ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.


ระวัง โรคไวรัสทำให้กล้ามเนื้อตายในกุ้งขาวแวนนาไม
ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ

จากการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี แม้ว่าในปี พ.ศ. 2552 ของประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วโลก ต่างประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอยครั้งที่รุนแรงที่สุด ส่วนค่าเงินบาทแข็งตัวค่อนข้างมากตลอดทั้งปี ในระดับประมาณ 33.50 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคากุ้งขาวแวนนาไมทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเกือบตลอดเวลา
แต่ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งของไทยสามารถผลิตกุ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงมาก ไม่ใช่เพียงผลผลิตต่อไร่เท่านั้น แต่หมายถึงควบคุมต้นทุนในการผลิตให้อยู่ในระดับที่ยังมีกำไร แข่งขันกับประเทศต่างๆได้ต่อไป นอกจากระดับฝีมือของผู้ประกอบการไทยในขณะนี้ส่วนใหญ่มีระบบการเลี้ยงที่รัดกุมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วกุ้งมีการเจริญเติบโตดีมาก ต้องยกความดีความชอบให้แก่ผู้ผลิตลูกกุ้งที่มีส่วนทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ที่ผู้ประกอบการอาจจะไม่เคยคิดถึงหรือพูดถึงเลยคือการเลี้ยงกุ้งขาวของไทย ยังไม่เคยเจอปัญหาโรคไวรัสทำให้กล้ามเนื้อตายมีลักษณะขุ่นขาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Infectious myonecrosis virus หรือชื่อย่อคือ IMNV ซึ่งไวรัสชนิดนี้พบการระบาดครั้งแรกในประเทศบราซิล ในปี ค.ศ. 2004 หรือ พ.ศ. 2547 ทำให้จนบัดนี้การเลี้ยงกุ้งขาวที่บราซิลยังอยู่กับที่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผลผลิตของบราซิลเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้ทั่วโลกต่างจับตามองว่าจะต้องแซงประเทศผู้ผลิตอันดับต้นๆ ของโลกภายในเวลาไม่กี่ปี ก็ต้องขอบคุณโรค IMNV ที่ทำให้คู่แข่งสำคัญในทวีปอเมริกาใต้ประสบชะตากรรม และหวังว่าโรคนี้ยังคงอยู่ที่บราซิลไปเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้บราซิลยังแก้ปัญหาโรคนี้ได้ไม่ดีนัก
ที่อยากจะพูดถึงในเอกสารเผยแพร่เล่มนี้ก็คือ หลังจากโรค IMNV เกิดขึ้นในบราซิลไม่นานโรคนี้ข้ามทวีปมาถึงเอเชีย แต่เลือกที่ลงได้เหมาะสมมากคือ คู่แข่งสำคัญของไทยตลอดกาลคือ อินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2549 ควรจะมีใครบางคนนำพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวที่ไม่ได้ตรวจเชื้อ IMNV เข้าไปในประเทศ ทำให้พ่อแม่พันธุ์ที่มีไวรัสผลิตลูกกุ้งที่มีเชื้อไวรัสกระจายไปในพื้นที่เลี้ยงกุ้งหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ที่นี่มีฟาร์มกุ้งขนาดใหญ่อยู่ด้วย ฟาร์มขนาดใหญ่แค่ไหนลองประเมินดูเองแล้วกัน ฟาร์มเดียวมีบ่อเลี้ยงกุ้งจำนวน 3,600 บ่อ อีกแห่งหนึ่งใหญ่กว่านี้อีกมีบ่อเกือบหมื่นบ่อ แต่ละแห่งคนเลี้ยงกุ้ง คนแกะเปลือกกุ้ง นักวิชาการห้องเย็น ร้านค้าต่างๆอยู่รวมกันในพื้นที่ๆเกิดขึ้นมาจากเดิมเป็นป่าล้วนๆ ที่มีสัตว์ป่าจำนวนมาก แปลงมาเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งขนาดใหญ่ มีโบสถ์ มัสยิด สถานที่สำคัญ โรงเรียนอนุบาล สถานีตำรวจ ที่คนจำนวนมากต่างศาสนามาอยู่รวมกัน โดยไม่ต้องไปไหนเลยเพราะเดินทางออกจากพื้นที่นี้ยากลำบาก นั่งเรือตามริมแม่น้ำออกมาขึ้นฝั่ง นั่งรถออกจากพื้นที่อีกเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงถนนที่รถวิ่งแล้วไม่กลัวช่วงล่างพัง พูดง่ายๆว่าพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจการเลี้ยงกุ้งที่ฟาร์มขนาดนี้ อยู่กันแบบไม่ต้องออกไปไหนเลย เพราะพื้นที่ทั้งหมดน่าจะเหมือนกับ 1 อำเภอบ้านเรา มีสาธารณูปโภคครบทุกอย่าง


กลับมาเรื่องไวรัส IMNV อีกครั้ง โดยสรุปตอนนี้ (มกราคม 2553) ยังคงทำความเสียหายแก่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งจำนวนมากที่อินโดนีเซีย ยังแก้ปัญหายังไม่ได้ โรคไวรัสชนิดนี้ จะทำให้กุ้งที่ป่วยมีกล้ามเนื้อส่วนหางขุ่นขาว และค่อยๆ ขาวเพิ่มขึ้นมาทางส่วนกลางของลำตัว กุ้งป่วยต่อมน้ำเหลืองจะโต กว่าปกติหลายเท่า (อาจจะดูยากหน่อยอยู่ทางด้านหน้าของตับและตับอ่อน) กุ้งจะทยอยตายเรื่อยๆ แบบทรมานใจคนเลี้ยงเพราะว่าไม่ได้ตายอย่างรวดเร็วเหมือนกับโรคไวรัสดวงขาว ที่เป็นบ่อไหนต้องปิดบ่อ หรือต้องรีบจับกุ้งก่อนที่จะเสียหายจนจับไม่ทัน กุ้งที่เป็นโรค IMNV จะตายเรื่อยๆ จากข้อมูลผู้เลี้ยงที่อินโดนีเซียให้มาคือ ตอนจับกุ้ง ถ้าไม่มีโรคนี้เคยจับได้ 10 ตัน พอเกิดโรคนี้เหลือเพียงประมาณ 3-4 ตันเท่านั้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ขาดทุนอย่างยับเยินแน่ในภาวะราคาอย่างนี้ นักวิชาการบ้านเรารวมทั้งผู้เลี้ยงกุ้ง ไม่ควรจะนิ่งนอนใจ เมื่อใดก็ตามที่มีกุ้งตาย ถ้าเจอกุ้งป่วยบางตัวมีกล้ามเนื้อขุ่นขาวที่โคนหาง มักจะระแวงว่าน่าจะเป็นโรค IMNV กลัวไว้ก่อนดีกว่าไม่กลัวจะได้ระมัดระวังมากขึ้น ต้องอย่าลืมว่านี่คือโรคที่เกิดจากไวรัส บ่อไหนเป็นโรคนี้ตอนจับกุ้งถ่ายน้ำออกไป ฟาร์มที่จะชะตาตกสูบน้ำเข้าไปไวรัสในน้ำยังไม่ตาย กุ้งในบ่อตนเองก็จะตาย การติดต่อของโรคไวรัสง่ายมาก ให้นึกถึงโรคไวรัสดวงขาว หรือหัวเหลืองก็แล้วกันจะได้ไม่อยู่ในความประมาท

การป้องกันโรค IMNV

ต้องเริ่มจากการตรวจพ่อแม่พันธุ์ที่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วยเทคนิค RT-PCR งานนี้กรมประมงต้องเริ่มเข้มงวดเป็นพิเศษ นอกจากนั้นผู้ผลิตลูกกุ้งและผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์อย่ามักง่ายนำกุ้งขาวจากอเมริกาใต้และประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้แล้วเข้ามาโดยไม่มีการตรวจเช็คอย่างละเอียด เพราะการกระทำที่ไม่มีความรับผิดชอบเพียงครั้งเดียวอาจจะก่อให้เกิดหายนะแก่อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลได้อย่างชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ ไวรัสชนิดนี้สามารถจะทำให้กุ้งกุลาดำและกุ้งทะเลชนิดอื่นๆอีกจำนวนมากป่วยเช่นเดียวกับกุ้งขาวแวนนาไม
ที่ต้องเขียนเรื่องนี้ในขณะที่การเลี้ยงกุ้งของบ้านเรายังไม่ได้เกิดโรคนี้ เพราะไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์ "วัวหายแล้วล้อมคอก" ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มักจะเคยชินและชินจนเคยไม่ค่อยรู้ร้อนรู้หนาว แต่สำหรับอุตสาหกรรมกุ้งของไทยที่ยังคงเป็นผู้นำในด้านการส่งออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบันนี้ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนช่วยกันเราล้อมรั้วปิดประตูความเสี่ยงทุกด้านเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องรอให้กุ้งตายก่อนแล้วค่อยหาทางแก้
โรค Infectious Myonecrosis (IMN)
สาเหตุของโรค
สาเหตุมาจากเชื้อไวรัส infectious myonecrosis virus (IMNV) เป็น double standed (ds) RNA virus family Totiviridae รูปร่างแบบ icosahedral ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 นาโนเมตร โมเลกุลขนาด 7560 bp


อาการของกุ้งป่วย

กล้ามเนื้อบริเวณส่วนหางจะตายมีลักษณะสีขาวขุ่น โดยเฉพาะปล้องสุดท้ายรวมทั้งแพนหางกุ้งบางตัวจะมีสีแดงเข้มขึ้น อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้น อย่างรวดเร็วหลังจากมีสิ่งกระตุ้นให้กุ้งเกิดอาการเครียด เช่น การใช้แหสุ่มหรือจับกุ้ง การเปลี่ยนแปลงความเค็มหรืออุณหภูมิอย่างกะทันหัน ทั้ง ๆ ที่ ก่อนกุ้งจะมีอาการเหล่านี้ ยังกินอาหารเป็นปกติ หลังจากนั้นกุ้งจะตายอย่างรวดเร็วและมีการตายติดต่อกันนานอีกหลายวัน ลักษณะที่เห็นได้ชัดคือ จากกุ้งป่วยคือ ต่อมน้ำเหลือง (lymphoid organ: LO) จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ 3-4 เท่า

พยาธิสภาพของเนื้อเยื่อ
จากเนื้อเยื่อที่ย้อมด้วยสีฮีมาทอกซิลินและอิโอซิน (H&E) พบการตายของกล้ามเนื้อ (myonecrosis) ในลักษณะ coagulative necrosis ของกล้ามเนื้อลำตัว (กล้ามเนื้อลาย) มักจะมีการบวมน้ำ (edema) แทรกระหว่าง muscle fibers กุ้งบางตัวที่มีอาการรุนแรงกว่าจะพบการตายของกล้ามเนื้อแบบ liquefactive necrosis ซึ่งจะมีเม็ดเลือดจำนวนมากพอสมควรเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ด้วย ถ้าโรคมีการพัฒนาต่อไปเม็ดเลือดบริเวณกล้ามเนื้อที่อักเสบ จะถูกแทนที่โดย loose matrix of fibrocyte และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และมีเม็ดเลือดแทรกระหว่าง muscle fiber ที่กำลังสร้างขึ้นมาซ่อมแซม
LO จะมีขนาดใหญ่ขึ้น (hypertrophy) เนื่องจากการเกิด lymphoid organ spheroids (LOS) ซึ่งเป็นลักษณะที่พบบ่อยมากในระยะเฉียบพลันหรือเรื้อรัง แต่บางครั้งจะพบ LOS ในอวัยวะอื่นที่ไม่อยู่ใกล้ๆ ต่อมน้ำเหลือง เช่น ในเหงือก หัวใจ และใกล้ antennal gland รวมทั้ง ventral nerve cord
IMNV จะทำอันตรายเนื้อเยื่อที่พัฒนามาจาก mesoderm ได้แก่ กล้ามเนื้อลาย (ไม่ค่อยพบในกล้ามเนื้อหัวใจ) เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เม็ดเลือด และ lymphoid organ tubule parenchymal cells

การติดต่อและการแพร่กระจายของโรค
จากกุ้งปกติกินกุ้งป่วย ในน้ำที่มีเชื้อไวรัส ยังไม่มีรายงานชนิดของพาหะที่แน่นอน แต่จากการที่ไวรัสเป็น non-enveloped ds RNA โอกาสที่ไวรัสยังคงอยู่ในภาวะที่ทำให้เกิดโรคได้ในทางเดินอาหารและอุจจาระของนกทะเล ที่กินกุ้งป่วย หรือกุ้งที่ตาย ซึ่งจะทำให้มีการแพร่ระบาดของโรคได้ง่ายและขยายวงกว้างออกไปได้
ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าไวรัสชนิดนี้ถ่ายทอดจากแม่พันธุ์ผ่านไปทางไข่และลูกกุ้งได้ แต่การติดต่อน่าจะมาจากการปนเปื้อนของเชื้อบนไข่ที่ผสมแล้ว รวมทั้งลูกกุ้งระยะวัยอ่อน ในระหว่างกระบวนการผลิตลูกกุ้ง

ความรุนแรงของโรค
กุ้งที่เป็นโรคนี้ในบ่อเลี้ยงจะมีอัตราการตาย 40-70 % ทำให้อัตราแลกเนื้อเพิ่มสูงขึ้นมากกุ้งที่รอดตายอาจจจะเป็นพาหะไปตลอดชีวิต จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ สามารถทำให้เกิดโรคแก่กุ้ง Pacific blue shrimp P. stylisrostris และกุ้งกุลาดำได้
การตรวจวินิจฉัยโรค
พ่อแม่พันธุ์ควรใช้ hemolymph หรือ pleopods ตรวจโดยวิธี nested RT-PCR และ real-time RT-PCR
Nested RT-PCR kit สำหรับตรวจ IMNV สามารถหาซื้อได้จาก Gene Reach Biotetechnology Corp. (Chinese Taipei)

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ 5/3/2010
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด