ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

การควบคุมคุณภาพกุ้งขาวหลังจากการจับกุ้ง
(ข้อมูลโดย ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ)


ในการจับกุ้งขาวส่วนมากจะเป็นการจับหมดทั้งบ่อหรือทยอยจับบางส่วน มักจะใช้อวนทับตลิ่งซึ่งในระหว่างการลากอวน กุ้งบางส่วนจะกระโดดขึ้นมาตายริมขอบบ่อ หลังจากนั้นไม่นานกล้ามเนื้อจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นอย่างรวดเร็ว เมื่อนำกุ้งเหล่านี้ไปแช่ในถังน๊อคกุ้งที่มีน้ำเย็นจัด กุ้งจะยังคงมีสีซีดและกล้ามเนื้อขาวขุ่น หรือในกรณีที่นำกุ้งจากการลากอวนไปแช่ในถังน๊อคที่มีน้ำแข็งน้อยน้ำไม่เย็นจัด กุ้งบางส่วนโดยเฉพาะที่อยู่ด้านบนจะมีสีซีดกล้ามเนื้อขาวขุ่นด้วยเช่นกัน บางตัวตับและตับอ่อนจะมีสีส้มอมเหลืองคล้ายกับกุ้งที่กำลังจะเน่าเสีย การแก้ปัญหาเกษตรกรจะต้องใช้ความระมัดระวังในระหว่างการลากอวน และจะต้องแช่กุ้งลงในถังน็อคกุ้งซึ่งจะต้องใช้น้ำแข็งเกล็ด หรือก้อนขนาดเล็กในปริมาณมากเพื่อให้น้ำเย็นจัด กุ้งที่ยังมีชีวิตอยู่เมื่อแช่ในถังน้ำที่เย็นจัด สีของตัวกุ้งจะใสดูสดกว่ากุ้งที่แช่ในถังที่มีน้ำแข็งน้อยหรือน้ำไม่เย็นจัด
นอกจากนั้นการลอกอวนถ้าพื้นบ่อมีตะกอนมาก กุ้งบางส่วนจะมีตะกอนเข้าไปอุดตันในเหงือกทำให้เหงือกมีสีน้ำตาลจนถึงสีดำ ถ้าหากนำกุ้งเหล่านี้ไปแช่ในถังน๊อคทันที กุ้งจะมีเหงือกสีน้ำตาลหรือดำ ดังนั้นจะต้องนำกุ้งในตะกร้าล้างเขย่าในถังน้ำสะอาดให้ตะกอนที่เข้าไปอุดตันในเหงือกออกมาให้มากที่สุด
ก่อนที่จะนำกุ้งไปแช่ในถังน๊อคทั้งหมดที่รวบรวมมานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และไม่ควรละเลย เกษตรกรควรจะต้องให้ความสนใจและหาทางลดปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ให้น้อยลงจะทำให้ลดการสูญเสียและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมทั้งทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นได้มาตรฐานสำหรับการส่งออก
แถมท้ายด้วย
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของกุ้งขาว

จากการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความเข้มของสีกุ้งขาวในบ่อเลี้ยงที่พบว่าบ่อเลี้ยงที่น้ำมีสีเขียวเข้ม เนื่องจากมีปริมาณแพลงก์ตอนในบ่อมาก โดยเฉพาะบ่อที่ปูด้วยโพลีเอททีลีน (พีอี) จะทำให้สีของกุ้งเข้มและเมื่อนำไปต้มสุกมีสีแดงเข้ม ส่วนกุ้งในบ่อเลี้ยงที่มีน้ำขุ่นซึ่งเกิดจากการฟุ้งกระจายของตะกอนดินภายในบ่อ จะทำให้กุ้งมีสีขาวซีดและเมื่อนำไปต้มสุกจะมีสีซีด ส่วนความเค็มของน้ำที่แตกต่างกัน เช่น เลี้ยงด้วยน้ำความเค็มต่ำระหว่าง 2-5 พีพีที เปรียบเทียบกับที่เลี้ยงด้วยน้ำความเค็ม 20-30 พีพีที ถ้าน้ำในบ่อมีสีขาวขุ่นจากตะกอนดินมากเหมือนกัน สีของกุ้งจะขาวซีดใกล้เคียงกัน แต่กุ้งที่เลี้ยงในน้ำความเค็มสูงกว่าเปลือกจะแข็งกว่ากุ้งที่เลี้ยงด้วยน้ำความเค็มต่ำ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวเกษตรกรสามารถแก้ไขโดยการจัดการคุณภาพน้ำและสีน้ำในบ่อให้มีสีเข้มพอดีหรือมีความโปร่งแสงอยู่ในช่วง 30-40 เซนติเมตร และต้องควบคุมไม่ให้น้ำมีสีเข้มเกินไปโดยเฉพาะในน้ำที่มีความเค็มต่ำมีแพลงก์ตอนหลายชนิดในกลุ่มสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งผลิตสารบางอย่างที่ทำให้เกิดกลิ่นโคลนในตัวกุ้งได้เช่นแพลงก์ตอนสกุลออสซิลาเทอเรีย หรือที่เกษตรกรมักเรียกว่าสาหร่ายขนแมว และแพลงก์ตอนสกุลไมโครซิสทิสและอนาบีน่า แพลงก์ตอนในกลุ่มเหล่านี้ถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดปัญหากลิ่นโคลนในเนื้อกุ้งได้ในกรณีที่สีน้ำเข้มมากส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปริมาณอาหารเหลือมากเกินไป บ่อที่มีสีน้ำเข้มมากควรจะลดปริมาณอาหารติดต่อกันจนกว่าสีของน้ำจะจางลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม หรือในกรณีที่น้ำมีสีเข้มมากและกุ้งมีกลิ่นโคลนและกุ้งอยู่ในช่วงเวลาที่กำลังจะจับขาย อาจจะต้องถ่ายน้ำมากขึ้นเพื่อระบายปริมาณแพลงก์ตอนและกลิ่นที่อยู่ในน้ำออกไปหลังจากเติมน้ำเข้าไปในบ่อเลี้ยงและกุ้งลอกคราบกลิ่นโคลนจะลดลงเมื่ออยู่ในระดับที่ยอมรับได้จึงควรจะจับกุ้งนำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 22/1/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด