ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

จดหมายจากอินเดีย

คือว่าทีมงานของไทยยูเนี่ยนที่ต้องไปทำงานในประเทศอินเดีย ได้เขียนเรื่องนี้มาให้
ผมเลยถือโอกาสนำมาลงในเวบ เพื่อทุกท่านที่ใคร่รู้จักอินเดีย สามารถเก็บข้อมูลตุนไว้ได้เลยครับ และคิดว่าจะมีภาคต่อไปอีกเรื่อยๆ

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ปณกร ขอพาท่านผู้อ่านมาสัมผัสวงการกุ้งของประเทศคู่แข่งอันดับต้น ๆ ของไทยเรากันหน่อยนะครับ ประเทศที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้และวันต่อ ๆ ไปก็คงเป็นแต่ประเทศอินเดียล่ะครับ เพราะได้มีโอกาสมาทำงานที่นี่ ดินแดนแห่งนี้มีอารยธรรมเก่าแก่ และมีเรื่องน่าสนใจมากมาย ซึ่งก็พอ ๆ กับเรื่องน่าสนใจในวงการกุ้งที่มีไม่แพ้กัน ผมจะอาสานำมาทยอยเล่าสู่ให้ท่านผู้อ่านอ่านกันต่อไปเป็นระยะ ๆ โปรดติดตามนะครับ
ก่อนอื่นก็มาปูพื้นความเข้าใจประเทศอินเดียกันก่อน ประเทศนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง1,269,338 ตารางไมล์ (ไทยมี 198,455 ตารางไมล์ ใหญ่กว่าเราราว 12 เท่ากว่า ๆ ) มีประชากร ประมาณ 1,080 ล้านคน ถือว่ามากกว่าเรา ประมาณ 18 เท่า มีเมืองหลวงชื่อ นิวเดลลี ซึ่งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ มีทั้งหมด 25 รัฐ และ 7 เขตปกครองพิเศษ มีภาษาพูดมากมายหลากหลายภาษา แต่ละรัฐก็มีภาษาเป็นของตัวเอง เช่นรัฐอันดราประเทศ ใช้ภาษาเตลูกู เป็นภาษาประจำรัฐ รัฐ ทมิลนาดู ใช้ภาษาทมิล รัฐ โอริสสาใช้ภาษา โอรี การสื่อสารระหว่างรัฐใช้อยู่สองภาษาหลัก ๆ คือ ภาษาฮินดี และภาษา อังกฤษ ซึ่งตรงนี้ทำให้เกิดความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในการทำการค้าระหว่างประเทศพอสมควร
ประเทศอินเดียนี้ ปีที่ผ่านมามีผลผลิตกุ้งประมาณ 350,000 ตัน เป็นผลผลิตจากการเลี้ยงประมาณ 160,000 ตัน และอีก 190,000 ตัน ได้จากการจับ และมีการคาดการณ์กันว่าจะมีการเจริญเติบโตในด้านผลผลิตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศอินเดียนั้นมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับทำฟาร์มกุ้งได้ถึงประมาณ 7,000,000ไร่ แต่ปัจจุบันมีการใช้พื้นที่เพื่อทำการเลี้ยงอยู่เพียง 900,000 ไร่เท่านั้น แต่ในส่วนที่ผมได้สัมผัสกับตัวเองในฐานะที่มาทำงานอยู่ที่นี่ ก็มีข้อมูลจะเล่าสู่กันฟังดังนี้ครับ
การเลี้ยงกุ้งที่ประเทศอินเดีย โดยพื้นฐานแล้ว เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยบางมาก ๆ อัตราการปล่อย เพียง 8-15 ตัวต่อตารางเมตรเท่านั้น ขนาดบ่อกว้างใหญ่มาก มีตั้งแต่ 0.5 เฮกแตร์ไปจนถึง 10 เฮกแตร์ รูปร่างของบ่อไม่แน่นอน ความลึกน้ำเฉลี่ย 1.2 เมตร มีเครื่องให้อากาศบ้างแต่น้อยมาก เช่น บ่อ ขนาด 1 เฮกแตร์ มีเครื่องแบบใบพัด(paddle wheel) จำนวน 2 ตัว เปิดมั่งไม่เปิดมั่ง แล้วแต่ใจคนเลี้ยง แต่เนื่องด้วยการปล่อยบาง ผลผลิตที่ได้ยังคงมีไซส์ใหญ่ให้เห็นเป็นส่วนมาก ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเห็นก็เป็นปัญหาจากการให้อาหารมากเกินไป ทำให้น้ำเน่าเสีย และมีผลกระทบตามมามากมาย โรคตัวหลวมเป็นโรคหลักของที่นี่เลยครับ ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอันดับต้น ๆ ของตัวการความเสียหายในรอบปีนี้
อินเดียมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งหลักอยู่ทางฝั่งทะเลด้านตะวันออกครับ ซึ่งเป็นระยะทางเส้นชายฝั่งทะเลยาวเกือบ 3,500 กิโลเมตรรัฐที่มีการเลี้ยงเรียงตามลำดับมากไปหาน้อยโดยผลผลิตก็ดังนี้ อันดราประเทศ เวสท์เบงกอล โอริสสา ทมิลนาดู เกอราลา การ์นาตากา กุจจาราจ(รัฐนี้อยู่ฝั่งตะวันตก)ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเก่าลอกมาจากหนังสือครับ ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โอกาสหน้าจะเอามาเล่าสู่กันฟังอีกที
ขอสรุปข้อมูลการเลี้ยงกุ้งรอบครึ่งปีนี้(มกราคม - กรกฏาคม 2004)ให้ทราบกันหน่อย แต่ต้องบอกก่อนครับว่านี่เป็นข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบและตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ได้มาจากการสนทนากับผู้คนในวงการ ดังนั้นอาจมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากของจริงที่จะตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในสิ้นปีอยู่บ้าง
ผลผลิตกุ้ง กุลาดำ 60,000 ตัน ก้ามกราม(scampi shrimp) 10,000 ตัน
รัฐอันดราประเทศ ให้ผลผลิตรวม 49,000 ตัน(รวมผลผลิตกุ้งก้ามกราม 9,000 ตัน อยู่ในรัฐนี้ด้วย เนื่องจากเป็นรัฐที่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุดเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งประเทศ) มากที่สุดมาจากตำบล เวสท์โกดาวารีคือ 13,000 ตัน และอันดับสอง 12,000 ตัน ผลิตจากตำบล อีสท์โกดาวารี (โกดาวารีเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี มีสะพานข้ามยาวถึง 4 กิโลเมตร อยู่ในรัฐอันดราประเทศ เป็นแม่น้ำที่คั่นระหว่าง ตำบล เวสท์โกดาวารี(โกดาวารีฝั่งตะวันตก) และ อีสท์โกดาวารี( โกดาวารีฝั่งตะวันออก) และเป็นแม่น้ำที่ให้ผลการผลิตสัตว์น้ำมากที่สุดในอินเดียด้วยครับ)
รัฐทมิลนาดู ให้ผลผลิตราว 4-5,000 ตัน กุลาดำเป็นหลัก
รัฐกุจจาราจ มีผลผลิตราว 3,000 ตัน
รัฐโอริสสา และเวสท์เบงกอล ยังไม่สรุปเนื่องจากอยู่ระหว่างการจับ แต่สรุปจากยอดจำหน่ายอาหารได้ว่าน่าจะมีผลผลิตรวมกันสองรัฐราว 8,000-10,000 ตัน
รัฐอื่น ๆ ที่ผมยังไม่มีข้อมูลเชิงลึก ได้แก่ รัฐ การ์นากาตา รัฐ เกอราลา และมหาราชตรา(ทั้งหมดอยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศครับ) อีกประมาณ 3-5,000 ตัน
ความเค็มสำหรับการเลี้ยงเฉลี่ยสูงกว่า 15 พีพีที มีประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และต่ำกว่า 15 ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์

การคาดการณ์ในครอปรอบต่อไปของอินเดียนั้น ท่านว่ากันว่า การเลี้ยงจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของรอบการเลี้ยงที่แล้ว เนื่องจากหลายคนที่เลี้ยงแล้วไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเนื่องมาจาก แอนตี้ดัมปิ้งที่ทำให้ราคาขายไม่ดี หลายคนขาดทุนทั้งที่น่าจะได้กำไร ทั้งจากสถานการณ์ โรคตัวหลวม ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ และกำลังเป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ ของที่นี่ ทำให้ต้องจับก่อนกำหนด และได้ผลผลิตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ค่าเอฟซีอาร์ออกมาสูงมาก รวมถึงปัญหาฝนตกหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายท่านที่เคยเลี้ยงกุลาดำในครอปแรกก็ได้เปลี่ยนใจมาเลี้ยงก้ามกรามแทน เพราะต้นทุนถูกกว่า และได้กำไรค่อนข้างแน่นอน ดังนั้นคาดการณ์คร่าว ๆ ว่าผลผลิตปีนี้ของอินเดียน่าจะอยู่ประมาณ แสนกว่าตันเล็กน้อยเท่านั้นไม่น่าเกิน 120,000 ตัน ซึ่งก็กลายเป็นว่าผลผลิตจากการเลี้ยงปีนี้น่าจะจะลดลงจากปีที่แล้ว แต่ก็อย่างที่บอกครับ นี่เป็นข้อมูลดิบ หากมีข้อมูลที่แท้จริงออกมาเมื่อไรจะเอามาเล่าสู่กันให้ท่านอ่านอีกครั้ง
นี่ก็เป็นเรื่องข้อมูลจากประเทศอินเดียที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ โอกาสหน้าจะเจาะลึกข้อมูลทั่วไปในวงการกุ้งมาเล่าให้ท่านผู้สนใจได้อ่านได้รับทราบกันอีก


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster