ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ประมงเจ๋ง หาสารทดแทนมาลาไคท์กรีน

เมื่อพูดถึงมาลาไคท์กรีน แล้วอดนึกถึงคำพูดของ ท พ.สุรพล ประเทืองธรรม นายกสมาคมกุ้งทะเลไทยไม่ได้ เพราะท่านได้เน้นย้ำกับทีมงาน นสพ.กุ้งไทยอยู่เสมอ ว่า สารตัวนี้จะเป็นตัวทำลายอุตสาหกรรมกุ้งของไทย ดังนั้นสมควรที่จะตอกย้ำให้ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอยู่เสมอ ทีมงานจึงได้เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องมาลาไคท์กรีนอยู่บ่อยๆ

มาวันนี้ค่ะ กรมประมงได้ศึกษาวิจัยและพบสารที่สามารถใช้ทดแทนมาลาไคร์กรีนได้อย่างปลอดภัย แถมมีราคาถูกกว่า 15 เท่า คุณสมบัติดีกว่า ทีมงานได้รับข้อมูลจาก ดร.ชุติมา ขมวิลัย นักวิชาการจากศูนย์ประสานงานความปลอดภัยด้านอาหารประมง กรมประมง มาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ค่ะ
แนวคิดและเหตุผลในการหาสารทดแทนมาลาไคท์กรีน
ดร.ชุติมา อธิบาย ให้ฟังว่า มาลาไคท์ กรีน (Malachite green): เป็นสีย้อมชนิดหนึ่ง มีชื่อทางเคมี 4-R (dimethylamine)-pheny- benzylidene)-2, 5-cyclohexa-dinelylidine dimethylammonium chloride มีลักษณะเป็นผงสีเขียวค่อนข้างน้ำเงินเข้ม สามารถละลายน้ำได้ดี ใช้ในการควบคุมและกำจัดปรสิตภายนอก เป็นชนิด zinc-free oxalate ซึ่งมีตัวยา 100% โดยสารมาลาไคท์กรีน จะนิยมใช้กันมากในการเพาะเลี้ยงลูกปลา และปลาสวยงาม เพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อราบนผิวหนังของปลา และไข่ปลา โดยทั่วไปจะใช้กันในโรงเพาะฟักในประเทศเขตที่มีอุณหภูมิค่อนข้างเย็น นอกจากนั้นยังได้ผลดีในการกำจัดปรสิตภายนอกทั่วๆ ไป โดยเฉพาะโรคจุดขาว ประเทศไทยได้นำมาลาไคท์กรีนมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ แต่มีความไม่สะดวกในการใช้หลายประการ อาทิเช่นสีติดมือของผู้ใช้ และอุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต่อมามาลาไคท์กรีนได้ถูกห้ามใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา (ปี 2534) ประเทศกลุ่ม อียู (ปี 2540) และในประเทศญี่ปุ่น (ปี 2546) เนื่องจากพบว่าเป็นสารก่อให้เกิดความบกพร่องของทารกในครรภ์ (Teratogen) เป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogen) มีการตกค้างในสิ่งมีชีวิต (Residue) และสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์ (Mutagenic) มีความเป็นพิษสูง

ดร.ชุติมา กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีการห้ามใช้มาลาไคท์กรีนในสัตว์น้ำที่ใช้เพื่อการบริโภคแล้วเช่นกัน แต่ยังมีการอนุญาตให้ใช้ได้ในปลาสวยงาม ซึ่งจัดว่าเป็นมาตรการซ้ำซ้อน (double standard) เป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมการใช้มาลาไคท์กรีนได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ขาดจริยธรรมลักลอบนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งผู้ประกอบการบางรายลักลอบใส่มาลาไคท์กรีนลงไปในเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง เมื่อเกษตรกรนำเคมีภัณฑ์ดังกล่าวไปใช้ จึงเกิดตกค้างในสินค้าสัตว์น้ำ


ปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อหาสารทดแทนมาลาไคท์กรีน ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ Formalin, Hydrogen peroxide และ Sodium chloride หรือน้ำทะเล ซึ่งมีการวิจัยกันอย่างแพร่หลาย โดยพบว่าสารดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็พบว่ามีจุดด้อยด้วย อาทิเช่น Formalin มีผลเสียต่อสุขภาพผู้ใช้และตกค้างในสิ่งแวดล้อม Hydrogen peroxide มีความกัดกร่อนสูง และติดไฟ ส่วน sodium chloride หรือน้ำทะเล ต้องใช้ในปริมาณมากถึง 20,000 – 30,000 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ในการป้องกันและรักษาโรค เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันนานาประเทศได้ให้ความสำคัญกับการบริโภคเพิ่มมากขึ้น มีการตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้างในอาหารเพื่อการบริโภค อาทิเช่น ยาปฏิชีวนะ มาลาไคท์กรีน

ดร.ชุติมา จึงได้วิจัยมุ่งหาทางเลือกในการหาสารต้านเชื้อราที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด และปัองกันการเกิดโรค Saprolegniasis โดยที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้นทุนต่ำ เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเพื่อทดแทนการใช้มาลาไคท์กรีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง


สารทดแทนมาลาไคท์กรีน

ดร.ชุติมา เปิดเผยว่า จากข้อมูลข้างต้น ตนได้ศึกษานำ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (NaHOCl) ซึ่งเป็น สารฆ่าเชื้อโรค(Disinfectant) และสารฟอกขาว มาประยุกต์ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อกำจัดเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์น้ำ โดยเฉพาะโรค Saprolegniasis ทั้งในเขตอบอุ่น และเขตร้อน รวมทั้งยังพบว่าสามารถป้องกันการเกิดโรคเชื้อราในไข่ปลา Char ไข่ปลา Rainbow trout และปลา Salmon ในโรงเพาะฟักได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการ apply สารดังกล่าวเป็นสารต้านเชื้อรามาใช้ในโรงเพาะฟักปลาในกลุ่ม Salmonid

นอกจากนี้ยังพบว่า โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (NaHOCl) สามารถกำจัดและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์น้ำได้อีกด้วย

โซเดียมไฮโปคลอไรท์ สลายตัวได้หลายวิธี อาทิ เช่น การให้อากาศ หรือปล่อยให้ระเหยโดยธรรมชาติ สลายตัวโดยใช้แสงอุลตราไวโอเลต หรือกรองด้วย Activated carbon


แหล่งจำหน่ายและราคา
ดร.ชุติมา กล่าวว่า เกษตรกรสามารถซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ ทั่วไป เนื่องจากเป็นเคมีภัณฑ์ที่อนุญาตให้ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนราคา เมื่อเทียบกับมาลาไคท์กรีนแล้วราคาของ NaOCl มีราคาถูกกว่ามาลาไคท์กรีนถึง 15 เท่า


ความปลอดภัยของ NaHOCl
ดร.ชุติมา กล่าวว่า จากการวิจัยเปรียบเทียบกับมาลาไคท์กรีนในการป้องกันการเกิดเชื้อราในไข่ปลา Salmon พบว่า NaOCl ให้ผลในการป้องกันการเกิดเชื้อราเทียบเท่ากับมาลาไคท์กรีน โดยใช้ NaOCl เพียง 30 ppm 60 นาที ทุก 3 วัน

NaOCl มีใช้กันอย่างแพร่หลายในการกำจัดเชื้อโรคใน ระบบสุขาภิบาล มีความปลอดภัย และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ในการนำมาใช้ในการป้องกัน กำจัดเชื้อราใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้เพื่อการฆ่าเชื้อโรคในโรงพยาบาล หรือโรงงานต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาหารมีการใช้ NaHOCl ในการฟอกขาววัตถุดิบด้วย


ข้อจำกัดในการใช้ NaHOCl
ในระหว่างการเพาะฟัก สามารถใช้ NaHOCl ได้ตั้งแต่ไข่เริ่มปฏิสนธิ จนถึงระยะปรากฏตาของไข่ หลังจากนั้นควรหยุดการใช้ และควรใช้ในปริมาณที่กำหนด หากใช้ในความเข้มข้นสูงจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำโดยตรง


แนวทางในการนำ NaHOCl มาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อทดแทนการใช้มาลาไคท์กรีน

ดร.ชุติมา ได้แนะนำว่า กรมประมงมีแนวคิดที่จะนำ NaHOCl มาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยในช่วงวงชีวิตระยะต่างๆ ของสัตว์น้ำ เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพในการกำจัด และป้องกันจุลชีพ และปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์น้ำ โดยหาความเข้มข้นที่เหมาะสมในสัตว์น้ำแต่ละชนิด เพื่อลดต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ และทำให้สินค้าสัตว์น้ำ ปลอดภัย มีคุณภาพ ไร้สารตกค้าง เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งอุตสาหกรรมสัตว์น้ำเกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมประมงในการดูแล ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทยฉบับที่75
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด