ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เลี้ยงกุ้งขาวในไทย แต่เลือกใช้ระบบตีน้ำทางเดีย

จำได้ว่าเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากงานสัมมนา สัตว์น้ำโลก หรือ WASปี 2005 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ผมได้เล่าได้เขียนเรื่องการเลี้ยงกุ้งของบราซิล ให้หนังสือกุ้งไทยฉบับหนึ่ง โดยประเทศบราซิลนั้นเขามีหลักการเลี้ยงกุ้งขาวในแนวที่แตกต่างจากไทยคือ ขนาดบ่อซึ่งใหญ่กว่าไทยมากโดยมีขนาดประมาณ12-25ไร่/บ่อ ปล่อยกุ้งขาวที่ความหนาแน่น 40 ตัว/ตารางเมตร ขนาดกุ้งที่เลี้ยงได้ 12-13 กรัม (ประมาณ80ตัว/กก) โดยมีการให้อาหาร ผ่านการให้ยอ (ซึ่งยอของบราซิลได้แบบอย่างมาจากเปรู สำหรับจำนวนยอขึ้นกับปริมาณกุ้งที่ปล่อย และใช้เรือคายัคในการพายเอาอาหารใส่ยอ)(200 ยอต่อความรับผิดชอบคนงาน 1 คน) และการปรับอาหารขึ้นอยู่กับการกินที่เห็นได้จากยอ เพราะไม่ได้หว่านอาหารทั่วบ่อ แต่จะใส่อาหารเฉพาะในยอเท่านั้น)สามารถผลิตได้ 2.5 รอบต่อปี อัตรารอด 75% และที่แตกต่างจากการเลี้ยงกุ้งขาวไทยคือ การตีน้ำหรือการเดินเครื่องให้อากาศ โดยของบราซิลเขาจะตีน้ำเดินทางเดียว เช่นจากซ้ายไปขวา หรือ จากหัวบ่อไปท้ายบ่อ ไม่ได้ตีน้ำวนเพื่อให้เลนรวมเหมือนไทย ซึ่งการตีน้ำหรือการให้อากาศของไทยจะตีน้ำเป็นวงกลมเพื่อให้น้ำเดินได้ทั่วบ่อและรวมเลนให้อยู่ตรงกลางบ่อเพื่อให้มีพื้นที่สะอาดมากที่สุดสำหรับกุ้งที่เลี้ยงนั่นเอง
ร่ายคำนำมาตั้งนานแล้วจะสื่ออะไรละ????? คือบอกตรงๆเลยว่าจากที่เราไม่เคยคิดว่าการตีน้ำทางเดียวนั้นจะมีให้เห็นในประเทศไทย เนื่องจากที่ได้พบได้เห็นมาส่วนใหญ่ทำกันในบ่อที่มีขนาดใหญ่และเจอมากในต่างประเทศ แต่มาวันนี้ทีมงานของไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ แจ้งกลับมาที่ผม ว่ามีลูกค้าเรารายหนึ่งซึ่งเขาก็เป็นเกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งอีกรายที่เลี้ยงกุ้งขาวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในรอบก่อนๆที่ผ่านมา และปัจจุบันก็กำลังลงลูกกุ้งชุดใหม่อยู่สำหรับการเลี้ยงในรอบนี้ แต่ที่น่าแปลกคือเขาเลี้ยงกุ้งโดยตีน้ำทางเดียวตลอดการเลี้ยง เมื่อได้รับแจ้งมามีหรือที่ผมจะไม่ไปค้นหา และถามหามุมมองของการเลี้ยงกุ้งแบบนี้จากเกษตรกรรายนั้น ซึ่งเมื่อไปพบไปเจอกับเกษตรกรรายนี้จริง เราก็ได้รับภาพจากสิ่งที่เขามองว่าเขาทำแบบนี้(ตีน้ำทางเดียว)เพราะอะไร???? เกษตรกรรายนี้คือครอบครัวอารมณ์ดีที่ชื่อ พี่วิเชียร แซ่อิ๋ว และ คุณวลัยพรรณ สวัสดี
ทั้งสองเป็นคนที่มีความแตกต่างกับผู้เลี้ยงกุ้งรายอื่นตรงที่ใช้วิธีการตีน้ำทางเดียวมานานกว่า 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ครอบครัวนี้ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้กับกุ้งกุลาดำ ซึ่งการตีน้ำทางเดียวมองว่าเมื่อเทียบระหว่างกุ้งดำกับกุ้งขาวว่ามีความเหมาะกับกุ้งกุลาดำมากกว่า แต่ใช่ว่าจะใช้กับกุ้งขาวไม่ได้นะเพราะรุ่นที่ผ่านมาเลี้ยงกุ้งขาวแบบนี้เพียงสามเดือนกว่าๆก็ได้ไซส์ประมาณ 50 ตัว/กกแล้วล่ะ
เหตุผลที่ตีน้ำทางเดียว ตั้งแต่สมัยกุ้งกุลาดำ จนถึงกุ้งขาวเนื่องจากคิดว่ากุ้งที่นำมาเลี้ยงนั้น เป็นกุ้งทะเลเราใช้การตีน้ำทางเดียวเพื่อให้เป็นแบบเดียวกับน้ำทะเล หรือธรรมชาติของกุ้ง คิดว่าระบบของการเคลื่อนตัวของทะเลน้ำจะตีคลื่นเข้าฝั่ง ซึ่งน้ำที่ตีเข้ามากระทบฝั่ง คลื่นจะม้วนตัวกลับใต้พื้น ซึ่งมันจะเอาน้ำที่อยู่บนผิวกลับไปใต้น้ำได้ ดังนั้นเรื่องออกซิเจนและคุณภาพน้ำในบ่อก็จะได้มีทั่วบ่อเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงของที่นี่คือเดิมเป็นบ่อเลี้ยง 3 บ่อ โดยบ่อเดิมมีขนาด 1 ไร่ และบ่อขนาด 1 ไร่ 1 งาน จำนวน 2 บ่อ และ ปัจจุบันได้ดัดแปลงปรับเปลี่ยนรวมบ่ออีกทั้งขยายพื้นที่เลี้ยงให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2 บ่อ บ่อละ 4 ไร่
การจัดวางเครื่องตีน้ำ นั้นจะเน้นที่ใบตีน้ำโดยแต่ละใบที่อยู่บนแกนเดียวกันจะห่างกันประมาณ 90 เซนติเมตร

การเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงกุ้งขาวในปัจจุบัน
ตากบ่อให้แห้ง เนื่องจากพีเอชดินมีความเหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องใส่ปูนขาวตอนเตรียมบ่อ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์หรืออาทิตย์กว่าๆ จึงจะเอาน้ำเข้า โดยใช้วิธีการกรองผ่านผ้าสาลู เมื่อน้ำเต็มบ่อ ดูสภาพน้ำว่าโอเค แล้วจึงค่อยสั่งลูกกุ้ง หลังจากนั้น 3 วันก่อนปล่อยกุ้งจะตีน้ำเวลากลางวัน และก่อนลงกุ้ง 2 วันจะตีน้ำทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนการเลี้ยงกุ้งทั่วไป ความเค็มเริ่มต้นอยู่ที่ 12 พีพีที และปัจจุบันเน้นที่น้ำในบ่อก่อนปล่อยพีเอชต้องได้ 8 ก่อน ดังนั้นเวลาจะปล่อยกุ้งคุณวิเชียรจะตื่นเช้ากว่าคนมาส่งกุ้งเพื่อใส่ปูนเพิ่ม เป็นการปรับพีเอชให้สูงขึ้น เน้นปล่อยกุ้งช่วงเช้าเพราะหลังปล่อยลูกกุ้งลูกกุ้งจะเจอแต่สภาพที่ดีขึ้นนั่นเอง หลังจากปล่อยจะให้อาหารกุ้งเบอร์ 1 โดยจะเริ่มให้ช่วงเวลา 11.00 น. โดยปกติการให้อาหารที่นี้แบ่งเป็น 3 มื้อ โดยให้เวลา 7.00, 11.00 และ 16.00 น. ลืมบอกไปว่า ที่แห่งนี้จะปล่อยลูกกุ้งขาวอัตราความหนาแน่นอยู่ที่ 80,000 ตัว/ไร่ เริ่มเช็คยอเมื่อกุ้งอายุได้ 14 วัน และเช็คยอทุก 3 ชั่วโมง โดยจะให้ยอ 1 ช้อนกินข้าวต่ออาหารกุ้ง 2 กิโลกรัม หากต้องการเพิ่มอาหารจะเช็คที่ 2 ชั่วโมง โดยสังเกตว่าถ้าอาหารหมดก็จะเพิ่ม ซึ่งเชื่อว่าเทคนิคในการปรับอาหารตามยอก็ไม่แตกต่างจากที่อื่น

ระหว่างการเลี้ยงจะใส่โดโลไมท์ และปูนแมกนีเซียม โดยจะหว่านปูนโดโลไมท์หน้าน้ำตรงบริเวณหัวใบพัด ถ้าเป็นปูนแมกนีเซียมเดินหว่านรอบบ่อ แต่ถ้าใส่ปูนขาวจะเน้นต้องกระจายให้เร็วที่สุด ห้ามโดนกุ้งหรือห้ามกองจุดใดจุดหนึ่ง
โดยปกติที่ฟาร์มต้องการทำกุ้งขนาดใหญ่ขาย ถ้าเลี้ยงกุ้งในช่วงอากาศร้อนจะดีกว่าอากาศหนาว แต่สีน้ำจะเปลี่ยนบ่อยตรงนี้ต้องระวัง โดยทางฟาร์มตั้งเป้าไว้ว่าเมื่อกุ้งอายุประมาณ 2 เดือน ควรมีขนาด 70 ตัว/กก. เมื่อกุ้งอายุ 3 เดือน ควรมีขนาด 60 ตัว/กิโลกรัม อย่างรอบที่ผ่านมาจับตอนอายุ 3 เดือนครึ่ง ได้ไซส์ 51 และ 54 ตัว/กก.
เทคนิคพิเศษของคุณวิเชียรและคุณวลัยพรรณในการบังคับให้กุ้งลอกคราบของฟาร์มนี้จะแตกต่างจากฟาร์มอื่นๆ คือ หากต้องการให้กุ้งลอกคราบ ก็จะทำการเปลี่ยนทิศทางการตีน้ำ ให้เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับปกติ ในขณะที่ฟาร์มอื่นๆ คือการปรับให้ค่าพีเอชน้ำต่ำ หรืออาจจะเพิ่มหรือลดความเค็มลง หรืออาจเปลี่ยนถ่ายน้ำก็จะช่วยในการลอกคราบเช่นกัน
เมื่อถามถึงปริมาณเลนเวลาจับกุ้งขาย ก็ได้รับคำตอบว่าเลนก็กระจายทั่วบ่อแต่เป็นแบบไม่มากมาย เพราะเลนในบ่อขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่เหลือ และการควบคุมสีน้ำของแต่ละฟาร์ม เนื่องจากกุ้งขาวเป็นกุ้งที่กินอาหารได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารกุ้งที่ให้ หรือ แพลงก์ตอน หรือ เศษขี้กุ้งเองก็ตาม ดังนั้นหากควบคุมการให้อาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณเลนในบ่อก็จะมีไม่มากแน่นอน
ปัจจุบันเพื่อนเกษตรกรบางรายก็มาขอดูการจัดระบบตีน้ำแบบเดินทางเดียวแบบนี้เช่นกัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการเลี้ยงกุ้งขาวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การจัดวางระบบของเครื่องตีนน้ำ แต่นั่นหมายความถึงทุกการจัดการ ทุกปัจจัยต่างมีผลต่อการเลี้ยงกุ้งขาวให้ได้ผลทั้งสิ้น

ข้อมูลที่นำเสนอให้ได้ทราบในครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้คนเลี้ยงกุ้งเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงของเดิม แต่เพื่อเป็นการตอบข้อสงสัยที่ถามว่า " มีใครบ้างไหมในไทยที่เลี้ยงกุ้งแล้วตีน้ำเดินทางเดียว แบบเดียวกับการเลี้ยงกุ้งขาวในต่างประเทศ" ความแตกต่างที่เห็นได้คือ พื้นที่บ่อที่ต่างกัน ของไทยเราบ่อเล็กกว่า แต่ในต่างประเทศบ่อเขาใหญ่กว่าเรามาก อีกทั้งในต่าง ประเทศ เขาเอาอาหารที่จะให้ใส่ในยอเพื่อให้กุ้งมากินอาหารเฉพาะในยอเท่านั้นไม่หว่านลงพื้นบ่อ ส่วนของเกษตรกรไทยเราหว่านอาหารทั่วบ่อนั่นเอง
สุดท้ายต้องขอขอบคุณ พี่วิเชียร แซ่อิ๋ว และ คุณวลัยพรรณ สวัสดี ที่ได้ให้เรามีมุมมองอีกมุมของการเลี้ยงกุ้งขาวแบบเกษตรกรรายย่อยคุณภาพ รวมทั้งคำขอบคุณที่ฝากไปให้ทีมงานขายของบริษัทไทยยูเนี่ยนฯที่ไม่ละเลยที่จะแนะนำให้เราได้รู้จักกับเกษตรกรผู้น่ารักทั้งสองท่านนี้
สรุปและเรียบเรียงโดย เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
ฝ่ายวิชาการ บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกั


นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 28/05/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

 

ป็น