ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

มองทิศทางกุ้งครึ่งปี2552 กับคุณฤทธิรงค์
ข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์กุ้งไทย



ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ช่วงต้นค่อนข้างดี แต่ช่วงปลายของครึ่งปีแรกไม่สดใสกันเท่าไหร่ แล้วทีนี้ครึ่งปีหลังทิศทางราคากุ้งจะเป็นอย่างไร นสพ.กุ้งไทยต้องมาหาคำตอบ ผู้ที่จะวิเคราะห์ได้ดีที่สุด ชั่วโมงนี้ ก็คือคุณฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด ซึ่งท่านได้วิเคราะห์เป็นที่ติดอกติดใจบรรดาผู้อ่าน นสพ.กุ้งไทยกันมาแล้ว
สำหรับในครั้งนี้ ท่านผู้อ่านพลาดไม่ได้นะคะ เพราะมีทั้งทิศทางการตลาดของคู่ค้า วิเคราะห์ประเทศคู่แข่ง และที่สำคัญราคากุ้งนับจากนี้ไป จะดีจะร้ายอย่างไร ติดตามกันได้เลย
กุ้งไทย : ทราบข่าวว่าไทยยูเนี่ยนได้รับรางวัลในอเมริกา
คุณฤทธิรงค์ : ในวันที่ 25 มิถุนายน ผมและคุณธีรพงษ์ จะไปรับรางวัล จากกลุ่มภัตตราคารอันดับหนึ่งของอเมริกา ในประเภทซีฟู้ดทั้งหมด เขาให้รางวัลผู้ค้ายอดเยี่ยมประจำปี แข่งขันกับทั่วโลก ซึ่งเราเคยได้รางวัลนี้เมื่อ7-8 ปีที่แล้ว ดูจากซับพลาสเออร์ทั้งหมด ข้อดีก็คือเป็นชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและชื่อเสียงของสินค้าไทยว่าประเทศไทยได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้บริโภคทั่วโลก เราสามารถชนะหลายๆประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี เราค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในระดับภัตตาคารชั้นนำของสหรัฐอเมริกา
กุ้งไทย : ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของห้องเย็นหรือไม่ ?
คุณฤทธิรงค์ : ผมมองว่ามีทั้งคนที่ได้และไม่ได้ คือมีบ้างที่ยังอยู่ได้ และบางส่วนก็ขาดทุน ธุรกิจเริ่มมีการแข่งขันกันมากขึ้นเองที่ในประเทศเอง และต่างประเทศ
กุ้งไทย : สำหรับการแข่งขันของห้องเย็นในประเทศถือว่าสูงหรือไม่ ?
คุณฤทธิรงค์ : ก็มีการแข่งขันกันสูงตลอดอยู่แล้ว ในเมื่อผลผลิตในปีนี้ ประเทศที่เลี้ยงกุ้งก็เลี้ยงกันไม่ค่อยได้ก็น่าจะเป็นผลดีของห้องเย็น ถ้ามีการร่วมมือกันหลายๆ บริษัท ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง แต่ทุกคนทุกบริษัทยังไม่ลำบากเหมือนกันหมดทุกบริษัทก็เลยไม่ปรึกษากัน ต้องค่อยให้ทุกบริษัทลำบากเหมือน กันหมดจึงจะหันหน้ามาปรึกษากัน
กุ้งไทย : การเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทในประเทศอินเดีย เป็นอย่างไรบ้าง ?
คุณฤทธิรงค์ : บริษัทไทยยูเนี่ยนได้เข้าไปร่วมทำธุรกิจกับบริษัทที่อยู่ในประเทศอินเดีย เป็นการเข้าไปซื้นทุนของบริษัท เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกุ้งแบบครบวงจร เขาเชิญเราให้ไปรวมซื้อหุ้น เหตุผลที่เขาต้องการให้เราร่วมทำธุรกิจด้วยเนื่องจากทุกๆ ประเทศในโลก มองว่าประเทศไทยเป็นผู้นำในธุรกิจเกี่ยวกับกุ้ง เป็นผลที่พวกทุกคนร่วมสร้างกันมา ประเทศเป็นผู้นำของธุรกิจกุ้งที่เป็นที่อย่างรับจากทั่วโลก แม้กระทั่งคู่แข่งก็ยอมรับ ไม่ว่าเวียดนาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ทุกประเทศก็อยากได้บริษัทจากประเทศไทยร่วมทำธุรกิจด้วยทั้งนั้น เหมือนกับว่าเขามองแชมป์ แชมป์ทำอะไรเขาก็อยากทำบ้าง เหตุผลที่บริษัทเข้าไปร่วมทำธุรกิจด้วย คือ เราต้องการมองธุรกิจกุ้งให้กว้างขึ้น ทั้งด้านผลผลิต การเลี้ยง การหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ ถ้าเรามีคอนเนกชั่นมากขึ้นก็จะทำให้ธุรกิจเรากว้างขึ้น เราพยามมองให้ไกลๆ
กุ้งไทย : ประเทศที่สนใจจะไปร่วมทุนมีประเทศอะไรบ้าง ?
คุณฤทธิรงค์ : การที่เราเข้าไปร่วมลงทุนนั้นไปใช่เพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการหาหุ้นส่วนที่ดี เป็นพาทเนอร์เรา ประเทศจีนก็เป็นประเทศที่น่าสนมาก เพราะมีประชากรเป็นพันล้านคน ทุกวันนี้เรามุ่งเน้นในประเทศไทยของเราให้ดีที่สุดก่อน ถ้ามีโอกาสขยายธุรกิจ ดูแล้วว่าเหมาะสมจึงจะขยาย อาจจะปี สองปี สามปี แล้วแต่ความเหมาะสม
ญี่ปุ่นยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แต่ประเทศญี่ปุ่นมองว่า ผ่านจุดที่เศรษฐกิจต่ำสุดมาแล้ว ไม่มีเลวร้ายกว่านี้แล้ว จะเป็นช่วงที่ผ่านวิกฤติมาแล้ว แต่ก็ไม่ใช่จะฟื้นตัวแล้วจะเจริญเติบโตเลยทันที ถึงอย่างไรนั้นประเทศญี่ปุ่นก็ยังมองว่าสินค้าประเภทอาหารก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ คนยังต้องกินต้องใช้ เพียงแต่คนยังมีเงินน้อย ก็จะประหยัดกันมากขึ้น ยังไม่ดีเท่าที่ควร ส่วน FTA ก็ช่วยได้เยอะ ก็ทำให้การค้ากุ้งระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

กุ้งไทย : คู่แข่งกุ้งไทย
คุณฤทธิรงค์ : ผลผลิตของประเทศจีนในปีนี้คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 แสนตัน ปีที่แล้ว 7.2 แสนตัน แต่เขากินกันในประเทศ 80% ราคากุ้งในประเทศเขาราคาก็ดี นิยมบริโภคกุ้งสดๆ ตลาดในประเทศเขาค่อนข้างใหญ่ ประเทศเขามีกำลังซื้อมาก มองว่าประเทศไทยควรจะมองประเทศจีนว่าเป็นประเทศคู่ค้ามากกว่าประเทศคู่แข่ง ไทยควรมองคู่แข่งที่น่ากลัวคือ เวียดนาม กับอินโดนีเซีย มากกว่า รวมไปถึงอินเดียด้วยเพราะอินเดียเริ่มเลี้ยงกุ้งขาวบ้างแล้ว กว่าจะพัฒนาให้ไล่ๆ เราคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ส่วนอเมริกาใต้ยังห่างจากเมืองไทยเยอะ
กุ้งไทย : ผลผลิตของประเทศไทยในปี 52 ?
คุณฤทธิรงค์ : มองว่าผลผลิตของประเทศไทยในปี 52 นี้ คาดว่าจะไม่ลด ถ้าลดก็ลดไม่เยอะ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 แสนตัน จากที่ต้นปีเราตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 แสนตัน แต่ช่วงต้นปีราคากุ้งค่อนข้างดี เป็นเหตุจูงใจให้เกษตรกรลงกุ้งกันจำนวนมาก ต้นปีที่ราคาดีเพราะว่าต่างประเทศไม่มีกุ้งด้วย ช่วงเดือน 4 ของออกเยอะลูกค้าก็จะสั่งของช่วงนี้
สต็อคกุ้งที่ญี่ปุ่น พบว่าปีนี้มีต่ำกว่า 7 หมื่นตัน ยังไงเขาก็จะต้องสั่งกุ้งแน่นอน สหรัฐก็ต้องสั่ง แต่เขาจะรอดูราคาจากประเทศอื่นๆ ด้วย ยังไงเขาก็ต้องสั่งกุ้งจากประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะเรื่องสินค้าเกี่ยวกับกุ้ง ไม่ว่าจะกุ้งต้ม หรืออาหารที่ทำจากกุ้งสำเร็จรูป ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าประเทศอื่นๆ ลูกค้าทุกประเทศไว้ใจในคุณภาพของสินค้ากุ้งจากประเทศไทยมาก เรื่องราคาเป็นที่รับรู้กันทั่วโลก เขาเห็นราคาถูกก็ยังไม่ซื้อ ต้องรอให้ราคาถูกที่สุด ยิ่งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ราคากุ้งตกต่ำ ผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลควรจะรีบทำโครงการรับจำนำกุ้ง เพราะถ้ารัฐบาลรับจำนำกุ้ง จะทำให้ราคาในตลาดหยุดตกต่ำ ยิ่งรับจำนำเร็วเท่าไร ก็จะทำให้ราคาดีขึ้นเมื่อนั้น เราอยากเห็นราคากุ้งมีเสถียรภาพมากขึ้น
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเลี้ยงกุ้งที่ดีมาก รวมทั้งประเทศไทยมีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์กุ้งขาว จนได้กุ้งขาวที่เจริญเติบโตเร็ว อัตรารอดสูง ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น แต่ในแง่ของการตลาด ผลผลิตจะเป็นกุ้งขาวหรือกุ้งดำ จะมีไม่ผล เพราะมันก็เป็นกุ้งเหมือนกัน
สำหรับคนที่เลี้ยงกุ้งดำ ผมแนะนำว่า ควรเลี้ยงกุ้งดำแล้วทำไซซ์ให้ใหญ่ แต่ต้องมีตลาดแน่นอน มีการทำคอนแทรคกับห้องเย็นให้ชัดเจน ว่าห้องเย็นต้องการไซซ์ไหน ราคาเท่าไร ใช้เวลาเลี้ยงกี่เดือน จะต้องมีเป้าหมายในการเลี้ยงที่แน่นอน สำหรับไทยยูเนี่ยนเองก็ทำคอนแทรคกุ้งดำไว้เหมือนกัน ไซซ์ 20-30 ตัว/กิโล
สำหรับกุ้งขาว ผมแนะนำว่า 1. ถ้าเรายังแก้ไขหาเรื่องราคากุ้งตกต่ำไม่ได้ ก็อาจจะมีโครงการรับจำนำกุ้งทุกปี ถ้าเกษตรกรยังเลี้ยงกุ้งขาดทุนอยู่ รัฐใช้เงิน100 - 200 ล้านบาท เพื่อทำให้ราคากุ้งมีเสถียรภาพ เกษตรกรสามารถเลี้ยงกุ้งได้มีกำไร เพิ่มเป็น 1,000 - 2,000 ล้านบาท ผมคิดว่าคุ้มกับการที่รัฐต้องเสียเงิน เพราะ ลูกค้าต่างประเทศจะได้เห็นว่าราคาอยู่ที่ระดับนี้ ราคาจะไม่ต่ำมากไปกว่านี้แล้ว
2. ควรผลักดันให้เกษตรกรมีการทำคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง มากขึ้น เกษตรกรกับห้องเย็นจะได้คุยกันโดยตรง เป็นราคาที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย ห้องเย็นเลือกทำในช่วงที่ผลผลิตกุ้งออกเยอะที่สุด ห้องเย็นต้องยอมเสียสละการซื้อกุ้งราคาถูกในช่วงนี้ เพื่อเป็นการช่วยรักษาราคากุ้งไม่ให้ตกต่ำมากกว่านี้ เฉพาะไทยยูเนี่ยนที่ทำคอนแทรคในปีนี้ 10,000 ตัน ถ้าปีนี้ประสบผลสำเร็จ มากกว่า 75-80% เกษตรกรพอใจ เรียกร้องให้ทำอีกในปีหน้า ไทยยูเนี่ยนก็ยินดีที่จะทำคอนแทรคอีกในปีหน้า และปริมาณที่รับจำนำอาจจะเพิ่มขึ้นด้วย
"ผมจะบอกพนักงานทุกคนว่าเราต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้มากที่สุด ถ้าจะเสียต้องเป็นห้องเย็นที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ เกษตรกรมีเหตุต้องจับฉุกเฉินกุ้งตาย คิวชนกันกับเจ้าอื่น บริษัทก็ต้องช่วยเกษตรกรก่อน กุ้งจะตายก็ต้องจับ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกัน กติกาที่เราทำคอนแทรคในครั้งนี้เรายืดหยุ่นให้เกษตรกรมากๆ เพราะต้องการให้โครงการนี้สำเร็จ"
หรือปีหน้าอาจจะทำโครงการคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง 2 ช่วง คือช่วงต้นปี เรตราคาจะสูงกว่า และช่วงกลางปี เรตราคาอาจจะต่ำกว่า โครงการคอนแทรคได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างชาติมาก เพราะเป็นการร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรกับห้องเย็น สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ห้องเย็นอื่นๆ ก็บอกว่าสนใจจะทำเช่นกัน บริษัทไทยยูเนี่ยนถือว่าเป็นบริษัทที่นำร่องทำก่อน มันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดแต่อย่างน้อยก็ยังช่วยพยุงราคา ในช่วงที่กุ้งราคาตกต่ำมากไม่มีที่ขาย ผู้ที่เข้าโครงการคอนแทรคก็ยังมีที่ขาย และราคาก็ดีกว่าอีกด้วย
กุ้งไทย : ไทยยูเนี่ยนเห็นด้วยกับโครงการรับจำนำกุ้งของรัฐบาลหรือไม่ ?
คุณฤทธิรงค์ : เห็นด้วย และยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการทั้ง 2 โรงงานเลย ทั้งมหาชัย และทางใต้ ทางสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง ก็มีมติที่จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำกุ้งแล้ว ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อรัฐบาลด้วย ว่าเงื่อนไขจะทำให้ห้องเย็นมีผลกระทบต่อการค้าขายของห้องเย็นมากน้อยเท่าไร สำหรับผมมองว่าการมีโครงการรับจำนำกุ้งจะช่วยทำให้ราคากุ้งดีขึ้นอย่างแน่นอน และส่งผลให้ราคากุ้งมีศักยภาพในการติดต่อซื้อขายในตลาดโลกอีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ราคาต้องเป็นราคาที่เหมาะสม ยึดหลักความเป็นจริง ว่าต้นทุนอยู่ที่เท่าไร ราคาขายควรอยู่ที่เท่าไร ราคาควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผล
ในฐานะที่เป็นห้องเย็นเองผมก็ไม่อยากเห็นราคากุ้งตกต่ำเหมือนกัน เนื่องจากราคากุ้งในประเทศถูก ห้องเย็นก็จะโดนลูกค้าต่างประเทศกดราคาอีกเช่นกัน เช่น ตอนสั่งราคาอยู่ที่ 155 บาท และอีกเดือนราคาลงเหลือ 100 บาท เขาก็ซื้อ 100 บาท ห้องเย็นที่มีของสต๊อกอยู่ก็ขาดทุน การรับจำนำก็ถือเป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคาได้เฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวมองว่าวิธีการทำคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง น่าสนใจมากกว่า ควรเลือกทำในช่วงที่เสี่ยง ช่วงไหนราคากุ้งตกต่ำก็ควรจะทำ ช่วงไหนคิดว่าราคาในตลาดสูงก็ไม่ต้องทำ
สำหรับผมมองว่าทางประเทศไทยสามารถทำคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง ได้จำนวน 50,000 ตัน ราคากุ้งของเมืองไทยจะมีศักยภาพมากขึ้น อย่างน้อย 30,000 ตัน เป็นเรื่องที่สามารถทำได้สบายๆ แน่นอน แต่ต้องขอความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทุกคนต้องอย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เช่น เกษตรกรก็ต้องคุยกับว่าใครถนัดทำกุ้งไซซ์ไหน ผลผลิตใครจะออกช่วงไหน ส่วนห้องเย็นก็ต้องแชร์กันว่าใครได้ออร์เดอร์ไซซ์ไหนมา ปริมาณกี่ตัน เพราะห้องเย็นแต่ละบริษัทก็จะมีลูกค้าที่ติดต่อกันประจำอยู่แล้ว ทราบรายละเอียดกันอยู่แล้วว่าต้องการไซซ์ไหน ปริมาณเท่าไร ห้องเย็นก็ไปเจรจากับลูกค้าต้องราคาที่อย่าถูกจนเกินไป แต่ลูกค้าก็ต้องรับได้ ราคาต้องไม่สูงจนเกินไป เพราะเราต้องมองว่าประเทศไทยไม่ได้ผลผลิตกุ้งประเทศเดียว ถ้าเราขายแพงเขาก็ไปซื้อเวียดนาม อินโดนีเซียได้ ถ้าออร์เดอร์หลุดครั้งหนึ่งแล้ว การจะได้ออร์เดอร์กลับมานั้นค่อนข้างยาก
ต้องมาคุยกัน สำหรับห้องเย็นมีกำไร 4-6 % ทุกคนรับได้หรือไม่ สำหรับเกษตรกร มีความเสี่ยงมากหน่อยให้กำไรสัก 15% เกษตรกรพอใจไม เช่นผมขายกุ้งได้ 115 บาท กำไรผมอยู่ที่ 3 % กำไรอยู่ที่เกษตรกร 12% รวมกัน 15% กำไรส่วนใหญ่ต้องตกอยู่กับเกษตรกรเพราะเกษตรกรเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ส่วนห้องเย็นก็ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวล็อกความเสี่ยง ทุกต้องมีความร่วมมือกันอย่าโทษกัน บางคนทำสิ่งใหม่ๆขึ้นมาคนชอบก็ชม คนไม่ชอบก็ว่า ไปก็โดนว่า เจ็บตัว อยู่เฉยๆดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยไม่อยากมีใครทำอะไรใหม่ที่ประโยชน์เลย
กุ้งไทย : ทิศทางของปีนี้ ไซซ์ไหนมาแรง
คุณฤทธิรงค์ : ผมมองภาพรวมก่อนว่า ในปีนี้กุ้งไซซ์เล็กมาแรง ขายดี ราคานิ่งทั้งปี ไซซ์ คือ ตั้งแต่ไซซ์ 80 ตัว/กิโลลงไป ครึ่งปีหลังก็เหมือนกันไซซ์ใหญ่ราคาอาจจะตก ราคาไซซ์เล็กอาจจะตกลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตกแบบน่าเกลียดหรือรับไม่ได้ อาจจะอยู่ที่ 70-80 บาท หลังจากนี้(มิถุนายน) จะเป็นอย่างไรนั้น ผมมองว่า ราคาไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่าเดือนนี้แล้ว สำหรับไซซ์กลางและไซซ์เล็ก แต่ไซซ์ใหญ่ยังไม่แน่ ต้องรอลุ้นอีกที ไซซ์ใหญ่มีความเสี่ยง คือ ก่อนหน้านี้ไซซ์เล็กราคาดี เกษตรกรก็จับไซซ์เล็กขาย ตัดตอนกุ้งไซซ์ใหญ่ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมราคากุ้งไซซ์กลางตกลงมาเกษตรกรก็ยังไมจับ เลี้ยงไซซ์ใหญ่ขึ้นดังนั้นช่วงนี้ก็จะมีกุ้งไซซ์ใหญ่เยอะ ดังนั้นเกษตรกรต้องเลี้ยงแบบทำการบ้านด้วย เลี้ยงไซซ์เท่าไร กี่วัน ต้นทุนเท่าไร ได้กำไรเท่าไร จับวันนี้ได้กำไรเท่าไร ไม่ควรเลี้ยงแบบเดาสุ่มเหมือนที่ผ่านๆ มา อยากเลี้ยงกุ้งเล็ก อัตราปล่อยกุ้งก็เยอะหน่อย ต้องคำนวณต้นทุน ต้องรู้ว่ากุ้งไซซ์นี้ได้กำไรเท่าไร พอใจไม่พอใจถึงจะขาย ส่วนเกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่ ก็ปล่อยกุ้งน้อยๆ เลี้ยงไประยะหนึ่งก็พาเชี่ยลออกไปขายบ้าง จะได้กำไรทุกไซซ์ เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่เท่าไร แต่น้ำหนักกุ้งเพิ่มขึ้นเยอะ ผลผลิตเยอะขึ้น กำไรก็ได้มากขึ้นเช่นกัน อย่าลืมว่าการเลี้ยงกุ้งเลี้ยงไซซ์ใหญ่ได้กำไรมากที่สุด แต่ต้องทำคอนแทรคกุ้งไซซ์ใหญ่ไว้ด้วย จะได้ราคาดี มีที่รับซื้อแน่นอน
กุ้งไทย : ราคานับตั้งแต่นี้ ไปจนถึงสิ้นปี
คุณฤทธิรงค์ : ราคาในประเทศช่วงเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะเป็นช่วงที่ราคากุ้งในประเทศตกต่ำมากที่สุดแล้ว ไม่น่าจะตกต่ำมากกว่านี้อีกแล้ว และอีก 2-3 เดือนข้างหน้าราคาน่าจะดีขึ้น 5-10 บาท ถ้าเกษตรกรสามารถอยู่ได้ในช่วงนี้ ในเดือนต่อไปก็ไม่ต้องกลัวแล้ว เพราะราคาน่าจะดีขึ้นแล้ว แต่อย่าไปคิดว่าราคาจะดีตั้งแต่ต้นปี มันเป็นไปได้ยาก
กลางเดือนพ.ค. - มิ.ย. ราคาจะลง เดือน ก.ค.-ส.ค. ราคาไม่น่าจะต่ำกว่าเดือนมิถุนายนแน่นอน เพราะมี ออร์เดอร์ล็อตใหญ่เข้ามา แต่กุ้งในตลาดยังเยอะอยู่ ดังนั้นช่วงนี้จึงอยากให้ราคากุ้งสูงขึ้น เพราะลูกค้าจะซื้อช่วงนี้ ถ้าราคากุ้งตอนนี้ต่ำ เช่น 100 บาท เขาก็ซื้อ 100 บาท ห้องเย็นต้องช่วยกันดันราคากุ้งให้สูงขึ้น อย่างมองสั้นๆ ให้มองระยะยาวๆ ไว้ก่อน แต่ช่วงนี้เราก็ต้องระวังด้วยเพราะผลผลิตกุ้งของจีน เวียนนาม อินโดนีเซีย ก็ออกมาเช่นกัน แต่ถ้าเข้าเดือนส.ค.-ก.ย. ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
ดังนั้นช่วงนี้เกษตรกรท่านใดอยากลงกุ้ง ควรจะรีบๆ ลง เพราะผลผลิตออกมามากแล้ว เดือนต่อๆ ไปผลผลิตกุ้งเข้าตลาดจะมีปริมาณไม่มากเหมือนเดือนที่ผ่านๆ มา สิ่งที่อยากแนะนำ คือ เราควรเป็น "ชาวสวน" คือคนอื่นเขาลงกุ้งเราก็ชะลอหน่อย แต่ถ้าชาวบ้านเขาหยุดลงกุ้ง เราก็ลงกุ้งเต็มที่ สวนไปเลย
ที่บอกว่าอย่าไปยึดติดเรื่องราคาสูงๆ เพราะว่าราคาที่ทำคอนแทรค ไม่ใช่ราคาสูงสุด เป็นราคาที่รับได้ ราคาคอนแทรค เป็นราคาที่เกษตรกรกำหนดมาว่าจะขายเท่าไร ห้องเย็นก็นำราคานั้นไปคุยกับลูกค้าต่างประเทศว่ารับได้หรือไม่ ห้องเย็นไม่ได้เป็นคนกำหนดราคา เพียงแต่เป็นผู้ประสานเท่านั้น บางครั้งก็เสียดายที่บางออร์เดอร์ต้องหลุดไป เราอาจจะแพงกว่าคู่แข่งแค่ 10 เซนต์เท่านั้น แต่หลุดที 3,000-4,000 ตันเลยก็มี ลูกค้าที่เขามีวอลลุ่มมักจะเอาราคามาต่อรองเรา
กุ้งไทย : ปีนี้กุ้งไปจะเป็นอันดับ 1 หรือไม่
คุณฤทธิรงค์ : ในแง่ผู้ส่งออกกุ้งมากที่สุด ปีนี้ประเทศไทยน่าจะเป็นอันดับ 1 ปริมาณการส่งออกประมาณ 4-5 แสนตัน แต่ในแง่ของผลผลิตมากที่สุดไม่น่าจะใช่ประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศจีน เขาบริโภคในประเทศถึง 80%
กุ้งไทย : สิ่งที่คุณฤทธิรงค์แนะนำเกษตรกร
คุณฤทธิรงค์ : การเลี้ยงกุ้งในอนาคต เกษตรกรควรทำคอนแทรค ฟาร์มมิ่งอย่างยิ่ง จะได้ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าราคาจะขึ้น หรือราคาจะลงวันไหน ไม่ต้องมาเครียดระหว่างเลี้ยง เกษตรกรมีหน้าที่เลี้ยงกุ้งให้ผ่านอย่างเดียวเท่านั้น
สูตร 3+3 จากคุณฤทธิรงค์
กุ้งถูกต้องชะลอการจับ ชะลอการจับกุ้งทีไรราคาขึ้นทุกที เกษตรกรจับกุ้งพร้อมๆ กันราคากุ้งก็ตกเร็ว ผลผลิตออกมามาก ห้องเย็นก็ซื้อไม่ไหวเพราะทำกุ้งไม่ทัน
เทคนิคที่ใช้ดูว่า ควรหยุดจับตอนไหน "ถ้าเห็นว่าราคากุ้งลง 5 บาท ติดต่อกัน 2-3 วัน ให้เกษตรกรหยุดจับทันที หยุดจับสัก 3-5 วัน ราคากุ้งจะดีขึ้นแน่นอนเชื่อผม"

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 9/0ุ9/2009
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด