ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เทคนิคการเลี้ยงกุ้งของ คุณอนุวัฒน์ แก้วน้อย(กระบี่)

คุณอนุวัฒน์ แก้วน้อย เลี้ยงกุ้งอยู่ทั้งหมดประมาณ 61 บ่อ แบ่งเป็น 8-9 โซน ทั้งใน จ.กระบี่ และ จ.พังงารวมพื้นที่ทั้งหมดรวมบ่อพักน้ำ และบ่อบำบัดประมาณ 800 ไร่ ระบบฟาร์มมีทั้งระบบไฟฟ้าและระบบเครื่องตีน้ำด้วยเครื่องยนต์ แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบใด คุณอนุวัฒน์ก็สามารถเลี้ยงกุ้งไซซ์ ใหญ่มาได้โดยตลอด
ก่อนที่จะเลี้ยงกุ้ง ต้องสำรวจความ พร้อมของอุปกรณ์ในฟาร์มว่า มีเพียงพอหรือไม่ สิ่งใดชำรุดเสียหาย ก็ปรับและแก้ไขให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา เนื่องจากกุ้งขาวเลี้ยงแน่นกว่ากุ้งกุลาดำมาก ดังนั้นเรื่องความพร้อมของอุปกรณ์สำคัญมากๆ ส่วนบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตัวเจ้าของบ่อไม่ได้อยู่กับกุ้งตลอดเวลา ดังนั้นบุคลากรจึงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพ
เทคนิคการเลี้ยง
สำหรับเทคนิคการเลี้ยง คุณอนุวัฒน์ ได้แบ่งเป็นขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ คือ
1. การเตรียมบ่อ หลังจากจับกุ้งเสร็จ จะต้องล้างบ่อ ฉีดเลน และเก็บเลนในบ่อพักเฉพาะ ไม่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเด็ดขาด ระบบการป้องกันกาหะต้องมีการขึงเชือกกันนกกันปูทุกครั้ง ก่อนการสูบน้ำเข้าบ่อ
2.การเตรียมน้ำ หลังจากเตรียมบ่อเรียมดินเรียบร้อย จะเริ่มสูบน้ำเข้าบ่อพักไว้ 2 - 3 วัน โดยตีน้ำเพื่อให้พาหะมีการฟักจากไข่ออกมา จากนั้นจึงบงยากำจัดพาหะในอัตรา 4 กก. ต่อไร่ ตีน้ำ 4 ชม. ทิ้งไว้อีก 2 วัน แล้วลงกากชาในอัตรา 30 กก. ต่อไร่ เริ่มกระบวนการปรับสภาพน้ำโดยใช้กลุ่มจุลินทรีย์ช่วยในการปรับสภาพ และใช้วัสดุปูนในการสร้างสีน้ำ มีการใช้รำและปลาป่นในอัตรา 4:1 ต่อไร่ทุกวัน เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติ และมีการตรวจสอบค่าของคุณภาพน้ำก่อนการลงกุ้งทุกครั้ง
3.การเลือกลูกกุ้ง จะต้องให้ความสำคัญต่อสายพันธุ์มาเป็นอันดับแรก ซึ่งทางฟาร์มให้ความเชื่อมั่นในลูกกุ้งคุณภาพของบริษัทที่เชื่อถือได้ ว่ามีระบบการผลิตที่ดี และนำพ่อแม่พันธุ์ดีมาใช้ ซึ่งทางฟาร์มจะให้ความสำคัญต่อกระบวนการปล่อยลูกกุ้ง โดยเน้นการปล่อยลงถัง เพราะเชื่อว่าการปล่อยลูกกุ้งแบบนั้นจะช่วยให้ลูกกุ้งสามารถปรับสภาพให้แข็งแรงก่อนลงบ่อทุกครั้ง โดยจะปล่อยลูกกุ้งในอัตรา 120,000 - 130,000 ตัวต่อไร่ ซึ่งเป็นการปล่อยบางเนื่องจากต้องการทำไซซ์ใหญ่
ทั้งนี้การปล่อยลูกกุ้ง จะปล่อยบ่อคู่ตลอดเวลาคือหากจำนวนกุ้งในบ่อใดเกินปริมาณที่กำหนดไว้คือ 120,000 - 130,000 ตัวต่อไร่ จะคัดออกไปปล่อยอีกบ่อที่ปล่อยร่วมทันที

4.การให้อาหาร เริ่มให้อาหารในอัตรา 2 กก.ต่อแสนต่อวัน โดยจะเพิ่มอาหารในสัดส่วน 6, 5, 4 สิ้นสุดที่อายุกุ้ง 21 วัน จากนั้นเริ่มวางยอเพื่อเช็คปริมาณการกินอาหาร โดยเช็คยอในอัตราเริ่มต้นที่ 1 กรัมต่ออาหาร 1 กก. เช็คที่3 ชม.จนถึง35 วัน แล้วปรับยอเป็น 2 กรัม เช็ค2.45 ชม.จนถึง 50 วัน จากนั้นเริ่มมีการสุ่มไซซ์โดยหาค่าเฉลี่ย ซึ่งที่ฟาร์มน้ำหนักกุ้งจะอยู่ที่ 120 - 160 ตัวต่อกิโลกรัม และเริ่มเช็คที่3 กรัม2.30 ชม. จนถึงไซซ์ 80ตัว จึงเริ่มเช็คที่ 4 กรัม 215 ชม. ที่ไซซ์ 60 ตัวเช็ค4กรัม 2 ชม.จนกระทั้งจับ

5. การใช้จุลินทรีย์และแร่ธาตุ ในระหว่างการเลี้ยงทางฟาร์มมีการวางโปรแกรมการให้จุลินทรีย์ทุกๆ 7 วัน เช่น กลุ่มโปรไบโอติก นอกจากนี้ยังเสริมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อกุ้งขาว เช่น กลุ่มแคลเซี่ยม แมกนีเซียม ตลอดการเลี้ยงด้วย โดยจะมีนักวิชาการของฟาร์มตรวจวัดค่าต่างๆ อยู่เป็นประจำ
เคล็ดไม่ลับทำไซซ์ใหญ่
สำหรับเทคนิคการเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่ คุณอนุวัฒน์ ได้ย้ำในความพร้อมใน 5 ด้านก่อนลงมือเลี้ยง และสิ่งที่ต้องปฏิบัติ4 เรื่องคือ
1. ความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์
2. ความพร้อมด้านบุคลากร
3. ความพร้อมด้านเงินทุน
4. ความพร้อมในการศึกษาเทคนิคต่างๆ
5. ความพร้อมในการแก้ปัญหาการเลี้ยง
6. ต้องได้ลูกกุ้งที่มาจากสายพันธุ์ที่ดี
7. ต้องตั้งเป้าหมายการผลิต ว่าจะทำไซซ์ไหน และมีความตั้งใจจริง
8. ต้องดูแลคุณภาพน้ำให้ดีตลอดการเลี้ยง
9. ต้องมีการบริหารการจัดการที่ดีมีคุณภาพ
การแก้ปัญหา
สำหรับการเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหาขณะเลี้ยงนั้น มีประเด็นต่างๆ ดังนี้คือ
1. การแก้ปัญหาคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง
หัวใจหลักคือเน้นควบคุมคุณภาพน้ำโดยตรวจวัดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นค่าปริมาณออกซิเจนในน้ำแอมโมเนีย ไนไตรท์ แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม ค่าอัลคาไลน์ และวัดพีเอช
กรณีน้ำหนืดน้ำเข้ม หรือมีแนวโน้มว่าจะมีค่าแอมโมเนียสูง (ซึ่งมีโอกาสเห็นได้ยากมากๆ ที่นี่) แก้ไขโดยการเปลี่ยนถ่านน้ำ และนำน้ำจากบ่อพักที่มีการบำบัดน้ำอยู่แล้วมาเติม อันจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการเลี้ยงเล็กน้อย ซึ่งหากต้องการประหยัด ก็สามารถบีบอาหาร และเติมจุลินทรีย์ได้
กรณีมีโรคระบาดในพื้นที่ข้างเคียง แก้ไขโดยใช้ยาฆ่าเชื้อที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นสารต้องห้ามอันจะก่อให้เกิดสารตกค้าง เพื่อช่วยในการตัดเชื้อลดความเครียด อันเป็นสาเหตุโน้นนำทำให้เกิดโรคได้

กรณีแร่ธาตุในน้ำน้อย ก็จะต้องดูตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เลี้ยง เพราะบางพื้นที่มีแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉลี่ยเอาไว้ หากพบว่ามีปริมาณต่ำกว่าที่กำหนด ก็จะเติมแร่ธาตุชนิดนั้นๆ ในอัตราไร่ละ 1 กระสอบ หรือจนกว่าจะได้ในระดับที่ต้องการ
2. เทคนิคการแก้ปัญหากุ้งที่มีบาดแผลติดเชื้อ (แบคทีเรีย)
- กระตุ้นการลอดคราบโดยใช้ยาฆ่าเชื้อ และเปลี่ยนถ่ายน้ำ
- การเพิ่มแร่ธาตุช่วยหลังจากมีการกระตุ้นการลอกคราบ

ทั้งนี้การพาเชียลกุ้ง ทางฟาร์มจะไม่ค่อยเน้นมากนัก เนื่องจากอัตราการปล่อยกุ้งค่อนข้างบาง แต่ก็จะทำในบางครั้งและบางบ่อ โดยจะดูที่ราคาในช่วงนั้นๆ ประกอบ หากราคาดี ก็จะพาเชียลเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะพาเชียลในไซซ์ประมาณ 40 ตัว/กก. ขึ้นไป
โอกาสเปิดกว้างทำไซซ์ใหญ่: สำหรับสาเหตุที่เลือกเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่ คุณอนุวัฒน์ บอกว่า ที่ฟาร์มส่วนใหญ่จะขายกุ้งในไซซ์ 35 - 37 ตัว เนื่องจากเหตุผลหลักคือ สภาพพื้นที่ค่อนข้างเอื้ออำนวยต่อการทำไซซ์ใหญ่ ซึ่ง หลายๆ พื้นที่ไม่สามารถผลิตได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้ผลิตกุ้งไซด์เล็ก ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย และลดความเสี่ยง โดยหลีกเลี่ยงสภาวะราคาตกต่ำในกุ้งเล็ก นอกจากนั้น ในไซซ์หน้าสามส่วนใหญ่มีคนทำน้อย เพราะฉะนั้นตนจึงมองว่า นี่น่าจะเป็นโอกาสดี ที่จะทำกุ้งในไซซ์ดังกล่าวออกสู่ตลาด อันจะเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดการบริโภคกุ้งไซซ์ใหญ่ในต่างประเทศ และยังเป็นการสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้คงที่มากที่สุดอีกทางหนึ่ง ประกอบกับขณะนี้เริ่มหันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงลงกุ้งแค่พอประมาณ


เนื้อหาจากหนังสือประกอบการสัมมนา งานกุ้งไทยครั้งที่17
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด