ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ทำหน้า 4 อย่างไรไม่ต้องพาเชียล

ลงไปงานวันกุ้ง จ.กระบี่ เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนปี ที่ผ่านมา เลยถือโอกาสแวะเวียนไปพบพี่ๆ ที่เลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จ นำเคล็ดลับมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ในฉบับนี้จะแนะนำให้รู้จักกับ โกเล็ก .จากประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งกว่า 20 ปี การันตีได้ว่า โกเล็ก ขึ้นชั้นเซียนกุ้งไปแล้ว มาดูกันซิว่า โกเล็กจะมีเทคนิคอย่างไรมาแนะนำ
โกเล็กเลี้ยงกุ้งอยู่ 18 บ่อ ลงกุ้งปีละ 2 รอบ ทำเลอยู่ใกล้กับทะเลอันดามัน ทำให้คุณภาพน้ำค่อนข้างดี ในช่วงหน้าแล้งน้ำความเค็ม 38-40 ppt แต่หน้าฝน อยู่ที่ 20-25 ppt ลงกุ้งแน่น แต่เลี้ยงหน้า 4 รวดเดียวจับ
เตรียมบ่อ
หลังจากจับกุ้งเสร็จ โกเล็ก ล้างบ่อโดยดูดเลนไปเก็บไว้ในบ่อพักเลน ตากบ่อให้แห้ง แล้วโรยปูนขาวในอัตราส่วน 200-300 กก./ไร่ ให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ 2-3 วัน เติมน้ำเข้าประมาณ 1 ศอก ใช้กากชากำจัดหอยในปริมาณ 150 กก./ไร่ ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ จึงดึงน้ำออก จากนั้นตากบ่ออีก 10 วัน ในระหว่างนี้จะให้คนงานเก็บหอย(โดยใช้คราดกวาดออก)
การเตรียมน้ำ
จากนั้น เอาน้ำเข้าจนเต็มบ่อ ที่ระดับความลึก 1.80 เมตร ทิ้งไว้ 3-4 วัน โดยเปิดเครื่องตีน้ำ ทั้งกลางวันและกลางคืน(เบาๆ) เพื่อให้ไข่ปลาแตกตัว ฆ่าเชื้อโดยใช้คลอรีน ในอัตรา 50 กก./ไร่ (ในช่วงเย็น) ดับเครื่องตีน้ำให้หมด ทิ้งไว้ข้ามคืน เพื่อให้คลอรีนออกฤทธิ์เต็มที่ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงตีน้ำให้หนักทั้งกลางวันและกลางคืนถึง 5 วันด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจได้ว่า คลอรีนหมด จึงทำขั้นตอนต่อไป
โกเล็ก ทำสีน้ำโดยใช้ ทั้งปูนโดโลไมท์ และปูนไก่ (ขี้ไก่อัดเม็ด) วิธีการคือ เมื่อลงโดโลไมท์ ในอัตรา 150 กก./ไร่ ทิ้งไว้ 1 วันจึงลงปูนไก่ ตามในอัตรา 50 กก./ไร่ (ผสมน้ำสาดช่วงเช้า) จากนั้นเปิดเครื่องตีน้ำ (เฉพาะกลางวัน) จนสีน้ำขึ้น 2-5 วันก็สั่งลูกกุ้งได้ (พีเอช อยู่ที่ 7.8-8.5)
ลูกกุ้ง
เมื่อเตรียมบ่อเตรียมน้ำพร้อมแล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่โกเล็กจะเลือกลูกกุ้งมาลงในบ่อ ด้วยประสบการณ์การเลี้ยงมายาวนาน โกเล็กจึงเลือกใช้ลูกกุ้งสายพันธุ์ดีจากต่างประเทศ มากกว่าที่จะใช้ลูกกุ้งที่มาจากแม่พันธุ์ในบ่อดิน โดยให้เหตุผลว่า ผลการเลี้ยงต่างกันอย่างชัดเจน เนื่องจากเราเน้นทำกุ้งหน้า 4 และปล่อยแน่น ยิ่งทำให้ต้องคัดเลือกลูกกุ้งคุณภาพดี ราคาสูงเท่าไหร่เราไม่เกี่ยง
โกเล็กใช้ลูกกุ้งสายพันธุ์ MORA SYNL ปล่อยลูกกุ้งแบบหนาแน่นในอัตรา ไร่ละ 2 แสนตัว เดิมมักจะลงลูกกุ้ง p8-p10 แต่ในรอบนี้ โกเล็กเลือกลงลูกกุ้งขนาด P16 เพื่อทดลองเปรียบเทียบ อัตรารอดและอัตราการเจริญเติบโต โกเล็กบอกว่า กุ้ง P 16 นี้ แฮชเชอรี่ทำยาก และราคาแพงกว่า
วิธีการปล่อยแบบลอยถุง ปรับอุณหภูมิ ครึ่งชั่วโมง เมื่อปล่อยแล้วจะเปิดเครื่องตีน้ำเบาๆ และเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น ในอัตรา 2 กก./กุ้ง 1 แสนตัว เฉลี่ยให้ 3 มื้อ โกเล็กบอกว่า จริงๆในกุ้งเล็กเราไม่ต้องให้อาหารเลยก็ได้เพราะว่าเราทำสีน้ำดี มีอาหารธรรมชาติอยู่มาก แต่ให้เพื่อต้องการฝึกให้กินอาหารเม็ดจึงให้ปริมาณน้อยๆ
วันที่ 1-10 ให้อาหาร 3 มื้อ ปรับเพิ่มวันละ 2 ขีด/กุ้ง 1 แสนตัว
วันที่ 11-20 ให้อาหาร 4 มื้อ ปรับเพิ่มวันละ 3 ขีด/กุ้ง 1 แสนตัว
วันที่ 21 เป็นต้นไป (เมื่อเช็คยอออก) ให้อาหารละ 5 มื้อ คือ 7.00,11.00,16.00 20.00 และ23.30 น. เดินอาหารตามยอ (ในมื้อกลางคืนให้อาหาร แค่ 1 ใน 3 ของมื้อกลางวัน เพราะกุ้งไม่กินอาหารมาก แต่ต้องการให้คนงาน ตื่นมาดูแลกุ้งในช่วงกลางคืน)
เช็คยอ เดือนแรก 1 กรัม/อาหาร1กก. ชั่วโมง ทุก 3 ชั่วโมง
เช็คยอ เดือนที่สอง 2 กรัม/อาหาร 1 กก. ทุก 2 ? ชั่วโมง
เช็คยอ เดือนที่สาม 3 กรัม/อาหาร 1 กก. ทุก 2 ชั่วโมง
เช็คยอ เดือนที่สี่ 4 กรัม/อาหาร 1 กก. ทุก 1 ? ชั่วโมง
การดูแลน้ำระหว่างการเลี้ยง
เนื่องจากเลี้ยงกุ้งแบบหนาแน่น จำเป็นต้องดูแลสภาพน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดีอยู่เสมอ โกเล็กบอกว่า ในช่วง 3 เดือนแรกจะไม่มีการถ่ายน้ำเลย (เพราะบ่อเก็บน้ำมีน้อย) แต่จะถ่ายน้ำในช่วง หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว
ในช่วงที่กุ้งเล็ก จะใช้จุลินทรีย์หมัก ทำการบำบัดน้ำและของเสียในบ่อ ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ ผสมกับกากน้ำตาล และน้ำ (ตามส่วนผสมที่ระบุ) สาดครั้งละ 100 ลิตร ในช่วงเช้า ให้ทั่วบ่อ โดยระหว่างที่สาดให้เปิดเครื่องตีน้ำไว้ตลอด เพราะจุลินทรีย์จะทำงานได้ดี (คนงานจะต้องระมัดระวัง ในการพายเรือขณะ เปิดเครื่องตีน้ำด้วย)
อัตราการใช้จุลินทรีย์หมักนี้
เดือนแรกจะสาด ทุก 7 วัน
เดือนที่ 2 สาดทุก 5 วัน
เดือนที่ 3 สาดทุก 3 วัน
ระหว่างการเลี้ยง จะหมั่นตรวจวัดค่า pH, อัลคาไลน์ ค่าแพลงตอน ส่งตรวจที่แลปทุกสัปดาห์ ถ้าอัลคาไลน์ต่ำ ก็จะเติมโซเดียมไบคาร์บอเนต ในอัตรา 20 กก./ไร่ ในเวลาเที่ยงคืน (เพราะจะทำงานได้ดีในเวลากลางคืน) โกเล็กจะเช็คจากค่าอัลคาไลน์ เป็นหลัก ถ้าต่ำกว่า 120 ก็เติม แต่จะไม่เติมเผื่อไว้ เพราะพวกแร่ธาตุราคาแพง จะใช้ตามความต้องการจริงๆ
ส่วนในช่วงที่กุ้งลอกคราบ โกเล็กจะเปิดเครื่องตีน้ำให้มาก ลงปูนช่วย พวกโดโลไมท์ ปูนมาร์ล ปูนหอย ในอัตรา 30-40 กก./ไร่ ในช่วงเช้าและเย็น
ปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหาที่พบในการเลี้ยงกุ้งแน่น คือ น้ำขุ่นและ แพลงตอนดรอป ถ้ากุ้งเล็ก ก็จะลง BKC แต่ถ้ากุ้งอายุ 3 เดือนแล้วก็จะใช้วิธีการถ่ายน้ำ นอกจากนี้ หากพบว่ากุ้งเริ่มตาย ก็จะลดอาหารลง ประมาณ 2-3 วัน เพื่อปรับสภาพให้กุ้งแข็งแรงขึ้น จากนั้นจึงเดินอาหารตามปกติ
บางบ่อจะมีปัญหาเรื่องสนิมเหล็ก โกเล็กจะจัดการโดยขุดร่องดักสนิมเหล็กเอาไว้ (เฉพาะจุดที่มีปัญหา) ขนาดกว้าง 2 เมตร ส่วนความลึกก็เท่ากับพื้นบ่อเลี้ยง และบางบ่อที่มีปัญหาบ่อรั่ว ก็จะปูพีอี ทั่วบ่อ
การถ่ายน้ำ
โกเล็กบอกว่า เมื่อพบว่า น้ำหนืด ฟองมาก สีน้ำเข้มเกิน ก็จะถ่ายน้ำออกประมาณ 20 ซม.ในครั้งแรก แล้วเติมน้ำใหม่เข้ามาให้เท่าเดิม เปิดเครื่องตีน้ำมาก ให้กุ้งไม่เครียด (วันแรกไม่ถ่ายน้ำมากเพราะกุ้งอาจช็อคได้)
พอในวันที่ 2 ถ่ายน้ำออก 30 ซม. วันที่ 3 ถ่ายน้ำ 40 ซม.ไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องไปจนครบ 7 วัน (ในช่วงน้ำใหญ่)
โกเล็กบอกว่า เน้นเลี้ยงกุ้งหน้า 4 เพราะได้ราคาดีกว่าแม้ว่า บางครั้งจะต้องเลี้ยงนาน 5-6 เดือนก็คุ้ม (ขึ้นกับสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมและพันธุ์กุ้ง) แต่ส่วนใหญ่จะเลี้ยงประมาณ 5 เดือนก็ได้หน้า 4 แล้ว
หลักการสำคัญของการเลี้ยงกุ้งแน่น โกเล็กบอกว่า "เน้นเลยคือ 1. ต้องลงเครื่องตีน้ำให้มาก อุปกรณ์ต้องพร้อม 2. คุมอาหารให้ดี อย่าให้เหลือ ต้องให้อาหารขาด สัก 10 % จึงดี เพราะไม่ให้น้ำเสียง่าย ที่สำคัญต้องรู้จักลดต้นทุน ใช้แต่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ ไม่ต้องให้เผื่อ รวมไปถึงเรื่องของการประหยัดพลังงาน ในส่วนของบ่อเลี้ยงที่ต้องใช้น้ำมัน ก็จะเอาแก๊สเข้ามาช่วย ลดต้นทุนค่าพลังงานได้อีกมากครับ"
เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทยฉบับที่74
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด