ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

การเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับก้ามกราม อีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรไทย

ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน คนเลี้ยงกุ้งขาวของไทย หลายๆคนค้นหา
จุดที่เหมาะสมให้กับตัวเอง ในการใช้ประโยชน์จากบ่อกุ้งที่เคยมีอย่างคุ้มค่าที่สุด ตัวอย่างเช่น คนเลี้ยงกุ้งทางอ่าวไทยก็จะเลี้ยงกุ้งในช่วงฤดูกาลที่ไม่เสี่ยง ส่วนคนกุ้งฝั่งอันดามันปรับหันมาเลี้ยงกุ้งบางลงกว่าเดิม เมื่อหันมามองคนเลี้ยงกุ้งในเขตพื้นที่ที่เคยเป็นที่หนึ่งในแหล่งการเลี้ยงกุ้งของภาคกลางอย่างกับจังหวัดฉะเชิงเทราเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่นี้ก็ได้มี
การปรับตัวปรับระบบการใช้บ่อเลี้ยงกุ้งเดิมเพื่อให้ได้ผลผลิตของสัตว์น้ำในแบบที่ต้องการอีกทั้งเมื่อจำหน่ายมีรายได้ที่พอเพียง แถมมีกำไรคุ้มค่ากับการลงทุน ผมเองเป็นคนที่มักได้โอกาสดีๆจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ยอมให้ได้เข้าพบและได้รับข่าวสารของพี่ๆเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์น้ำดีๆว่าตอนนี้พี่ๆเขาได้ทำอะไร? มีกำไรไหม?หรือ มีการปรับปรุงระบบไปแบบไหนแล้ว? ตัวอย่างของเกษตรกรวันนี้ที่จะกล่าวถึง คือ
พี่สมชาย พูลสวัสดิ์ เป็นตัวแทนของเกษตรกรในพื้นฉะเชิงเทราที่ได้เลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งกุ้งขาวเป็นกุ้งที่นิยมเลี้ยงกันทั้งประเทศ ส่วนกุ้งก้ามกราม (กุ้งราคาดีสุดๆในตอนนี้)ที่น่าสนใจคือเป็นการเลี้ยงที่ลงตัวโดยใช้เวลาสั้นและมีกำไรที่พอเพียงแบบสบายๆเลยละ ลองมาตามติดข้อมูลการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับกุ้งกร้ามกรามในแบบฉบับของคนฉะเชิงเทรา ว่าเขามีรูปแบบอย่างไร
พี่สมชายมีพื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำในฟาร์มประมาณ 60 ไร่ โดยในฟาร์มจะมีบ่อกุ้งขนาดเฉลี่ย 2 ไร่-3 ไร่ตามแบบของบ่อในพื้นที่นี้ซึ่งเป็นบ่อที่ไม่ใหญ่มากนัก และปัจจุบันเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับกุ้งก้ามกราม โดยจะยึดว่าจะปล่อยกุ้งขาวในอัตรา15,000ตัวต่อไร่ ส่วนกุ้งก้ามกรามก็จะปล่อยน้อยกว่ากุ้งขาวโดยปล่อยกุ้งก้ามกราม (ขนาด 500-600 ตัว/กิโลกรัม หรือขนาด 2-3 กรัม)ประมาณ 6,000 ตัว/ไร่ แต่ถ้าต้องการให้กุ้งก้ามกรามโตเร็วก็ปล่อยแค่3,000ตัว/ไร่ ในการเลี้ยงแบบนี้การเตรียมน้ำ เตรียมบ่อ ก็เหมือนกับการเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วไป นั่นคือเมื่อจับกุ้งรุ่นที่แล้วเสร็จ ก็ตากบ่อ ระยะหนึ่งแล้ว เตรียมน้ำให้ดี เมื่อทุกอย่างเหมาะก็จะปล่อยกุ้งขาวเลี้ยงไปก่อนประมาณ 1 เดือน จากนั้นก็จะเอากุ้งก้ามกราม(ขนาด 500-600 ตัว/กิโลกรัม หรือขนาดน้ำหนักตัวเฉลี่ย 2-3 กรัม)ประมาณ 6,000 ตัว/ไร่หรือ 3,000 ตัว/ไร่มาปล่อยเลี้ยงในบ่อเดียวกับกุ้งขาว ซึ่งลูกกุ้งก้ามกรามอาจจะซื้อโดยตรงจากฟาร์มที่เลี้ยงก้ามกรามอย่างเดียว หรือเราอาจจะแบ่งบางบ่อในฟาร์มซื้อลูกกุ้งก้ามกรามตัวเล็กจากฟาร์มเพาะก้ามกรามมาปล่อยชำประมาณ2 เดือนเมื่อได้ไซส์ก็จะย้ายไปปล่อยเลี้ยงในบ่อกุ้งขาวนั่นเอง(เป็นการลดต้นทุน) ถ้าจะชำก้ามกรามน้ำในบ่อชำต้องมีความเค็มเริ่มต้นประมาณ 3-4 พีพีที เพราะลูกกุ้งก้ามกรามเริ่มต้นก็ต้องการความเค็มเช่นกัน
แต่บ่อที่เราจะเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับก้ามกรามรุ่นนั้นความเค็มแทบไม่มีหรือความเค็มเป็นศูนย์เลยละเพราะกุ้งก้ามกรามรุ่นไม่ต้องการความเค็ม อีกทั้งกุ้งขาวที่จะปล่อยในบ่อเลี้ยงนี้ทางฟาร์มจะบอกให้โรงเพาะช่วยปรับความเค็มให้ลูกกุ้งขาวอยู่ในความเค็มที่ต่ำที่สุดหรือปรับความเค็มที่ 0 พีพีทีเลยล่ะ นี่คือข้อมูลย่อโดยสังเขปถ้าจะลงลึกกว่านี้ก็ต้องอ่านต่อครับ
การเตรียมบ่อ
หลังจากจับกุ้งจะตากบ่อประมาณ 1-2 สัปดาห์หรือมากกว่านั้นขึ้นกับสภาพอากาศ หลังจากนั้นจึงลงปูนขาว (ปูนเปลือกหอย) ประมาณ 100 กิโลกรัม/ไร่ และจากการเลี้ยงกุ้งแบบนี้ที่ผ่านมาบ่อก็ไม่ค่อยมีเลนมากเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องการให้บ่อแห้งเร็วก็จะจ้างรถมาคราด
การเตรียมน้ำที่นี่จะใช้น้ำจากแม่น้ำบางปะกง เป็นน้ำที่ไม่มีความเค็ม แต่บ่อที่เตรียมไว้สำหรับชำลูกกุ้งก้ามกรามอย่างเดียวก็จะใช้การโรยเกลือเพื่อให้กุ้งก้ามกรามได้เกาะเม็ดเกลือ (เพราะช่วงแรกของวงจรชีวิตลูกกุ้งกรามกรามน้ำที่อยู่ต้องมีความเค็มระดับหนึ่ง)
ส่วนบ่อที่จะเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับกุ้งก้ามกราม น้ำที่เอาเข้ามาไม่ต้องปรับความเค็ม เพราะลูกกุ้งขาวจะโดนปรับความเค็มให้มาตั้งแต่โรงเพาะฟักเพื่อให้สามารถเลี้ยงได้ในน้ำที่มีความเค็มต่ำมากๆ และระหว่างการเลี้ยงจะใส่ปูนเปลือกหอยเมื่อมีปัญหาน้ำดรอปเท่านั้น
การปล่อยกุ้งขาวจะปล่อยเมื่อพีเอชได้ประมาณ8 จึงจะติดดี อัลคาไลน์อย่างน้อยต้องมี 70-80 พีพีเอ็ม และเมื่อเลี้ยงต่อไปค่าอัลคาไลน์จะเพิ่มขึ้นเอง กุ้งขาวที่ปล่อยลงไปจะให้อาหารกุ้งกุลาดำหรืออาจไม่ให้อาหารเลยในระยะแรกถ้าเตรียมบ่อดีแล้วมีสัตว์หน้าดินมาก และในช่วงแรกที่เราปล่อยลูกกุ้งเลี้ยงจะไม่เปิดเครื่องตีน้ำเพราะเราปล่อยกุ้งบางมาก แต่ต้องมีการเตรียมน้ำให้ดี ต้องมีสีน้ำ จากการที่เตรียมบ่อดีพบว่า 2 สัปดาห์จะมีอาหารธรรมชาติเอง และจะให้อาหารกุ้งเต็มที่เมื่อลงกุ้งก้ามกราม โดยอาหารที่ให้เป็นอาหารกุ้งกุลาดำ และให้วันละ 1 มื้อ เวลา 8.00-9.00 น. อัตราส่วนอาหาร 1 กิโลกรัม/ต่อกุ้งก้ามกราม 10 กิโลกรัม และจะวางยอเมื่อกุ้งก้ามกรามมีอายุ 1 เดือน โดยในยอให้อาหาร 1 ช้อนโต๊ะต่ออาหารกุ้ง2 กิโลกรัม ปกติจะวาง 2 ยอ ต่อบ่อ2ไร่ และจะเช็คอาหารว่าเหลือหรือเปล่าในวันรุ่งขึ้น (ใช้เวลาประมาณ 23 ชั่วโมง) โดยจะเช็คยอก่อนให้อาหาร 1 ชั่วโมง ถ้าอาหารหมดถึงจะให้ และเดินอาหารตั้งแต่เบอร์ 1-4 เท่านั้น
ในการจับกุ้งก้ามกรามและกุ้งขาวจะคว่ำบ่อขาย โดยอัตราแลกเนื้อของกุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงไป 3 เดือนในบ่อที่เลี้ยงทั้งสองกื้งจะดีที่สุด คือเท่ากับ 1.3 และถ้าเลี้ยงต่อไป 4 เดือนจะมีอัตราแลกเนื้อเท่ากับ 1.5
ในการเลี้ยงกุ้งแบบนี้เมื่อเลี้ยงครบ 3 เดือน กุ้งก้ามกรามตัวผู้จะได้ขนาด 15-16 ตัว/กิโลกรัม (ที่ความหนาแน่น 6,000 ตัว/ไร่) และถ้าเกษตรกรท่านใดต้องการให้ได้กุ้งก้ามกรามตัวใหญ่เช่นได้ขนาด 7-8 ตัว/กิโลกรัม (ต้องปล่อยที่ความหนาแน่นก้ามกราม 3,000 ตัว/ไร่) โดยได้ผลผลิตกุ้งก้ามกรามรวมประมาณ 300-400 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อเลี้ยงไป 3 เดือนขนาดกุ้งขาวได้ขนาด 50-60 ตัว/กิโลกรัม (ซื่งได้กุ้งขาวประมาณ 250 กิโลกรัม)
ช่วงแรกของการเลี้ยงจะไม่มีการเปิดเครื่องตีน้ำ แต่เมื่ออายุกุ้งประมาณ 2 เดือนครึ่งจึงจะเปิดเครื่องตีน้ำเวลากลางคืน เพื่อให้น้ำเคลื่อนตัวให้ออกซิเจนหมุนเวียนได้

ปัญหาที่พบ ที่ฟาร์มเคยเจอปัญหากุ้งก้ามกรามเหงือกดำ เพราะตอนนั้นเมื่อจับกุ้งเสร็จไม่ได้ตากบ่อและดึงน้ำเข้าบ่อทันที พบว่ากุ้งทยอยตาย หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาตากบ่อให้แห้งสนิทเตรียมบ่อให้ดีทีสุด พบว่าทุกอย่างก็กลับมาแฮ๊ปปี้ มีความสุขเหมือนเดิม
เป็นไงบ้างครับ การปรับตัวของเกษตรกรกลุ่มหนึ่งที่หันมาประยุกต์บ่อที่เคยเลี้ยงกุ้งดำในอดีตเมื่อนานมาแล้ว บ่อที่เคยเลี้ยงกุ้งขาวอย่างเดียวเมื่อก่อน ประยุกต์หาจุดที่เหมาะพบว่าการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับก้ามกรามก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน อีกทั้งมีความเสี่ยงน้อยเพราะปล่อยกุ้งไม่แน่นมากนัก ต้นทุนต่ำ แถมมีกำไรทุกรอบ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ในการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับกุ้งก้ามกราม พื้นที่แห่งนี้เลือกใช้อาหารกุ้งกุลาดำหรืออาหารกุ้งทะเลตลอดการเลี้ยงเพราะ คุณค่าทางโภชนาการที่ทำให้กุ้งขาวและก้ามกรามโตดี อัตราแลกเนื้อต่ำ อีกทั้งอาหารกุ้งชนิดนี้คงรูปอยู่ในน้ำได้นานกว่าอาหารกุ้งก้ามกราม
วันนี้ที่ผมได้นำเสนอข้อมูลเพื่อไว้เป็นแนวทางให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ได้รู้ว่ามีการปรับการเลี้ยงแบบนี้จริงๆในไทย ซึ่งถ้าถามตรงก็ตอบตรงว่ากำไรมีให้เห็นเรื่อยๆ ไม่เสี่ยง อีกทั้งเงินลงทุนก็ต่ำ
ขอขอบคุณเกษตรกรคนไทยในมุมพื้นที่หนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ได้เผยมุมมองและแนวคิดรวมถึงเทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับกุ้งก้ามกราม ให้กับพวกเราครับ


สรุปและเรียบเรียงโดย เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
ฝ่ายวิชาการ บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกั


นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 29/05/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

 

ป็น