ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

โกเกี่ยนแนะลดความเสี่ยงเลี้ยงกุ้งด้วยแร่ธาตุ

กุ้งไทย ขออาสานำพี่น้องเกษตรกรไปดูการเลี้ยงกุ้งที่เกาะลันตา จ.กระบี่ ของ คุณวันจักร สุขล้ำเกิน หรือโกเกี่ยน ฟาร์มตั้งอยู่ที่ ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา ซึ่งเกษตรกรท่านนี้ มีความน่าสนใจตรงที่เลี้ยงกุ้งตามคำแนะนำของโรงเพาะฟัก นั่นก็คือ “โมราฟาร์มกุ้ง”ทุกประการ และเจ้าตัวก็เชื่อว่า “นี่แหละคือมูลเหตุแห่งความสำเร็จ” ซึ่งนี่อาจเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า “เชื่อเจ้าของโรงเพาะฟัก ไม่มีอกหักแน่” แถมยังอาจยืนยันได้ว่า “เจ้าของลูกกุ้ง ย่อมรู้จักกุ้งของตัวดีกว่าใคร” ซึ่งเกษตรกรรายนี้ ก็อาจนับได้ว่า เป็นหนึ่งในผู้จุดประกายให้คนที่เคยผิดหวังจากกุ้งดำบนเกาะลันตา กลับมาคึกคักมีความหวังอีกครั้ง

โกเกี่ยน เริ่มเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมเคยรับราชการครูมาก่อน จากนั้นประมาณปี 2535 จึงเริ่มสนใจหันมาเลี้ยงกุ้งดำ โดยเริ่มเลี้ยงครั้งแรกที่เกาะลันตา ต่อมาช่วงหลังการเลี้ยงเริ่มไม่ประสบความสำเร็จ จึงเลิกเลี้ยงกุ้งแล้วหันมายึดอาชีพแปรรูปสัตว์น้ำ จนกระทั่งเมื่อประมาณต้นปี จึงได้ลองมาเลี้ยงกุ้งขาวครอปแรก ณ สถานที่เลี้ยงเดิม ภายใต้การชักชวน แนะนำ รวมทั้งให้คำปรึกษาในการเลี้ยงจาก คุณโมรา หม่าเซ็น แห่งโมราฟาร์มกุ้ง จนประสบความเร็จตั้งแต่เลี้ยงครอปแรก

“ผมเริ่มเลี้ยงกุ้งดำมาตั้งแต่ปี 2535 แต่หลังจากประสบปัญหาในเรื่องต่างๆ จึงหันมาประกอบอาชีพอื่น และตั้งใจว่าจะเลิกเลี้ยงกุ้งอย่างเด็ดขาด แต่ในที่สุดหลังจากหยุดเลี้ยงไป 4 ปี ก็ได้รับคำแนะนำ และคำปรึกษาต่างๆ จากคุณโมรา ทำให้เชื่อว่ากุ้งขาวน่าจะเลี้ยงง่ายกว่ากุ้งดำ จนตัดสินใจลองเลี้ยงกุ้งดู โดยใช้ลูกกุ้งจากโมราฟาร์ม แล้วในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จอย่างดี ซึ่งผมเชื่อว่า การที่ประสบความสำเร็จได้เช่นนี้ เพราะมาจากการที่ผมปฏิบัติตามคำแนะนำ และเลี้ยงตามแนวทางของโรงเพาะ”

สำหรับการเริ่มต้นการเลี้ยง โกเกี่ยน บอกว่า เริ่มแรกก็ใช้บ่อเดิมที่เคยเลี้ยงกุ้งดำ ซึ่งลึก 1.50 เมตร จากนั้นเอาน้ำเข้าและใส่แร่ธาตุที่จำเป็นในบ่อ ต่อมาก็ลงไอโอดีนฆ่าเชื้อในปริมาณ 3 ขวด ในเวลากลางวัน แล้วตีน้ำทันทีเพื่อคลุกเคล้าแร่ธาตุให้เข้ากัน ในระหว่างนี้ใสแร่ธาตุพวกปูนลงไปด้วย และตีน้ำสลับกันไปเป็นเวลา 1 อาทิตย์

หลังจากเตรียมบ่อ ปรับสภาพน้ำเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนการลงกุ้ง ซึ่งที่นี่จะใช้กุ้งสายพันธุ์ MORA SYNL ในอัตรา 1 ล้านตัวต่อบ่อ 4 ไร่ และลงกุ้งในช่วงกลางวัน โดยการปล่อยถุงลูกกุ้งให้ปรับสภาพในน้ำเป็นเวลา 1.5 ช.ม. จากนั้นกรีดถุงแล้วปล่อย ทั้งนี้ก่อนปล่อยเวลาประมาณ 2 – 3 ช.ม. ต้องเปิดเครื่องตีน้ำไว้ตลอด เพื่อปรับสภาพน้ำให้อุณหภูมิเท่ากันทั้งบ่อ

สำหรับการเริ่มให้อาหาร จะเริ่มให้อาหารในเช้าวันถัดมา โดยให้อาหารสำเร็จรูป 3 มื้อ ในปริมาณมื้อละ 3 ก.ก. ในเวลา 7.00 น. 12.00 น. และ 17.00 น. และเพิ่มอาหารไปทุกวัน วันละครึ่งกิโลกรัม จนครบ 1 อาทิตย์ จึงเพิ่มเป็น 4 มื้อ โดยเพิ่มมื้อ 22.00 น. อีก 1 มื้อ และเพิ่มอีกวันละครึ่งกิโลจนกว่าจะเช็คยอออก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน จากนั้นจึงเริ่มเดินอาหาร เช็คยอโดยใช้กล่องฟิล์มใส่อาหาร 20 กิโลกรัม/ 1 กล่อง หากกินอาหารในยอหมดก็จะเพิ่มตามความเหมาะสม ทั้งนี้การวางยอครั้งแรกจะวางเต็มกล่อง

โกเกี่ยน กล่าวเพิ่มเติมถึงเทคนิคพิเศษ และการดูแลคุณภาพน้ำว่า เรื่องคุณภาพน้ำของที่นี่นั้น จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว โดยมีความเค็มน้ำที่ 30 กว่า แต่เมื่อเราลงกุ้งต้องพยายามเตรียมน้ำให้ค่าพีเอชอยู่ที่ประมาณ 8.2 อย่าให้เกิน 8.5 และค่าอัลคาไลน์อยู่ที่ 190

สำหรับเรื่องแร่ธาตุนั้น ระหว่างการเลี้ยงส่วนใหญ่จะมีการเติมแคลเซียม แมกนีเซียม อาทิตย์ละครั้ง ในปริมาณ 5 กระสอบ (125 กิโลกรัม)/ 4 ไร่ โดยที่นี่จะมีนักวิชาการฟาร์มเข้ามาตรวจสอบบ่ออาทิตย์ละครั้ง ซึ่งหากอาทิตย์ไหนพบว่าขาดแร่ธาตุก็จะเติม หากมีเพียงพอก็ไม่ต้องเติม แต่อย่างไรก็ตาม แคลเซียมมักจะมีปริมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากกุ้งนำไปใช้ในการลอกคราบ จึงต้องเติมอย่างสม่ำเสมอ และที่จะขาดไม่ได้คือเครื่องตีน้ำ ซึ่งจะต้องเปิดตลอดทั้งคืน และในช่วงกลางวันสามารถปิดได้บ้าง แต่กรณีหากฝนตกต้องเปิดเครื่องตีน้ำทุกตัว เพราะปริมาณออกซิเจนและอุณหภูมิต่ำ

นอกจากนี้ การเลี้ยงกุ้งแน่นต้องมีการเติมปูนมาร์ล โดยเฉพาะจุดตรงกลางบ่อ และตรงจุดที่มีขี้น้ำ หรืออาจเติมอาทิตย์ละครั้งก็ได้ ส่วนการเติมน้ำ จะทำเฉพาะในช่วงพาเชียลกุ้ง ซึ่งก่อนพาเชียลให้เตรียมน้ำในบ่อพักไว้ก่อน โดยใช้คลอรีน

“ที่เน้นเรื่องแร่ธาตุโดยเฉพาะแคลเซียมเป็นพิเศษ เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่มักคิดว่า น้ำทะเลมีความเค็มอยู่แล้ว และแร่ธาตุมาก แต่แท้ที่จริงแล้วผมคิดว่ากุ้งใช้แร่ธาตุอยู่ตลอดเวลา ทำให้แร่ธาตุในน้ำต้องมีการตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีผลกับกุ้งมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการลอกคราบ”

ส่วนการพาเชียลนั้น จะเริ่มทำหลังจากเลี้ยงไปได้ 78 วัน และพาเชียลประมาณ 5-6 ตัน ซึ่งจะได้ไซซ์ประมาณ 100 ตัว/ ก.ก. โดยใช้วิธีการเปิดประตูน้ำ จากนั้นเมื่อพาเชียลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เติมน้ำในปริมาณเท่าเดิม รอถึงเช้าจึงให้อาหารตามปกติ

จากนั้นเลี้ยงต่อไปอีก 120 วัน ก็จะได้กุ้งไซซ์ประมาณ 48 ตัว/ ก.ก. จึงจะจับคว่ำบ่อ โดยที่ผ่านมาได้ผลผลิตรวมทั้งหมดกว่า 16 ตัน ซึ่งก็ต้องนับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับการเลี้ยงกุ้งขาว

มาถึงตรงนี้ คงบอกได้คำเดียวว่า นี่นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับเกษตรกรที่เคยเลี้ยงกุ้งบนเกาะลันตา หลังจากหลายรายได้ปราชัยให้กับกุ้งดำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะปัจจุบันพบว่า เริ่มมีการเลี้ยงกุ้งขาวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้กระแสการเลี้ยงกุ้ง เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวเกาะลันตาอีกครั้ง

เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทยฉบับที่75
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด