ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

การเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ ของคุณจำเนียร ศรีสงวน

การเดินทางไปหาจุดมุ่งหมายจุดหนึ่ง อาจมีได้หลายเส้นทาง แล้วแต่ว่าใครจะเลือกและหาจุดที่เหมาะสมกับตัวเอง ผมเคยนำเสนอเรื่องการเลี้ยงกุ้งขาวในหลายๆรูปแบบผ่านหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทย ให้กับเพื่อนเกษตรกรไทยได้อ่านได้รับรู้ ได้มีแง่คิดเพิ่มเติม อีกทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหลายๆท่านก็บอกกับผมว่าหากมีมุมมองแปลกๆในการเลี้ยงกุ้งขาว โดยวิธีการเลี้ยงแบบนั้นได้เลี้ยงผ่านมาหลายรอบการเลี้ยงและประสบความสำเร็จก็ช่วยนำมาบอกเล่าให้ฟังอีก เพื่อเกษตรกรไทยจะได้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น และในวันนี้ผมได้ไปฟาร์มของคุณ จำเนียร ศรีสงวน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอแกลง จ.ระยอง แล้วทำไมต้องไปฟาร์มนี้ละ?????นั่นคือคำถามที่เพื่อนๆสงสัย จริงๆแล้ววันนี้เป็นวันที่ทีมงาน บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น จำกัดมหาชน ได้พาทีมงานชาวญี่ปุ่นจากบริษัท อายิโนะโมโตะ ในประเทศญี่ปุ่น(พูดง่ายๆคือผู้ซื้อกุ้งไทยเข้าญี่ปุ่น)เข้าเยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่างที่มีระบบการเลี้ยงผ่านมาตรฐานซีโอซีของกรมประมง โดยเป็นฟาร์มที่รักษาสิ่งแวดล้อม และ มีระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับในทุกขบวนการผลิตกุ้งได้ นอกจากทีมงานของญี่ปุ่นจะเข้ามาดูระบบการเลี้ยงกุ้งขาวของฟาร์มแห่งนี้แล้ว ยังได้มีโอกาสชิมกุ้งขาวสดๆจากบ่อ และกุ้งขาวต้มสุกจากตัวอย่างที่ได้จากการหว่านแห ซึ่งทุกคนออกปากชมว่ารสชาติดี สีสวย และไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นแพลงก์ตอนเลย จบงานนี้ทีมงานจากญี่ปุ่นแฮปปี้สุดๆเพราะเขามีความเชื่อมั่นในกุ้งที่เขาต้องซื้อจากไทยซี่งเป็นกุ้งที่ได้จากการเลี้ยงกุ้งขาวของไทยที่ผ่านการรับรองระบบการเลี้ยงแบบซีโอซีของกรมประมงไทยแล้ว
แต่นั่นเป็นเรื่องของการตลาดและการสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อกุ้งขาวจากไทยไปญี่ปุ่น ประเด็นที่ผมจะสื่อให้เพื่อนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งของไทยได้อ่านในวันนี้คือ การเลี้ยงกุ้งขาวของคุณ จำเนียร สุขสงวนนั้นแตกต่างจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวของไทยส่วนใหญ่ ตรงที่ การเลี้ยงกุ้งขาวของที่นี่เรียกว่า การเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ ถ้าย้อนไปเมื่อประมาณ สองสามปีก่อน ฟาร์มแห่งนี้ก็เลี้ยงกุ้งขาวเหมือนเกษตรกรไทยทั่วไป คือ เลี้ยงกุ้งแบบแน่นมากๆคือปล่อยกุ้งสองแสนตัวต่อไร่ บ่อขนาด 15 ไร่ จับกุ้งได้ 40-50 ต้น จับกุ้งได้มากแต่กำไรไม่มากตามจำนวนที่จับ อีกทั้งการเลี้ยงกุ้งแบบปล่อยแน่นมากๆแบบนี้คนเลี้ยงเครียด เครื่องมือต้องพร้อมสุดๆ เมื่อได้มานั่งตรึกตรองดูคุณจำเนียรจึงเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงกุ้งขาวในรูปแบบใหม่ นั่นคือรูปแบบการเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งช่วยให้การเลี้ยงกุ้งขาวง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ปัญหาน้อย ได้กุ้งตัวใหญ่ขึ้น เจ้าของฟาร์มสบายตัวมากขึ้น กำไรมีให้เห็นแน่นอน
การเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ คืออะไร??????

คือการให้กุ้งกินอาหารอย่างเต็มที่ แต่ผู้เลี้ยงไม่ต้องเสี่ยงเรื่องอาหารจะเหลือตกอยู่พื้นบ่อ เพราะเราจะให้อาหารเฉพาะในยอเท่านั้น ไม่มีการหว่านอาหารลงทั่วบ่อเหมือนการเลี้ยงทั่วไป นั่นคือ
บ่อกุ้งขนาด15ไร่ จะมียอวางรอบบ่อประมาณ 50ยอ
คนเลี้ยงจะนำอาหารกุ้งทั้งหมดที่จะให้ในแต่ละมื้อมาแบ่งใส่ในยอที่วางอยู่รอบบ่อทั้งหมด 50 ยอ เมื่อถึงเวลาเช็คยอ ประมาณ 2.5-4 ชั่วโมง คนเลี้ยงก็จะไปยกยอดูว่าอาหารหมดหรือไม่ ถ้าอาหารหมดก็จะใส่อาหารชุดใหม่ลงไป ถ้ายอไหนไม่หมดก็จะไม่ใส่อาหารเพิ่มแต่จะวางยอเหมือนเดิม การทำแบบนี้จะทำให้กุ้งกินอาหารได้เต็มที่และไม่มีอาหารเหลือตรงพื้นบ่อเหมือนการเลี้ยงกุ้งขาวทั่วไป สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเมื่อคุณ จำเนียรเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้งแบบนี้คือ อัตราแลกเนื้อดีขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญการเลี้ยงกุ้งแบบนี้จะปล่อยกุ้งในอัตราความหนาแน่นประมาณ 80,000 -100,000 ตัวต่อไร่ (ไม่แน่นมาก,ไม่บางเกินไป)
เอาละต่อไปนี้ก็เจาะลึกลงไปในประเด็นสำคัญๆของการเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ในฟาร์มแห่งนี้
ที่ฟาร์มแห่งนี้จะมีบ่อกุ้งทั้งหมด 3 บ่อ แต่เป็นบ่อกุ้งที่มีขนาดใหญ่ คือ เป็นบ่อขนาด 15 ไร่ 2บ่อ และเป็นบ่อขนาด 11 ไร่ 1 บ่อ

การเตรียมบ่อ - เตรียมน้ำ
หลังจากจับกุ้งเสร็จพื้นบ่อชื้นๆ ก็จะเอาจุลินทรีย์ที่ทางฟาร์มได้ผลิตขึ้นมาเอง ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ดี นำมาใส่ในพื้นบ่อ เพื่อให้จุลินทรีย์ได้ไปย่อยของเสียพื้นบ่อ(ซึ่งตอนนี้เลนหลังจากจับกุ้งมีน้อยมาก เพราะเลี้ยงกุ้งแบบให้อาหารเฉพาะในยอ) ในขณะเดียวกันเราก็ทำการปรับแต่งคันบ่อ เพื่อการเลี้ยงกุ้งในรอบต่อไป ซึ่งระหว่างที่เราปรับแต่งคันบ่อ จุลินทรีย์ก็จะช่วยย่อยของเสีย แสงแดดเองก็จะช่วยทำให้พื้นบ่อดีขึ้น เมื่อปรับแต่งบ่อเรียบร้อยแล้ว ก็จะลงแร่ธาตุรวม ลงปูนขาวปรับพีเอชพื้นบ่อ ลงปูนแคลเซียมเพื่อเสริมให้กับดินในบ่อ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์การให้อากาศพร้อม จากนั้นก็จะเริ่มเอาน้ำเข้าบ่อโดยน้ำที่นำเข้าบ่อจะผ่านการกรองด้วยถุงกรองมุ้งเขียว เพื่อไม่ให้ปลาและกุ้งจากภายนอกเข้าบ่อ ซึ่งเมื่อน้ำเต็มบ่อจะมีระดับน้ำลึกประมาณ 1.3-1.8 เมตร จากนั้นก็จะเปิดเครื่องให้อากาศเพื่อให้น้ำเดินได้ทั่วบ่อ เมื่อน้ำในบ่อมีเต็มแล้วเครื่องให้อากาศก็มีพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการใส่บีเคซี 3 ลิตรต่อไร่ ในน้ำเพื่อลดปริมาณเชื้อโรค
ใส่กากชาประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อฆ่าลูกปลาที่หลุดเข้ามา การใส่บีเคซีและกากชานั้นทางฟาร์มจะใส่ในวันเดียวกัน และหลังจากที่ใส่บีเคซีและกากชาไปแล้ว สองวัน ก็ใส่จุลินทรีย์ที่เพาะเองในอัตราประมาณ 5-7 ลิตรต่อไร่ เพื่อยึดพื้นที่บ่อ และทำสีน้ำโดยจะเปิดไฟรอบบ่อเพื่อล่อให้แมลงมาวางไข่ สร้างอาหารธรรมชาติให้แก่บ่อกุ้ง (กลิ่นของน้ำหมักจุลินทรีย์และสารอาหารจากน้ำหมักเป็นตัวดึงดูดนั่นเอง) การใส่จุลินทรีย์นั้นจะใส่ทุกวันจนกว่าน้ำในบ่อจะมีสีของแพลงก์ตอนสัตว์ เมื่อสีน้ำเกิด และมีสัตว์หน้าดิน เช่นหนอนแดงเกิดในบ่อก็จะลองเอาลูกกุ้งมาลองน้ำ ถ้ารอดร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จะปล่อยลูกกุ้งได้เลย
อัตราปล่อยลูกกุ้ง ปัจจุบัน ปล่อย 80,000 - 100,000 ตัวต่อไร่

การให้อาหาร ช่วงแรกของการเลี้ยงหากเตรียมบ่อดีแพลงก์ตอนสัตว์มีเยอะ สัตว์หน้าดินเช่นหนอนแดงมีเพียบทางฟาร์มก็จะไม่ให้อาหารแต่จะมีการตรวจสอบคือ เราจะเอากระเบื้องมุงหลังคา หรือ หากระดานสีขาว ไปวางใต้น้ำตรงชานบ่อจุดหนึ่ง ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ แล้วใส่อาหารปริมาณน้อยที่กระดานเพื่อสร้างนิสัยและให้ลูกกุ้งได้รู้จักกับอาหารสำเร็จ ซึ่งเราพบว่าช่วงแรกลูกกุ้งไม่สนใจอาหารสำเร็จรูปเลย แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งเช่นอาจจะประมาณ 15 วันหรือ 18วันเมื่ออาหารธรรมชาติในบ่อหมดหรือมีไม่พอเราก็จะพบว่าลูกกุ้งจะเข้ามากินอาหารในกระดานหรือกระเบื้องมุงหลังคาทดลองอาหารที่เราจัดไว้เพื่อดูการเข้ากินอาหารของกุ้ง หากเราเห็นกระดานทดลองอาหารมืดเต็มไปด้วยลูกกุ้ง เราก็จะเริ่มใส่อาหารในยอรอบบ่อ คือ ใส่อาหารในยอ 50 ยอซึ่งเรียงอยู่รอบบ่อไม่หว่านอาหารที่พื้นบ่อ นั่นเอง
เวลาในการให้อาหาร คือ 6.00 , 10.00 , 14.00 , 18.00 และ 20.00 น. โดยคนเลี้ยงกุ้งจะคอยมาตรวจสอบอาหารกุ้งหลังจากใส่อาหารในทุกยอ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็จะไปแอบยกยอดูว่าหมดหรือไม่หมด จะพูดไปแล้วก็เหมือนกับพนักงานเสริฟอาหารเวลาเราไปกินอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ที่พนักงานจะคอยดูว่าอาหารหมดหรือยังถ้าอาหารชุดไหนหมด ก็จะคอยเติมให้แขกที่มาได้กินอาหารอย่างเต็มที่อยู่เสมอนั่นเอง
เมื่อเราให้กุ้งมากินอาหารเฉพาะในยอแบบนี้ เจ้าของฟาร์มก็จะไม่ต้องมาเบื่อกับการสอบถามของคนเลี้ยงในแบบเก่าที่เช็คยอแล้วต้องเข้าไปถามเจ้าของว่าพี่มื้อที่ผ่านมายอหมดสองไม่หมดสอง จะเพิ่มหรือจะลดอาหารดี? พอมาเลี้ยงแบบนี้เราจะให้คนเลี้ยงเขาใส่อาหารในยอที่หมด ส่วนยอที่ไม่หมดก็จะวางไว้เหมือนเดิมเพื่อให้กุ้งกลับมากินอาหารในยอนั้น(จากที่เราทราบมาแล้ว ว่ากุ้งขาวเป็นกุ้งกินซ้ำ เพราะฉะนั้นกุ้งขาวก็สามารถที่จะมากินอาหารเดิมได้ ทำให้เราควบคุมอัตราแลกเนื้อได้เป็นอย่างดี) วิธีการเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟต์นี้คนเลี้ยงสามารถตัดสินใจเพิ่มอาหารในยอที่หมดได้ เนื่องจากเมื่อเราไม่ได้เอาอาหารหว่านพื้นเหมือนการเลี้ยงทั่วไป การเลี้ยงกุ้งแบบให้อาหารเฉพาะในยอรอบบ่อทำให้พื้นบ่อก็ไม่เสีย น้ำก็ไม่เสีย อาหารที่ให้กุ้งกินได้เกือบทุกเม็ดที่ให้ และเชื่อว่ากุ้งทุกตัวสามารถหาอาหารกินได้ทุกเวลาที่กุ้งอยากกิน
ชนิดอาหารที่ใช้ ทางฟาร์มใช้อาหารกุ้งกุลาดำ เลี้ยงกุ้งขาวในบ่อตลอดการเลี้ยง
สิ่งดีๆที่ได้จากการเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์ นี้อีกอย่างคือเรื่องหอยเจดีย์ในบ่อ ไม่เป็นปัญหาเพราะหอยเจดีย์ไม่สามารถกินอาหารกุ้งที่เราไม่ได้หว่านลงพื้นบ่อ ทำให้หอยไม่เพิ่มจำนวนตัวเร็วเกินไป ขยายพันธุ์ช้า อีกทั้งหอยจะเป็นตัวเก็บขี้กุ้งที่อยู่ทั่วพื้นบ่อเป็นอาหารแทน สิ่งที่ได้ประโยชน์จากหอยเจดีย์คือ เมื่อหอยออกไข่ออกลูกก็จะเป็นอาหารของกุ้งขาวในบ่อนั้นเอง
การโตของกุ้งที่ปล่อย 80,000 - 100,000 ตัวต่อไร่ แล้วเลี้ยงกุ้งด้วยระบบการให้อาหารแบบนี้ พบว่า กุ้งขาว60วันจะอยู่ที่ขนาด 80 ตัว/กก พอได้90วัน จะได้ไซส์ประมาณ 60 ตัว/กก และเมื่อเลี้ยงได้ 120 วันจะได้ประมาณ 37-44 ตัว/กก

อัตราแลกเนื้อ ปัจจุบันอัตราแลกเนื้ออยู่ที่ 1.4 (เมื่อก่อนปล่อยกุ้งแน่นและเลี้ยงระบบเดิม อัตราแลกเนื้อ 1.8)
ระบบการให้อากาศของฟาร์มแห่งนี้ จะใช้ไฟฟ้าทั้งหมด บ่อ 15 ไร่จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 แรง 22 ตัว และใช้ไดโว่ไฟฟ้า(160 วัตต์) 50 ตัว/บ่อขนาด 15 ไร่ เน้นให้อากาศเต็มที่ กล่าวคือ ช่วงกุ้งอายุประมาณ 1-2 เดือนยังให้อากาศแบบสบายๆ แต่พอกุ้งได้3 เดือนจะให้อากาศและน้ำเดินตลอด 24 ชม.
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ จะใช้ระบบปิดช่วงหนึ่งเดือนแรก แต่เมื่อผ่านหนึ่งเดือนไปแล้วจะค่อยๆเติมน้ำสดจากทะเล และมีการถ่ายน้ำในบ่อบางส่วนออกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ในบ่อยังมีความสมดุลย์ของแร่ธาตุนั่นเอง
ผลผลิตที่ได้ บ่อ 15 ไร่ จับได้ 20 ตัน ที่ไซส์ 45 ตัว/กก
คุณจำเนียร มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกคนเลี้ยงกุ้งขาวในปัจจุบัน ว่าให้หาจุดเหมาะสมสำหรับตัวเอง ดังจะเห็นได้ว่าที่ฟาร์มของคุณจำเนียร ปัจจุบันเลือกไซส์กุ้งที่โตขึ้นมาแทนจำนวนกุ้งที่ปล่อย สมัยก่อนปล่อยแน่นได้กุ้งมากแต่ไซส์เล็ก สมัยนี้ปล่อยกุ้งน้อย เลี้ยงสบายได้กุ้งไซส์ใหญ่ อีกทั้งได้อัตราแลกเนื้อที่ต่ำลงเพราะเลือกที่จะเลี้ยงกุ้งแบบบุฟเฟ่ต์คือใส่อาหารให้เฉพาะในยอที่เรียงรอบบ่อ 50 ยอ ไม่หว่านกระจายทั่วบ่อนั่นเอง

หากใครถามผมว่าการเลี้ยงแบบให้อาหารเฉพาะในยอเพื่อการเลี้ยงกุ้งขาวนั้นมีใครอีกบ้างที่ทำแบบนี้ คงต้องบอกว่าถ้าทำกันเป็นจริงเป็นจังก็มี กลุ่มคุณจำเนียร นี่แหละในไทย แต่สำหรับต่างประเทศ การเลี้ยงกุ้งโดยให้อาหารเฉพาะในยอนั้นทำกันทั่วไปเช่นในเปรู เอกวาดอร์ บราซิล เพราะบ่อเขาใหญ่ตีน้ำทางเดียว ให้อาหารเฉพาะในยอซึ่งยอจะกระจายตัวอยู่ทั่วไปในบ่อ คนงานหนึ่งคนมีหน้าที่พายเรือเอาอาหารไปใส่ยอ หนึ่งคนรับผิดชอบ 200 ยอ วันนึงให้อาหารสองถึงสามมื้อ หรือถ้าจะให้ใกล้ประเทศไทยเข้ามาอีกนิด ในสิงคโปร์ ฟาร์มกุ้งของสิงคโปร์ที่เคยไปเห็นมาก็เลี้ยงกุ้งขาวในบ่อปูนกลมใหญ่ โดยใส่อาหารเฉพาะในยอเช่นเดียวกัน แต่ยอที่ให้อาหารนั้นจะอยู่กระจายทั่วบ่อ ต่างกับของคุณจำเนียร ตรงที่ยอให้อาหารจะอยู่รอบบ่อเท่านั้น(50ยอต่อบ่อ15ไร่)
อย่างที่กล่าวตอนท้ายบทความทุกครั้งว่า การนำเสนอข้อมูลการเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่แตกต่างจากคนเลี้ยงทั่วไปนั้น ก็เพื่อให้ผู้อ่านได้มีมุมมองหลากหลาย และถือเป็นการตอบคำถามที่ว่ามีใครเลี้ยงกุ้งขาวระบบอื่นในไทยบ้างนั่นเอง
สุดท้ายขอขอบคุณ คุณจำเนียร ศรีสงวน และครอบครัว ที่เต็มใจให้ข้อมูลและเลี้ยงผลไม้กับทีมงานด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรีเสมอ หากข้อมูลในบทความนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านขอยกความดีทั้งหมดให้กับคุณจำเนียรและครอบครัว ด้วยครับ อ้อ อีกนิดครับขอบคุณทางฟาร์มด้วย ที่เป็นตัวแทนของฟาร์มซีโอซีไทย ที่ทำให้คนญี่ปุ่นมั่นใจในคุณภาพกุ้งของไทยครับ
สรุปและเรียบเรียงโดย เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
ฝ่ายวิชาการ บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกั


นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 9/06/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

 

ป็น