ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เลี้ยงกุ้งดำตัวโตที่เมืองตราด

วันนี้พวกเราขอเข้าไปเปิดใจ พี่พงษ์ศิริ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ ในพื้นที่จังหวัดตราด ฮิ ซึ่งจุดเด่นของฟาร์มแห่งนี้คือ

เป็นฟาร์มที่ได้ ซีโอซี จากกรมประมง
ผู้ดูแล คือ คุณ พงษ์ศิริ ประสงค์ทรัพย์
เลี้ยงกุ้งกุลาดำ ด้วยระบบเปิด
พื้นที่ฟาร์มทั้งหมด 83 ไร่
มีบ่อเลี้ยง จำนวน 8 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 38 ไร่
ขนาดบ่อประมาณ 5 ไร่ต่อบ่อ
บ่อพักน้ำ 3 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 15 ไร่
บ่อบำบัดน้ำ 1 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 6 ไร่
ที่เก็บเลน 3 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 6 ไร่
ทำไมฟาร์มนี้จึงเป็นฟาร์มที่น่าสนใจ
เพราะ ผู้ดูแลสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ไซส์ใหญ่ มาตลอด และทุกข้อมูลมีการจดบันทึกเป็นอย่างดี
การเตรียมบ่อหลังจับกุ้ง
กำจัดเลนออกจากบ่อ โดยวิธีฉีดเลน แล้วเก็บเลนไว้ในพื้นที่เก็บเลน
พักบ่อเลี้ยง หรือตากบ่อ ประมาณ 7-15 วัน
กำจัดลูกปลา และ หอย ตามแหล่งน้ำขังพื้นบ่อ
ใส่กากชา 15 กก/ไร่ เพื่อกำจัดหอย
นำดินส่งตรวจที่สถานีพัฒนาที่ดิน หาค่าพีเอช และแร่ธาตุในดิน
ใส่อุปกรณ์ให้อากาศที่ทำความสะอาดจากการใช้งานรุ่นที่ผ่านมาเรียบร้อย
จากนั้นใช้ ปูนขาว ปรับพีเอชบ่อ และน้ำ ตามค่าที่ตรวจวัดได้ แต่โดยทั่วไป พบว่าค่าพีเอชดินในบ่อไม่ต่ำ เลยนำน้ำจากบ่อพักเข้าบ่อเลยโดยผ่านการกรองด้วยอวนตาถี่เบอร์ 24 เติมน้ำเข้าบ่อประมาณ 1.3 เมตร
เปิดเครื่องตีน้ำ 24 ชั่วโมง 2-3 วัน เพื่อให้ปลา และพาหะ ออกมาจากไข่ จากนั้นก็ทรีตด้วยไตรคลอฟอน 1-2 กิโลกรัมต่อไร่ (พีเอชน้ำควรสูงกว่า8) ระหว่างใส่สารจะเปิดเครื่องตีน้ำเต็มที่ 3 ชั่วโมง แล้วปิดทิ้งไว้นานประมาณ 3 ถึง 5 วัน หลังจากนั้น ก็เปิดเครื่องให้อากาศปกติ เช็ค คุณภาพน้ำ เช็คแพลงก์ตอน โดยส่งตัวอย่างน้ำเข้าห้องแลป
ถ้าพบกลุ่ม แพลงก์ตอนเรืองแสง จะลดด้วย บีเคซี 80% (0.5-1 ลิตร/ไร่) หรือ บีเคซี 50% (1-2 ลิตร/ไร่)
แต่ถ้า น้ำในบ่อเรืองแสงเนื่องจากแบคทีเรีย ก็จะใส่จุลินทรีย์ ซึ่งหมักกับกากน้ำตาล
การเตรียมสัตว์หน้าดิน ที่ฟาร์มแห่งนี้ไม่มีการจัดการอะไรพิเศษเนื่องจากพบว่า เกิดขึ้นได้เอง
คุณภาพน้ำ พีเอช 7.8-8.2 อัลคาไลน์ 85-120 พีพีเอ็ม ความเค็มน้ำที่ฟาร์มพบ คือ 25-48 พีพีที
ลูกกุ้ง จะไปดูด้วยตัวเอง และมักจะเอาลูกกุ้งจากฟาร์มเพาะที่อยู่ใกล้พื้นที่ เพราะสะดวกในการติดตามความเป็นไป และใช้เวลาในการเดินเทางน้อย ลูกกุ้งจะได้ไม่เครียด
ลูกกุ้งที่นำมาปล่อย พี13-18 โดยจะปล่อยในอัตรา 3 หมื่น- 4 หมื่นตัวต่อไร่
เหตุผลที่ปล่อยลูกกุ้งเพียงแค่นี้ เพราะ ประหยัด เลี้ยงง่าย โตเร็ว จัดการง่าย
การลงกุ้ง ในฤดูฝน (อากาศไม่ร้อน) จะลง 5-6 โมงเย็น
ในฤดูร้อน (อากาศร้อน) จะลงเช้า ก่อน11 โมง
เทคนิคเพิ่มเติม คือ ก่อนลงกุ้ง จะขอกุ้งจากฟาร์มเพาะมา 1ถุง แล้วทำแปลเพื่อทดลองกุ้งกับน้ำในบ่อ อีกทั้งยังเป็นการทดสอบว่ากุ้งแข็งแรง หรือ เหมาะสมกับบ่อเราหรือไม่ และยังเป็นการทดสอบว่ายาฆ่าพาหะที่ใช้สลายหมดจากบ่อแล้วหรือไม่
วิธีการปล่อย
ในการปล่อยกุ้ง ใช้การปล่อยโดย นำกุ้งปรับน้ำในถังน็อคที่ให้อากาศ 500 ลิตร ซึ่งหนึ่งถังใส่กุ้งได้ 2 แสนตัว

ระหว่างปล่อยกุ้ง จะเปิดเครื่องให้อากาศตลอดเวลา
หากปล่อยกุ้งตอนเช้า ก็จะเริ่มให้อาหารมื้อเที่ยงเลย
ก่อนให้อาหาร ดับเครื่องให้อากาศก่อน ครึ่งชั่วโมง และจะเปิดเครื่องให้อากาศหลังให้อาหารแล้ว 2 ชั่วโมง(ก่อนอายุกุ้ง30 วัน)
หลังกุ้งอายุ 30 วัน จะเปิดเครื่องให้อากาศหลังมื้ออาหาร 1.5 ชั่วโมง(หนึ่งชั่วโมงครึ่ง)

เครื่องให้อากาศ เป็นเครื่องตีน้ำ ใน 1 บ่อจะมี 8 แขน
จำนวนใบพัด 12-14 ใบ

เทคนิคการให้อาหาร จะให้อาหาร 4 มื้อ (7.00 13.00 19.00 24.00 น.)
เริ่มต้นให้ 4 กิโลกรัม ต่อ 1 แสนตัว ต่อวัน (โดยจะคงอาหารแบบนี้ 7 วันแรก)
จากนั้นก็จะเพิ่มวันล่ะ 0.5 กิโลกรัมต่อ 1 แสนตัว ต่อวัน (อายุ 8-15 วัน)
ตั้งแต่วันที่ 16 จนเช็คยออกจะให้ 8 กิโลกรัมต่อ 1 แสนตัวต่อวัน
วันที่ 25 ลงยอ โดยจะใส่ยอ บ่อละ 6 ยอ อัตราการให้อาหารในยอคือ 5 กรัมต่ออาหาร 1 กก/ยอ เช็ค 3 ชม.

หลังเช็คยอได้ จะปรับมื้ออาหารเป็น 5 มื้อ (7.00 11.00 15.00 19.00 24.00 น.)ไม่เช็คยอมื้อเที่ยงคืน
กุ้งอายุ 56 วัน ใส่ 7 กรัม/กก/ยอ เช็ค 2.5 ชม.
77 วัน ใส่ 8 กรัม/กก/ยอ เช็ค 2 ชม.
90 วัน ใส่ 8 กรัม/กก/ยอ เช็ค 1.5 ชม.
96 วัน ใส่ 10 กรัม/กก/ยอ เช็ค 1.5 ชม.

เทคนิคการให้ยอแบบนี้ทำมาตั้งแต่ ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน
การแปลผลยอ
หมด 6 ยอ เพิ่มมื้อต่อไป 1-2 กิโลกรัม
เหลือ 2 ยอ คงไว้เท่าเดิม

เหลือ 3 ยอ แต่อาหารแหลก หรือเหลือนิดหน่อย อาจคงไว้
เหลือ 4 ยอ แต่อาหาร แหลก เหลือเล็กน้อย ลดอาหาร 1 กิโลกรัม
เหลือ 5 ยอ ลดอาหาร
กิจกรรมที่ประจำ
สุ่มกุ้งทุก 7 วัน หรือ 10 วัน โดยจะสุ่มกุ้งช่วงเช้า
โดยสังเกต ดูเหงือก ต้องสะอาด , ระยางค์สะอาด, ลำไส้เต็ม ,ตับเป็นสีน้ำตาล, ตา วาวสุกแดงใส , หางแผ่ ไม่มีรอย
ถ้าเหงือกสกปรก จะเปลี่ยนถ่ายน้ำ, ถ้าลำไส้เป็นจุด จะเสริมวิตามิน,
ถ้าหางกร่อน นั้นคือปัญหามาจากพื้นบ่อ จะสร้างหาดทรายเทียม คือ ปิดเครื่องตีน้ำ แล้วลงปูนแคลเซี่ยมเนื้อหยาบ ประมาณ 150 กิโลกรัมต่อไร่ สาดแนวเลน ให้ปูนไปกลบเพื่อ หดเลน

หากเจอปัญหาซูเกาะตัวกุ้ง และระยางค์ จะแก้ปัญหาโดยการถ่ายน้ำ ให้กุ้งลอกคราบ และจัดการพื้นบ่อ
ถ้ารู้สึกว่ากุ้งเปลือกหนา จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมากๆเป็นพิเศษ และในเวลากลางคืนจะลงปูนกระตุ้นการลอกคราบและการลงปูนกลางคืนจะเป็นการช่วยลดแพลงก์ตอนอีกด้วย
ฟาร์มนี้จะไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเลย และไม่ใช้อาหารสด
ไม่ใช้อาหารเบอร์ 5 แต่จะใช้เบอร์ 4 ตลอดจนจับ

ระหว่างการเลี้ยง หากต้องการลดปริมาณเชื้อโรคในบ่อ จะใส่ ด่างทับทิม 2 กิโลกรัมต่อไร่
ต้นทุน เลี้ยง 120 วัน ขนาดกุ้ง 35-45 ตัว/กก คือ 140 -160 บาท
โดยปกติ อัตราแลกเนื้อไม่เกิน 1.5

อาหารกุ้งที่ฟาร์มเลือกใช้
ใช้แล้วคุ้มค่าเงินที่ซื้อ น้ำหนักต้องได้ %โปรตีนต้องถึง ,
แหล่งวัตถุดิบต้องมีคุณภาพ-ใหม่
ไม่สนใจ กลิ่น หรือ สี อาหาร แต่ขอให้กุ้งกินอาหารปกติ
ขนาดเม็ดอาหาร ความชื้น ได้มาตรฐาน
ความคงตัวในน้ำ อย่างน้อย ต้อง 2 ชั่วโมง
ข้อฝากถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย หากคิดจะใช้อะไร ต้องรู้ว่าในนั้นประกอบด้วยอะไร ใช้แล้วได้อะไร มีข้อจำกัดอย่างไร และจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้สิ่งนั้น

ขอขอบคุณพิเศษ คุณ พงษ์ศิริ ประสงค์ทรัพย์(ผู้จัดการฟาร์ม)
และ คุณ ยงยุทธ ใจสะอาด ทีมงานไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จังหวัดตราด


สรุปและเรียบเรียงข้อมูลโดย เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
ฝ่ายวิชาการ



นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster