัน, ตีน้ำต่ออีก 4 วัน) แล้วจึงลงลูกกุ้ง

การเลือกลูกกุ้ง/การปล่อยกุ้ง
ก่อนที่จะเริ่มปล่อยลูกกุ้ง คุณณถกลบอกว่าสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ การเลือกลูกกุ้ง ควรเลือกลูกกุ้งที่มีคุณภาพ เช่น มีอัตราการเจริญเติบโตสูง อัตรารอดสูง ขนาดลูกกุ้งสม่ำเสมอไม่แตกไซซ์ และสามารถต้านทานโรคจากไวรัสได้ดี โดยจะทำการศึกษาและสอบถามจากเพื่อนเกษตรกรด้วยกันหรือตัวแทนจำหน่ายลูกกุ้งว่า เมื่อนำลูกกุ้งมาเลี้ยงแล้วได้ผลเป็นอย่างไร มีปัญหาหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องเลือกสถานที่ผลิตและสภาพภูมิอากาศอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจ.สุราษฎร์ธานี จะเลือกลูกกุ้งในเขตภาคใต้เนื่องจากการขนส่งสะดวก ระยะเวลาขนส่งไม่นานเกินไป เพราะหากมีระยะเวลาขนส่งนานเกินไปจะทำให้ลูกกุ้งคุณภาพไม่ดีและอ่อนแอ
ลูกกุ้งที่ใช้จะใช้ลูกกุ้งพี 10-12 ปล่อยในอัตรา 80,000-100,000 ตัว/ไร่ โดยจะปล่อยถุงลูกกุ้งลอยในบ่อ เพื่อให้ลูกกุ้งปรับอุณหภูมิประมาณ 10 นาที และจึงปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ

การให้อาหาร
ในการให้อาหารจะให้อาหารเม็ดสำหรับลูกกุ้งขาวตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปล่อย ซึ่งการให้อาหารในแต่ละวัน จะให้ 4 มื้อตลอดระยะเวลาการเลี้ยง คือ ตั้งแต่เวลา 7.00 น., 11.00 น., 15.00 น., และ 19.00 น. ในปริมาณ 3 กิโลกรัม /หนึ่งแสนตัว /วัน หลังจากนั้นจึงเพิ่มอาหารโดยจะเพิ่มอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เช่น อาทิตย์แรกเพิ่ม 200 กรัม /หนึ่งแสนตัว /วัน อาทิตย์ที่สองเพิ่ม 300 กรัม /หนึ่งแสนตัว /วัน และอาทิตย์ที่สามเพิ่มเป็น 400 กรัม /หนึ่งแสนตัว /วัน โดยจะเริ่มทำการเช็คยออายุกุ้งได้ประมาณ 21 วัน
การให้อาหารในแต่ละครั้งจะใช้เรือหว่าน และปรับเปลี่ยนเบอร์อาหารตามน้ำหนักของกุ้ง เช่น เบอร์ 1 กุ้งอายุ 10 วัน, เบอร์ 2 กุ้งอายุ 15 วัน และเปลี่ยนเป็นเบอร์ 3, 3p, 4s, จนกระทั่งสิ้นสุดที่เบอร์ 4 ในระหว่างการให้อาหารจะไม่มีการให้อาหารเสริมหรือแร่ธาตุใดๆ เนื่องจากน้ำมีระดับความเค็มอยู่แล้วที่ประมาณ 17-22 พีพีที

สูตรเช็คยอ
การเช็คยอจะเริ่มเช็คยอตั้งแต่ 1 กรัม จนถึง 3 กรัม โดยใช้วิธีการดังนี้
- ใช้สูตร 1 กรัม เช็คที่ 2.5 ชั่วโมง
- ลูกกุ้งอายุ 35 วัน ใช้สูตร 2 กรัม /อาหาร 1 กิโลกรัม เช็คที่ 2.5 ชั่วโมง
- ลูกกุ้งอายุ 45 วัน ใช้สูตร 2 กรัม /อาหาร 1 กิโลกรัม เช็คที่ 2 ชั่วโมง
- ลูกกุ้งอายุ 60 วัน ใช้สูตร 3 กรัม /อาหาร 1 กิโลกรัม เช็คที่ 2 ชั่วโมง
- หลังจาก 60 วัน ใช้สูตร 3 กรัม /อาหาร 1 กิโลกรัม เช็คที่ 1.5 ชั่วโมง
ซึ่งหลังจากเช็คยอแล้วหากพบว่ากุ้งกินอาหารไม่หมด คุณณถกลบอกว่าจะทำการเพิ่มหรือลดอาหาร 5% ในวันที่อากาศปกติ โดยส่วนใหญ่จะปรับเป็นวันต่อวัน เพื่อดูสภาพอากาศและปรับอาหารในวันถัดไป ส่วนการสุ่มกุ้งจะเริ่มสุ่มกุ้งครั้งแรกเมื่อกุ้งมีอายุ 35 วัน

การจัดการน้ำ
ค่าพีเอชของน้ำจะมีการควบคุมให้ได้ 7.8-8.3 ซึ่งในการปรับค่าพีเอชในช่วงที่ค่าพีเอชต่ำ จะใช้ปูนอ๊อกไซด์หรือปูนหินเผา ในปริมาณ 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หากช่วงใดค่าพีเอชเกิน 8.3 จะทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือหากเกิดสีน้ำ (ในหน้าแล้ง) จะใช้วิธีการลดอาหาร และดรอปแพลงก์ตอนบางตัวที่ทำให้เกิดน้ำแดงโดยใช้บีเคซีฆ่าเชื้อ
เมื่อกุ้งอายุได้ประมาณ 2 เดือน หรืออยู่ในระยะที่ปลอดภัย แข็งแรง จะทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ใน 2 เดือนจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ/เติมน้ำ 1 ครั้ง โดยใช้วิธีการนำน้ำจากบ่อพักมาใส่บ่อเลี้ยง และนำน้ำจากบ่อเลี้ยงมาใส่บ่อพัก หรือจากบ่อเลี้ยงกับบ่อเลี้ยงด้วยกัน เป็นการแลกเปลี่ยนน้ำกันเพื่อบำบัด จนได้ระดับน้ำคงที่ ซึ่งในแต่ละ 1 รุ่น จะมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำออกประมาณ 5-10%
ส่วนเครื่องให้อากาศ ใน 1 บ่อ ขนาด 5 ไร่ จะใช้เครื่องตีน้ำ 6 แขน 16 ใบ (แขนละ 8 ใบ แป๊บ 2 เส้น) รอบการหมุน 80 รอบ เวลาที่ให้อาหารจะดับเครื่องตีน้ำ และจะติดเครื่องตีน้ำอีกครั้งเมื่อเช็คยอ

ระบบการเลี้ยง
คุณณถกลมีการจัดวางแผนผังฟาร์มได้อย่างชัดเจน และมีระบบการจัดการด้านการเลี้ยงที่ดี โดยในแต่ละรอบของการเลี้ยงจะใช้วิธีการย้ายบ่อเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ไซซ์ใหญ่สุด และกำไรดีที่สุด
ใน 1 ปีจะมีการเลี้ยงกุ้งครอปครึ่ง โดยรุ่นแรกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม (ประมาณ 5-6 เดือน) จะลงกุ้งในบ่อประมาณ 10-20 บ่อ ช่วงนี้จะมีการกักตุนกุ้งไว้ในบ่อเผื่อย้าย ส่วนกุ้งรุ่นหลังคือ หลังจากเดือนกรกฎาคม (เดือน 7) จะหยุดปล่อยกุ้ง แต่ในช่วงนี้ยังมีกุ้งเนื่องจากได้มีการย้ายบ่อ ซึ่งสาเหตุที่มีการย้ายบ่อเนื่องมาจากการเตรียมบ่อเลี้ยงไม่ทัน ลดความเสี่ยงที่จะปล่อยกุ้งในช่วงหลังเดือน 7 เพราะเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคสูง และเพื่อต้องการให้ได้ผลผลิตสูง และไซซ์ใหญ่ทั้งบ่อแม่และบ่อลูก
การปล่อยกุ้งเผื่อย้ายจะปล่อยลูกกุ้งที่อัตรา 1.6 แสนตัว /ไร่ (ปกติปล่อยลูกกุ้ง 8 หมื่นตัว /ไร่) ย้ายบ่อที่อายุประมาณ 70 วัน โดยกุ้งจำนวนครึ่งหนึ่งจะย้ายจากบ่อแม่ไปสู่บ่อลูก หรือในบางครั้งจะใช้วิธีการย้ายบ่อจาก 2 บ่อ มารวมเป็นอีก 1 บ่อ (เนื่องจากกุ้ง 2 บ่อ โตช้า เมื่อแบ่งเป็น 3 บ่อแล้ว กุ้งที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตดีทั้งหมด) ถ้าไม่ทำการย้ายกุ้ง ก็จะพาเชียลกุ้งที่ไซซ์ประมาณ 50-60 ตัว /กิโลกรัม แต่ถ้าราคาที่ได้ไม่ดีนักจึงนิยมย้ายกุ้งมากกว่า
การเลี้ยงในแต่ละรอบใช้ระยะเวลาประมาณ 165 วัน ได้ไซซ์ใหญ่ประมาณ 35 ตัว /กิโลกรัม ในครอปแรกของปีจับกุ้งได้ไซซ์ใหญ่กว่า 45 ตัว 247 ตัน, ไซซ์ใหญ่กว่า 50 ตัว แต่เล็กกว่า 45 ตัว 157 ตัน และไซซ์ใหญ่กว่า 60 ตัว แต่ไม่ถึง 50 ตัว 14 ตัน ถ้ากุ้งในบ่อมีความหนาแน่นเกินไป การเจริญเติบโตช้า จะพาเชียลออกประมาณ 1.5-1.8 ตัน
สรุปได้ว่าในแต่ละรอบของการเลี้ยงเมื่อมีการย้ายบ่อจะได้ผลผลิตกุ้งเฉลี่ยหน้า 4 หมด ทั้งบ่อแม่และบ่อลูกเลยทีเดียว

สูตรแห่งความสำเร็จ
"ไม่ปล่อยกุ้งแน่น แหล่งลูกกุ้งดี มีความละเอียดเรื่องการจัดการ เอาใจใส่ดูแล และอยู่กับฟาร์มตลอดเวลา" คุณณถกลกล่าว

เนื้อหาจากหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทยฉบับที่72
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด