ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

งานสัมมนา วันกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์ครั้งที่11( จันทบุรี)
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล ฝ่ายวิชาการบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

ทุกๆปีคนกุ้งไทยจะมีนัดหมายเจอะเจอแลกเปลี่ยนข้อมูล พบปะสังสรร ร่วมนำเสนอมุมมองต่างๆผ่านงานวันกุ้งในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งงานกุ้งแรกของปีคือ งานกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์ ปีนี้มีการจัดขึ้นในวันที่27-28 มกราคม2550 โดยส่วนของงานสัมมนาในห้องประชุมปีนี้ตั้งชื่อว่า วิกฤตกุ้งปี50 เกษตรกรจะอยู่รอดได้อย่างไร ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จเหมือนทุกๆปี มีผู้เข้าร่วมสัมมนา ร่วมออกบู๊ธ และใช้เวลาร่วมกันจนถึงเวลาปิดงานมากมาย
สำหรับเนื้อหาที่มีการอภิปราย และนำเสนอกันนั้นมีหลายเรื่องที่น่าสนใจและน่านำมาบอกต่อ และควรส่งผ่านข้อมูลเหล่านั้นไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้รับทราบ ผมเลยถือโอกาสนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจที่เก็บตกได้จากงานมาส่งให้ผู้อ่านอย่างสั้นๆ ครับ
สถานการณ์และแนวโน้มสินค้ากุ้งไทยในตลาดโลก(คุณสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย และ คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์)

ตลาดยุโรป
ไทยส่งกุ้งไปยุโรป คิดเป็นเพียง3.6% ของกุ้งไทยที่ส่งออกนอกเท่านั้นเอง แต่ตลาดยุโรปก็เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ
หากมองว่ายุโรปนำเข้ากุ้งไทยคิดเป็นปริมาณที่ยังน้อยอยู่เพียง ประมาณ 2 % ของปริมาณการนำเข้ากุ้งทั้งหมดในยุโรป

ปัญหาที่พบในด้านการตลาดในปัจจุบัน
การกีดกันด้านมาตการทางการค้าด้าน NTB (Sanitary, Animal Welfare, Environment ) จากประเทศผู้นำเข้าหลักทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย เช่น
สหรัฐอเมริกา
ACC (Aquaculture Certification Council)
MSC (Marine Stewardship Councils)
นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของ เอดี Anti Dumping และ ซีบอนด์ C-Bond
สหภาพยุโรป
BRC (British Retail Consortium )
EurepGAP
ออสเตรเลีย
ได้กำหนดหลักการของ IRA (Import Risk Analysis) ในเรื่องความปลอดภัยอาหาร โดยเน้นการตรวจสอบกุ้งนำเข้า
- กุ้งสดแช่แข็ง กุ้งต้ม ทั้งกุ้งเลี้ยงและจับจากทะเล ตรวจเชื้อโรค ตัวแดงดวงขาว โรคหัวเหลือง โรคทอร่า เชื้อโรค IHHNV และ NHPB
- กุ้งต้มทุกชนิดที่นำเข้าต้องต้มที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส
ในเรื่องเอดี และซีบอนด์: นอกเหนือการถูกเรียกเก็บภาษีตามอัตราและ C-Bond แล้ว ผู้ส่งออกมีค่าใช้จ่ายอื่น เมื่อคำนวณแล้วคิดเป็นประมาณ 15% - 20% ของมูลค่าการส่งออก หรือ ประมาณ 20 บาท/กก. ของราคากุ้ง
o มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคากุ้ง โดยเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับราคากุ้งประเทศที่ไม่ถูกมาตรการ AD
สุดท้ายปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายในของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวน : ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน


โอกาสของกุ้งไทยในปี 2550
(มุมมองของคุณสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย)
o สืบเนื่องจากปัญหาไข้หวัดนก ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตไก่หายไปประมาณ 1 ล้านตัน และปริมาณผลผลิตไก่โลกอาจหายถึง 10 ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลให้แหล่งโปรตีนทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์น้ำ มีโอกาสมาทดแทนตลาด
o นอกจากนี้ ภาวะราคากุ้งต่ำในปี 2549 ในขณะที่ราคาปลาสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดภายในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น
o หากภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องมาตรการการกีดกันทางการค้าต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการ IRA ของออสเตรเลีย และมาตรการ AD ของสหรัฐฯ อนาคตสดใส
o สรุปคือจากข้อมูลข้างต้นปีนี้กุ้งไทยน่าจะเป็นปีที่สดใสหากทุกส่วนอยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย


โอกาสกุ้งไทย มุมมองของ คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์
การผลิตและส่งออกกุ้งไทยปี 2550 หากมีปริมาณวัตถุดิบและการส่งออกยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องเช่นปี 2549 ไทยจะสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ด้วยความได้เปรียบของไทยในเรื่อง
ข คุณภาพ มาตรฐานการเลี้ยง และการผลิตของโรงงาน
ข การตรวจสอบย้อนกลับ ผู้ผลิตและส่งออก
ข ความร่วมมือของเกษตรกรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทย
ข การสร้างระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ข การต่อรองราคา
ข การวางแผนการผลิตร่วมกันเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลก
แม้การซื้อขายในปัจจุบันเน้นในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ส่งออกรวมถึงเกษตรกรจึงต้องร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยให้ความสำคัญในเรื่องของระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือเรื่องการบริหารและการจัดการฟาร์ม โดย อ.พินิจ กังวานกิจ
ปัญหาการเลี้ยงกุ้งปี 2549
" ราคากุ้งไม่นิ่ง บางเดือนราคาต่ำมากๆ
" ต้นทุนการผลิตสูง
" เจอภัยธรรมชาติในหลายพื้นที่
" โรคระบาด
รายได้ของผู้เลี้ยงกุ้งคือ กุ้งโตดี อัตราแลกเนื้อดี ผลผลิตต่อไร่ดี กุ้งคุณภาพดี เลี้ยงได้หลายรุ่น และราคากุ้งดี
ต้นทุนของเกษตรกรคือ การเตรียมบ่อ เตรียมดิน เตรียมน้ำ ลูกกุ้ง อาหาร ปัจจัยการผลิต คนงาน ไฟฟ้า น้ำมัน อื่นๆ
วิธีลดต้นทุนการผลิตคือ เพิ่มผลผลิต ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ

การเพิ่มผลผลิตคือ เลี้ยงกุ้งให้ได้ขนาดโตขึ้น เพิ่มความสามารถในการผลิต เลี้ยงกุ้งเป็นรุ่นให้มีผลผลิตตลอดปี เลือกอัตราปล่อยลูกกุ้งที่ให้กำไรสูงสุด
-ถ้าจะเลี้ยงให้ได้ขนาดโตขึ้น เกษตรกรต้อง เตรียมบ่อดี รักษาพื้นบ่อดีตลอดการเลี้ง
-การเพิ่มความสามารถในการผลิตคือปรับปรุงบ่อให้มีคุณภาพดี การใส่ปุ๋ย การเลือกอาหารคุณภาพดี การให้อากาศ
ส่วนในเรื่องการเลี้ยงกุ้งเป็นรุ่นให้มีผลผลิตตลอดปีนั้น เกษตรกรต้อง จัดระบบการปล่อยกุ้งในฟาร์ม เช่นถ้ามีบ่ออยู่12 บ่อ ก็ควรปล่อยเดือนละ2 บ่อ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยง และ ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังมีเงินหมุนเวียนที่ดี

สาเหตุแท้จริงที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง คือ การที่กุ้งในบ่อตาย หรือ เสียหายระหว่างการเลี้ยง เป็นหลัก
ดังนั้นเกษตรกรต้องใส่ใจในเรื่องลูกกุ้ง โดย ต้องเลือกลูกกุ้งต้องปลอดโรค นั่นคือต้องเลือกลูกกุ้งที่ได้จากพ่อแม่พันธุ์ที่ดีปลอดโรค โรงเพาะฟักนั้นต้องสะอาด ไม่มีการใช้สารต้องห้าม ลูกกุ้งที่ได้ต้องผ่านการตรวจด้วยพีซีอาร์

การเตรียมบ่อ
ดินต้องผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดี ถ้าเคยเป็นทอร่า หรือ เคยติดเชื้อไอเอชเอชเอ็นวี ต้องฆ่าเชื้อและตากบ่ออย่างน้อย 20 วัน
และมีการเตรียมบ่อที่ดี ขณะเลี้ยงควรใช้โปรไบโอติก ช่วยย่อยสลายของเสียและแก๊สพิษ
ควรมีระบบป้องการพาหะ เช่น สร้างรั้วกันปู ขึงเชือกกันนก
การเข้าฟาร์ม เข้าบ่อ ควรมีการฆ่าเชื้อ

การเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคือ การใช้ไฟฟ้า แทนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันในการให้ออกซิเจน
และการเพิ่มประสิทธิภาพคนในฟาร์ม

สำหรับการให้อาหารกุ้งในบ่อนั้น
อัตตราการให้อาหาร ความถี่ในการให้ วิธีการให้ และการเปลี่ยนเบอร์อาหาร หาจุดให้เหมาะสมกับตัวเอง


จริงๆแล้วในงานกุ้งจันท์ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ ไว้ยกยอดไปโอกาสหน้า
ส่วนการทิ้งท้ายหนนี้คือ การบรรยายของ
ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ คัมภีร์กุ้งของไทย ที่จะข้ามไปไม่ได้เลย ในหัวข้อการเลี้ยงกุ้งปีหมู(ที่อาจไม่หมู)


ปีที่ผ่านมา คนไทยผลิตกุ้งขาวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ราคาไม่ดี เพราะผลิตกุ้งขาวออกมามาก และค่าเงินบาทแข็งตัว
ทำอย่างไรการเลี้ยงกุ้งจะอยู่รอด : แนะให้ใช้ทางสายกลาง มีเหตุมีผล ลดความเสี่ยง นั่นคือ เกษตรกรต้องหาจุดเหมาะสมของตนเอง ไม่ตามผู้อื่นที่ใช้ระบบการเลี้ยงต่างกัน อีกทั้งเกษตรกรต้องเข้าใจด้วยว่ากุ้งขาวนั้นกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำเป็นกุ้งทะเล ต้องการความเค็ม ถ้าความเค็มต่ำปล่อยน้อยลง ถ้าต้องการไซส์ใหญ่ปล่อยบาง เลี้ยงกุ้งพื้นบ่อต้องสะอาด และออกซิเจนเหมาะสมตลอดเวลา อีกทั้งอากาศหนาวโรครุนแรง หยุดเสี่ยงหรือเสี่ยงน้อยลง ถ้าจะเสี่ยงต้องมีระบบป้องกันโรคที่ดี
ตัวอย่างของเกษตรกรที่หาความเหมาะสมของตนเองเจอ
เช่นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ โดยใช้สาหร่ายไส้ไก่ของ คุณประยูร หงส์รัตน์ ช่วยลดต้นทุน และกุ้งโตดี
แนวทางการผลิตกุ้งกุลาดำขนาดใหญ่โดยวิธีปล่อยเสริมธรรมชาติ แบบคุณนิธิศ ภัทรกุลชัย
o การผลิตกุ้งดำขนาดใหญ่โดยปล่อยเสริมในบ่อกุ้งขาว โดยปล่อยกุ้งขาว 90,000 ตัว/ไร่ พร้อมกับ กุ้งกุลาดำ 10,000 ตัว/ไร่

ปัจจัยสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม
ลูกพันธุ์มีคุณภาพ พ่อแม่พันธุ์ปลอดเชื้อ
กุ้งมีขนาด 10 กรัมในระยะเวลา 60-70 วัน
กุ้งมีขนาด 20 กรัมในระยะเวลา 90 -100วัน
การผลิตกุ้งขนาดเล็ก(80-100ตัว/กก)
ปล่อยลูกกุ้งหนาแน่นระดับสูง แล้วเลี้ยงระยะสั้นจับหมดบ่อ ควรทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ จะทะยอยจับบางส่วนที่เหลือเลี้ยงทำไซส์ใหญ่

การผลิตกุ้งขนาดกลาง (50-70 ตัว/กก)
ปล่อยลูกกุ้งความหนาแน่นสูง เลี้ยงจนถึงขนาดที่ต้องการ จับหมดบ่อ ทยอยจับบางส่วนที่เหลือเลี้ยงต่อจนได้ขนาดใหญ่

แนวทางการผลิตกุ้งขนาด 50 ตัว/กก ในพื้นที่ความเค็มต่ำ
- ปล่อยลูกกุ้งไร่ละ 60,000-80,000 ตัว ระยะเวลาเลี้ยง120 วัน ในบ่อความลึกของน้ำ 1.30-1.50 เมตร และตลอดการเลี้ยง ความเค็มไม่ต่ำกว่า 3 พีพีที, มีบ่อพักน้ำ มีเครื่องให้อากาศพอเพียง
-
แนวทางการผลิตกุ้งขนาด50ต้ว/กก ในพื้นที่ความเค็มปกติ
- ปล่อยลูกกุ้งไร่ละ 100,000-120,000 ตัว- มีบ่อพักน้ำ - มีเครื่องให้อากาศพอเพียง ควรทยอยจับออกบางส่วน 1-2 ครั้ง ( ครั้งสุดท้ายเลี้ยงต่อจนได้ 25 กรัม)

โรคที่พบในกุ้งขาว
* โรคดวงขาว (WSSV) สังเกตุกุ้งตายมาก มีดวงขาวที่เปลือกหัว
* โรคทอร่า (TSV) และลักษณะอาการคล้าย
ส่งตรวจเช็คจะยืนยันได้ว่าเป็นทอร่าหรือไม่ แต่ถ้ากุ้งตัวสีชมพู หรือแดง มีแผลตามตัว น่าจะเกิดจากทอร่า
-โรคแคระแกรน หรือโรคตัวพิการ (IHHNV)และลักษณะคล้าย
กุ้งไทยที่มีอาการตัวพิการส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อ IHHNV แต่ในปัจจุบันหลายครั้งที่พบอาการตัวคดตัวงอ เมื่อส่งตรวจกับไม่พบเชื้อตัวนี้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวใหม่ หรือ เกิดจากการผสมเลือดชิด
- โรคตับอักเสบ Necrotizing Hepatopancreatitis โรคตับอักเสบในไทยอาการที่พบจะเป็นจุดดำๆตามเปลือก แต่สิ่งที่พบเพิ่มขึ้นคือ กุ้งในบ่ออาจมีดวงขาวๆที่เปลือก พอเวลาคุณภาพน้ำไม่ดีดวงขาวที่เปลือกก็จะเปลี่ยนเป็นจุดสีดำ
-โรคกล้ามเนื้อขาวขุ่น Infectious Myonecrosis virus (IMNV) โรคนี้ยืนยันว่าพบแล้วในไทย วิธีที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกรไทยคือ กรมประมงควรออกมาตรการว่าการนำพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวจากนอกมาต้องรับรองว่าไม่มีโรคนี้ ดีที่สุด

เอาละข้อมูลจากงานกุ้งจันทร์เบื้องต้นคงพอเท่านี้ก่อน แล้วถ้ามีโอกาสอีกจะนำส่วนที่เหลือมาเสนอให้ครับ
ขอบคุณวิทยากรทุกคนที่เอื้อประโยชน์ในการนำข้อมูลเหล่านี้มาสู่เกษตรไทย

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด