ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

สมาคมกุ้งไทย ชี้อนาคตกุ้งไทย สดใสโชติช่วง

กุ้งนับเป็นสินค้าประมงที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในระดับต้นๆ เพราะเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกและสร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท ทั้งยังมีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมกุ้งไทยจะขยายตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์กุ้งปี 2550 ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป
เมื่อเร็วๆ นี้เอง นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทยได้วิเคราะห์สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งไทยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาของปี 2549 ว่า ในภาคการผลิต ผลผลิตกุ้งไทยที่ได้จากการเลี้ยงปี 49 อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไมที่มีปริมาณการผลิตเพิ่มมากขึ้นเกือบ 30% และตัวเลขโดยรวมคาดว่าประเทศไทยจะผลิตกุ้งได้ 520,000 ตัน เป็นกุ้งขาวแวนนาไม 509,600 ตัน (98%) กุ้งกุลาดำ 10,400 ตัน (2%) ซึ่งการผลิตกุ้งที่เพิ่มมากขึ้นมาจากหลายปัจจัยที่สำคัญ อาทิ ลูกกุ้งมีคุณภาพดี อาหารกุ้งมีคุณภาพสูง และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยส่วนใหญ่มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
ด้านราคากุ้งไทยปี 49 นายสมศักดิ์กล่าวว่าไม่หวือหวาเช่นปีที่ผ่านมา แต่เป็นราคาที่ทุกฝ่ายอยู่ได้ไม่เดือดร้อน โดยราคาเฉลี่ยกุ้งขาวแวนนาไมขนาด 50 ตัว/กก. ราคา 146 บาท, 60 ตัว/กก. ราคา 124 บาท, 70 ตัว/กก. ราคา 114 บาท, 80 ตัว/กก. ราคา 104 บาท, 90 ตัว/กก. ราคา 97 บาท และ 100 ตัว/กก. ราคา 90 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเมื่อเปรียบเทียบราคากุ้งขาวแวนนาไมกับประเทศผู้ผลิตกุ้งอื่นๆ จะพบว่ากุ้งของไทยมีราคาต่ำที่สุด
สำหรับการตลาดและการส่งออกกุ้งของไทยปี 49 แม้ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคเรื่องการกีดกันทางการค้า มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) ของสหรัฐอเมริกา ที่มีการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนผิดกฎขององค์การการค้าโลก หรือมาตรการอาหารปลอดภัย ปลอดสารตกค้าง ของสหภาพยุโรป และตลาดอื่นๆ แต่กุ้งไทยก็ยังได้เปรียบในเรื่องของสินค้ากุ้งที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตอื่นบางประเทศยังทำไม่ได้
"ข้อมูลการส่งออกกุ้งในช่วง 10 เดือนแรกปี 49 ปริมาณรวมอยู่ที่ 286,536 ตัน มูลค่า 71,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.13% และ 22.86% โดยปริมาณและมูลค่าตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าการส่งออกปี 49 ไทยจะส่งออกกุ้งได้ประมาณ 340,000 ตัน มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท" นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาและอุปสรรคของอุตสาหกรรมกุ้งไทยสิ่งสำคัญอยู่ที่การตลาดและการส่งออก เช่น การถูกกีดกันทางการค้าด้วยมาตรการต่างๆ แต่เรื่องดังกล่าวกลับกลายเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้ผู้ผลิตกุ้งของไทยหันมาสนใจเรื่องอาหารปลอดภัยกันมากขึ้น
นอกจากนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีผลผลิตออกมามาก ต้องขายกุ้งราคาถูก ต้องเผชิญกับมาตรการการค้าที่เข้มงวด ต้องประสบกับอัตราค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้น แต่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกก็ยังอยู่ได้ นั่นแสดงถึงความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ดีมาก ดังนั้นปี 2549 จึงเป็นปีที่กล่าวได้ว่าพื้นฐานอุตสาหกรรมกุ้งของไทยมีความแข็งแรง แม้ในปีต่อไปจะมีแนวโน้มว่าผลผลิตกุ้งจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ก็เชื่อว่ากุ้งไทยยังมีศักยภาพในการแข่งขันที่ดี
นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสถานการณ์การเลี้ยงและการส่งออกกุ้งไทยในปี 2550 ยังเป็นเช่นปี 2549 ไทยก็จะสามารถผลิตกุ้งได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% เนื่องจากความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ตั้งแต่โรงเพาะฟักที่ผลิตลูกกุ้งมีคุณภาพ ผู้ค้าปัจจัยอาหารสัตว์น้ำที่ผลิตอาหารคุณภาพดี เกษตรกรผู้ผลิตที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีทักษะด้านวิชาการเทคโนโลยีการเลี้ยงการจัดการที่ดี รวมทั้งความสามารถของผู้ส่งออก ที่สามารถหาตลาดส่งออกระบายกุ้งได้อย่างเหมาะสม ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยประคับประคองต่อไปได้ ดังนั้น ในปี 2550 ตนจึงเชื่อมั่นว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมกุ้งไทยสดใสแน่นอน

เนื้อหาจากหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทยเล่ม11
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด