ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

แวะดูจับกุ้งขาว 10 ตันที่บ้านแพ้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมงานขับรถผ่านไปแถวๆ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เผอิญเห็นรถห้องเย็นจอดอยู่ริมถนนหลายคัน เมื่อมองดูในตู้ท้ายรถห้องเย็นก็เห็นถังใส่กุ้งอัดแน่นเต็มทุกคัน จึงจอดรถแวะดู ปรากฏว่าเป็นกุ้งขาวไซซ์ประมาณ 60 ตัว/กก. ซึ่งถือว่าเป็นไซซ์ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรถ้าเลี้ยงในเขต อ.บ้านแพ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำจืด ทีมงานจึงเดินเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของบ่อซึ่งกำลังดูการชั่งน้ำหนักกุ้งอยู่
จากการพูดคุยสอบถาม คุณจินดา พุ่มพวง ฟาร์มตั้งอยู่ที่ หมู่ 7 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เจ้าของบ่อ ทำให้ทราบว่า กุ้งที่เห็นอยู่นี้เป็นกุ้งที่จับจากบ่อเดียวเท่านั้น (ตอนแรกทีมงานนึกว่ามีการจับกุ้งกันหลายบ่อ) จากการประเมินน่าจะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 10 ตัน และประเด็นสำคัญที่ทำให้ทีมงานต้องรีบสัมภาษณ์ นำข้อมูลของคุณจินดามาฝากท่านผู้อ่าน ก็คือ คุณจินดาปล่อยกุ้ง 100,000 ตัว/ไร่ ใช้เวลาเลี้ยง 3 เดือน 20 วัน โดยที่เลี้ยงในน้ำจืดสนิทตั้งแต่ช่วงแรกๆ ยังจับกุ้งได้ถึง 10 ตัน แถมเป็นกุ้งไซซ์ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรอีกด้วย

การเตรียมบ่อ
คุณจินดา บอกว่า ปัจจุบันตนมีประสบการณ์เลี้ยงกุ้งขาวมาประมาณ 3 ปีแล้ว ซึ่งปีหนึ่งจะเลี้ยงกุ้งประมาณ 3 ครอป ตอนนี้มีบ่อเลี้ยงกุ้งอยู่ทั้งหมด 2 บ่อ แบ่งเป็นบ่อขนาด 9 ไร่ 1 บ่อ และบ่อขนาด 3 ไร่ 1 บ่อ ในการเตรียมบ่อ หลังจากจับกุ้งเสร็จแล้วจะนำรถแทรกเตอร์ลงไปเกลี่ยขี้กุ้งให้กระจายออก จากนั้นลงปูนซีโอไลซ์ 60 กก./ไร่ และปูนโดโลไมท์ 75 กก./ไร่ แล้วสูบน้ำจืดเข้าบ่อให้ได้ระดับความสูงประมาณ 50 เมตร นำน้ำเค็มมาเติมปรับความเค็มให้อยู่ที่ 5 พีพีที อีกประมาณ 4-5 วัน สีน้ำก็จะเกิดขึ้นมาเอง เพราะไม่ได้นำขี้กุ้งขึ้น เมื่อสีน้ำขึ้นดีแล้วก็จะนำลูกกุ้งขาวมาปล่อย ในอัตรา 100,000 ตัว/ไร่ หลังจากปล่อยกุ้งแล้วก็จะนำน้ำจืดมาเติมลงไปเรื่อยๆ 2-3 วัน/ครั้ง เพื่อเพิ่มระดับความสูงของน้ำ ปกติถ้ากุ้งติดแน่นจะเลี้ยงน้ำค่อนข้างสูง เพื่อให้กุ้งมีพื้นที่อาศัยมากขึ้น แต่ถ้ากุ้งติดน้อยก็จะเลี้ยงน้ำไม่สูงมากนัก เพื่อให้ออกซิเจนลงไปถึงพื้นบ่อ ทั้งนี้หลังจากเติมน้ำเข้าบ่อเพียงไม่กี่ครั้ง น้ำในบ่อเลี้ยงก็จะจืดสนิทแล้ว

การให้อาหาร
คุณจินดา บอกว่า หลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้กุ้งเก็บกินขี้กุ้งที่ไม่ได้เอาขึ้นและกินสัตว์หน้าดินไปก่อนประมาณสัก 1 อาทิตย์ แล้วจึงเริ่มให้อาหารเม็ดในอัตรา 2-3 กก./มื้อ ให้ 2 มื้อ เช้า-เย็น ให้อาหารในอัตรานี้ไปเรื่อยๆ จนกุ้งมีอายุประมาณ 10 วัน ก็จะนำอาหารมาวางกองไว้ที่ขอบบ่อประมาณ 2 จุด คือ ในบริเวณน้ำลึกกับน้ำตื้น ถ้าสังเกตเห็นว่ากุ้งเริ่มเข้ามารุมกินอาหาร ก็จะเพิ่มอาหารให้นิดหน่อย จากนั้นพอกุ้งมีอายุประมาณ 20 วันก็จะเริ่มวางยอ โดยปกติกุ้งอายุ 20 วันจะกินอาหารอยู่ที่ กุ้ง 100,000 ตัว/อาหาร 1 กก. ทั้งนี้พอกุ้งมีอายุ 40 วันไปแล้ว จะเพิ่มอาหารเป็น 3 มื้อ และเลี้ยงที่ 3 มื้อ เช้า-กลางวัน-เย็น ไปตลอดจนจับ
"ในช่วงแรกผมจะให้อาหารของกุ้งขาว จากนั้นก่อนจะจับกุ้งสักประมาณ 20 วัน ผมจะนำอาหารของกุ้งกุลาดำมาผสมลงไปแทนอาหารที่ให้อยู่เดิมครึ่งหนึ่ง ผสมให้กุ้งกินทุกมื้อตลอดจนจับ เพื่อเป็นการเร่งไซซ์กุ้ง ซึ่งที่ผ่านมาเราจะให้อาหารอย่างนี้ตลอด ปรากฏว่ากุ้งเนื้อแน่นขึ้น และได้น้ำหนักกุ้งดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"

การเช็คยอ
คุณจินดา กล่าวว่า ในช่วงแรกยังเช็คยอไม่ออกก็จะนำอาหารมาใส่ยอ เพื่อให้กุ้งคุ้นเคยกับอาหารในยอไปก่อน จากนั้นพอเริ่มเช็คยอออกแล้วก็จะใช้เวลาเช็คยอที่ 2 ชั่วโมงครึ่งไปตลอดจนจับ ส่วนอัตราอาหารใส่ยอใช้การกะประมาณเอา ไม่ได้ตวง ทั้งนี้ถ้าเช็คยอหมดภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง มื้อต่อไปจะเพิ่มอาหารให้เรื่อยๆ ส่วนอัตราการเพิ่ม ถ้ากุ้งติดมากก็อาจจะเพิ่มครั้งละ 2-3 กก. แต่ถ้ากุ้งติดบางก็จะเพิ่มน้อย ส่วนในกรณีถ้าเช็คยอไม่หมด มื้อต่อไปจะลดอาหารเลยเช่นกัน แต่ถ้าอาหารเหลือมากๆ จะงดอาหารในมื้อต่อไปทันที
"สำหรับการปรับเปลี่ยนเบอร์อาหาร ช่วงแรกจะให้อาหารเบอร์ 0 เพื่อให้กุ้งกิน และส่วนหนึ่งเอาไว้ทำสีน้ำด้วย ประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะนำอาหารเบอร์ 1 มาผสมลงไปครึ่งหนึ่ง ผสมกันประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ปรับมาให้เป็นเบอร์ 1 ล้วน จากนั้นการปรับเบอร์อาหารจะใช้วิธีดูตัวกุ้งเป็นหลัก ถ้ามองดูแล้วว่ากุ้งน่าจะกินอาหารเบอร์ใหญ่ขึ้นได้ ก็จะนำอาหารเบอร์ใหญ่มาผสม เนื่องจากกุ้งมาแต่ละรุ่นจะโตแตกต่างกัน บางรุ่นโตเร็ว บางรุ่นโตช้า จึงไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าอายุเท่าไรจะกินอาหารเบอร์อะไร"

เคล็ดลับตีน้ำกุ้งขาว
คุณจินดา กล่าวต่ออีกว่า ในระหว่างการเลี้ยงจะทำการวัดค่าพีเอชและค่าอัลคาไลน์ทุกวัน พีเอชเช้ากำหนดไว้ที่ 7.9 ช่วงเย็น 8.2-8.3 ส่วนอันคาไลน์อยู่ที่ประมาณ 170 ในกรณีพีเอชต่ำจะนำปูนโดโลไมท์มาหว่านลงไปในบ่อช่วงกลางคืนในอัตรา 50 กก./ไร่ แต่ถ้าอัลคาไลน์ต่ำก็จะเติมปูนช่วงกลางวัน ทั้งนี้กุ้งขาวจะลอกคราบค่อนข้างถี่ ดังนั้นต้องพยายามควบคุมพีเอชและอัลคาไลน์ให้นิ่งอยู่ตลอดเวลา มิเช่นนั้นจะมีปัญหาได้
นอกจากนี้ ในการเลี้ยงกุ้งขาว ออกซิเจนค่อนข้างเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นต้องติดตั้งอุปกรณ์ตีน้ำ ให้สามารถทำออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ โดยทางฟาร์มจะติดตั้งใบพัดตีน้ำเป็นเฟืองกลับ 3 แขน จำนวน 2 ชุด รวมเป็น 6 แขน วางไว้บริเวณช่วงกลางบ่อ และติดตั้งใบพัดตีน้ำเดี่ยวอีก 2 แขน วางไว้หัวบ่อกับท้ายบ่อ ทั้งนี้ใบพัดตีน้ำจะเป็นใบเหล็ก ทำให้ตีน้ำได้ค่อนข้างฟุ้ง ให้ออกซิเจนได้ดี ในช่วงแรกจะเปิดใบพัดตีน้ำตัวกลางบ่อไว้ 1 ชุด ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด จากนั้นพอกุ้งมีอายุ 50 วันไปแล้ว ในช่วงกลางวันจะเปิดใบพัดตีน้ำหัวบ่อกับท้ายบ่อไว้ ส่วนช่วงกลางคืนจะเปิดใบพัดตีน้ำทุกตัว และพอกุ้งมีอายุ 70 วัน จะเปิดใบพัดตีน้ำทุกตัวไว้ตลอด ส่วนช่วงให้อาหารก็จะเปิดใบพัดตีน้ำเฉพาะตัวเฟืองกลับไว้ 1 ชุด
"กุ้งขาวเลี้ยงง่ายกว่ากุ้งกุลาดำมาก อาหารเสริม วิตามินอะไรก็ไม่ต้องใช้ ทำให้ประหยัดต้นทุนในส่วนนี้ลงไปได้มาก แต่เราจะไปสิ้นเปลืองต้นทุนค่าน้ำมันแทน เพราะกุ้งขาวต้องเน้นตีน้ำให้มากๆ เพื่อทำให้ในบ่อมีออกซิเจนสูงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ออกซิเจนเป็นหัวใจหลักในการเลี้ยงกุ้งขาวเลยก็ว่าได้" คุณจินดากล่าว


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster