ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

น้ำทะเลแห้ง
น้ำทะเลแห้ง

ฟังไม่ผิดหรอกวันนี้เราจะนำเสนอเรื่องนวัตกรรมใหม่ผลิตน้ำทะเลแห้ง เพื่อใช้สำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งพ่อแม่พันธุ์กุ้ง โรงเพาะฟัก อควาเรี่ยม หรือในพื้นที่ความเค็มต่ำ ต่อไปหน้าแล้ง หรือหน้าฝนไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว เรามีนี่เลย "น้ำทะเลแห้ง" หนึ่งในคอเล็กชั่นสะสมของ คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย์
คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย์ ปัจจุบันท่านได้ขึ้นรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้ง กรมประมง แต่เรื่องงานวิจัย และพัฒนาเทคนิคใหม่ๆให้วงการสัตว์น้ำบ้านเรานั้น ท่านไม่เคยหยุดยั้ง หลังจากที่สร้างชื่อเรื่องโซ่คาดเลน จนเป็นที่รู้จักในวงการกุ้งบ้านเราแล้ว ตอนนี้ท่านกำลังทำ "น้ำทะเลแห้ง" มาให้กับวงการสัตว์น้ำบ้านเราอีก โดยในเดือน เมษายน จะเผยโฉมให้เห็นกันค่ะ
ทำไมต้องทำน้ำทะเลแห้ง
คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย์: การทำน้ำทะเลแห้งขึ้นมาก็เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอีกทางหนึ่ง ซึ่งเดิมเราหวังแต่พึ่งน้ำจากทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเท่านั้น (ซึ่งผมมองว่ารอแบบนี้คงไม่ได้การแล้ว) เนื่องจากเราไม่ได้เป็นเกาะ หรือทะเลเปิดแบบฮาวาย จึงต้องพึงน้ำทะเล ที่ค่าความเค็มไม่สม่ำเสมอเอาซะเลย แถมคุณภาพน้ำก็ไม่ดีด้วย ทำให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีอุปสรรคมาโดยตลอด เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากรอน้ำ ประกอบกับ น้ำตามแนวชายฝั่งมักเกิดวิกฤติเรื่องความสะอาดและโรคระบาดอยู่บ่อยครั้ง เห็นได้จากการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน ที่เมื่อติดเชื้อไวรัสก็จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
น้ำทะเลแห้งปลอดเชื้อ
คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย์: ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อน้ำมันแพงขึ้นแบบนี้ การซื้อน้ำเค็มแบบเดิมๆ แทบจะไม่คุ้ม เพราะราคาน้ำเค็มพุ่งขึ้นสูงมาก ตามราคาค่าขนส่ง หลายคนซื้อเกลือไปเติม ก็ไม่ใช้วิธีที่ดีนัก เพราะมีผลกระทบหลายด้าน ทางกรมประมงจึงได้ประดิษฐ์คิดค้น น้ำทะเลแห้งขึ้น เป็นการต่อยอดจากน้ำนาเกลือ และน้ำที่ใช้ผลิตอาร์ทีเมีย(ที่มีความเค็มสูงจัด) นำมาผ่านขั้นตอนขบวนการ ทำความสะอาดน้ำ และเคลียร์สิ่งเจือปนทั้งหลายจนสะอาด แล้วนำมาทำแห้ง ซึ่งปลอดเชื้อ 100% เนื่องจากกว่าจะเป็นน้ำทะเลแห้ง ต้องผ่านขั้นตอนมาก จนไม่มีเชื้ออะไรเหลือแล้วครับ เดิมขบวนการที่ความเค็มร้อยกว่าเชื้อต่างๆ ยังไม่เหลือ แต่ขั้นตอนนี้ทำแห้งไปเลยคือ ความเค็มหลายร้อย เชื้อไม่หลือหรอก

เหมาะกับเลี้ยงแบบใดบ้าง
คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย ์: เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้ง ที่ต้องการการปลอดเชื้อ หรือนำไปใช้ในโรงเพาะฟักที่เน้นการเลี้ยงปลอดเชื้อ เพราะเมื่อนำน้ำทะเลแห้งไปผสมน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ให้ได้ตามความเค็มที่ต้องการ สามารถนำไปใช้ได้เลย เช่น ในบ่อพ่อแม่พันธุ์ ถ้าต้องการ ความเค็ม 30 ppt ก็ใช้น้ำทะเลผงนี้ 30 กก./น้ำ 1 ตัน หรือต่อ 1 คิว โดยไม่ต้องรอพึ่งน้ำทะเลอีกต่อไปแล้ว ทั้งยังได้ค่าความเค็มที่แน่นอนอีกด้วย
ส่วนบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือเลี้ยงปลา ที่มีความเค็มน้อยในบางฤดูกาล เช่นหน้าฝน หรือ ช่วงแล้งจัดที่น้ำในทะเลมีปัญหา ก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที แถมเมื่อใช้แล้วยังสามารถนำมารีไซเคิ้ลนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยไม่ต้องใส่บ่อยๆ เพียงแต่ทำตามขบวนการรีไซเคิ้ล กำจัดแพลงตอน และบำบัดน้ำ ก็สามารถนำมาใช้ต่อได้เลย
ใช้ในอควาเรียม
คุณอนันต์ ตันสุตะพานิชย์ : น้ำทะเลแห้งยังสามารถนำไปใช้ใน การเลี้ยงปลาสวยงาม ในอควาเรี่ยม หรือ ในตู้ปลาทะเลก็ได้ เช่นเลี้ยงปลานีโม่ ซึ่งเดิมมักมีปัญหาเรื่องหาน้ำทะเลได้ยาก และมีราคาแพง แต่เมื่อใช้นวตกรรมนี้ก็ การเลี้ยงปลาทะเลสวยงามก็กลายเป็นเรื่องง่ายไป
ผมอยากให้มีทางเลือกบ้าง เพราะในช่วงฤดูฝน น้ำความเค็มไม่พอเราก็สามารถเพาะเลี้ยงได้ เพราะสัตว์ทะเลทั้งหลายทั้งพ่อแม่พันธุ์กุ้งและสัตว์น้ำอื่นๆ ถ้าความเค็มไม่พอ เชื้อและรังไข่จะไม่สมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่นปัญหาการทำพ่อแม่พันธุ์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ปัญหาหลักคือน้ำความเค็มไม่พอ ใน 1 ปีจะมีช่วงที่น้ำความเค็มสูงเพียง 3-6 เดือนเท่านั้น ซึ่งสามารถนำตัวน้ำทะเลแห้งนี้ไปใช้ได้ สามารถทำให้น้ำที่นำไปเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ 35 ppt ได้ตลอดทั้งปี
ปัจจุบัน ได้ทำการทดลองผลิต น้ำทะเลแห้ง อยู่ที่ สถาบันกุ้งที่แม่กลอง จ.สมุทรสาคร และได้ทำการทดสอบโดยนำมาเพาะลูกกุ้งและสัตว์น้ำวัยอ่อน นำไปใช้ในอควาเรียมของกรมประมง(สามารถเซ็ตความเค็มได้)รวมถึงนำไปใช้การเลี้ยงกุ้งใหญ่


เมื่อมีโอกาสไปถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล สมุทรสงคราม ทีมงานได้สอบถามกับท่านผอ.สุทธิชัย เพื่อเป็นความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกร น้ำทะเลแห้งเหมาะสำหรับนำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้ง หรือนำไปใช้ในโรงเพาะฟัก แนวคิดที่คิดทำน้ำทะเลแห้งก็ คือ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งน้ำทะเล เนื่องจากน้ำมันมีราคาที่สูงขึ้นจากเดิมมาก ทำให้เกษตรกรที่มีความต้องการใช้น้ำเค็มมีความเดือดร้อนอย่างมาก ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล สมุทรสงคราม จึงคิดหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรและได้พัฒนามาเป็นน้ำทะเลแห้งนี้
ความแตกต่างระหว่างเกลือแกงกับน้ำทะเลแห้ง
น้ำทะเลนั้นเมื่อนำมาตาก ก็จะตกผลึก เเต่ว่าในน้ำทะเลนั้นจะมีเกลืออยู่เป็นร้อยชนิด ส่วนประกอบแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ทำให้ตกผลึกในช่วงความเค็มต่างกัน ในนาเกลือปกติ (เกลือที่เรานำมารับประทาน) จะเก็บเกลือในช่วงที่มีความเค็มสูงประมาณ 200กว่าppt (เกลือที่ได้จะเป็นพวกโซเดียมคลอไรด์) และน้ำที่เหลือจากการทำนาเกลือหรือที่เรียกว่าน้ำขม ชาวนาเกลือทิ้งไป แต่ว่า
การทำน้ำทะเลแห้ง
เราต้องนำน้ำทะเลที่สูบมา ไปตกตะกอนโลหะหนักเสียก่อน พื้นที่ที่ต้องการจะตากเกลือต้องปู PE ก่อน (เพื่อป้องกันการปะปนของดิน) จากนั้นก็นำน้ำที่เตรียมไว้มาตาก แต่เกลือจะตกผลึกไม่พร้อมกันทุกชนิด เมื่อสังเกตเห็นผลึกเกลือแล้ว เราจะทำการเก็บเกลือ วิธีการเก็บเกลือ คือ จะสูบน้ำด้านบนออกไปไว้อีกแปลงหนึ่งก่อน จากนั้นก็เก็บเกลือที่เป็นผลึกมา และเราจะเก็บเกลือทุกชนิดที่ตกผลึก เก็บในทุกๆช่วงความเค็ม ตั้งแต่มีความเค็มต่ำๆไปถึงความเค็มสูงๆ ในระหว่างนี้ก็จะมีเกลือประเภทแมกนีเซียมซัลเฟต และโพแทสเซียมคลอไรด์ ที่เก็บได้ในความเค็มสูงๆเราก็เก็บ ผอ.บอกว่าเก็บจนกระทั่งน้ำมีลักษณะหนืดๆเลย จากนั้นก็นำเกลือที่เก็บได้ในทุกๆช่วงความเค็ม กลับมาผสมรวมกันทั้งหมด เราก็จะได้น้ำทะเลแห้ง วิธีใช้ ก็ง่ายแสนจะง่าย คือ นำไปละลายน้ำ ให้ได้ความเค็มที่ต้องการ แล้วนำน้ำที่ได้นั้นไปใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้เลย เช่น ถ้าต้องการความเค็ม 30 ppt อัตราการผสม 30 กิโลกรัม/น้ำ 1 ตัน
ก็ถือว่าน้ำทะเลแห้งเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจมาก และน่าจะมีการสนับสนุนให้ทำในหมู่เกษตรกรในนาเกลือ เพื่อจะได้มีน้ำทะเลแห้งเพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรที่จะนำไปใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ที่มา: หนังสือพิมพ์กุ้งไทยฉบับที่91&92
นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 30/08/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด