ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.


การสะสมแร่ธาตุ ของกุ้งขาว
บทความประกอบการสัมมนา งานกุ้งตรังปี 2553
โดย ดร.บุญรัตน์ ปทุมชาติ



กุ้งขาวนับว่าเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สามารถเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและนำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นมูลค่าสูง ปัจจุบันได้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวมากขึ้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีผลผลิตมากกว่า 99% ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด

ดังนั้นแนวโน้มอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวจำมีความสำคัญ และเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ เนื่องจากสัตว์น้ำต่างๆ ในกลุ่มครัสเตเซียน มีวัฏจักรในการดำรงชีวิตในช่วงอายุต่างๆ ที่ระดับความเค็มน้ำที่แตกต่างกัน จะไปมีผลต่อกระบวนการทางสรีระเคมีต่างๆภายในร่างกาย และมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถในการดำรงชีวิต โดยครัสเตเซียนต่างชนิดกันจะมีความสามารถในการควบคุมสมดุลเกลือแร่ (osmoregulation) ความเข้มข้นของสารอินทรีย์และสารอนิน ทรีย์ในเลือด หรือการเปลี่ยนแปลงของแร่ธาตุต่างๆที่แตกต่างกันซึ่งบางชนิดอาจแสดงสภาวะที่ความเข้มข้นภายในร่างกายสูงกว่าน้ำภายนอก (hyper-regulation) หรือ ต่ำกว่าภายนอก (hypo-regulation) อาจจะเป็นกลุ่มที่ความเข้มข้นภายในร่างกายปรับเปลี่ยนไปตามความเค็มภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป (osmoconformer) หรือพยายามควบคุมให้ความเข้มข้นภายในร่างกายให้คงที่ (osmoregulation) ซึ่งทั้ง โซเดียม โพแทสเซียม และ คลอไรด์ นับเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อขบวนการทาง สรีระวิทยารักษาสมดุลออสโมติก (osmotic balance) ส่วน แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส และฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในโครงสร้างเปลือก และทองแดง เป็นองค์ประกอบของฮีโมไซยานิน(haemocyanin)
ข้อมูลจากการวิจัยครั้งนี้ทำให้เข้าใจถึงสภาพการดำรงชีวิตของกุ้งชนิดนี้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวด้วยมุมมองที่เกี่ยวข้องกับระดับความเค็มที่เหมาะสม และความต้องการแร่ธาตุในเชิงสรีระทางเคมี ดังนั้นขอให้ผู้เลี้ยงกุ้งได้ใช้วิจารณญาณในการใช้แร่ธาตุด้วยเหตุผลและความจำเป็น เพื่อประโยชน์สูงสุดของการประกอบธุรกิจการเลี้ยงกุ้งขาวต่อไป

โซเดียม (Na)
โซเดียมนับว่าเป็นแร่ธาตุที่พบในความเข้มข้นสูงที่สุดในทุกระดับความเค็มและสูงกว่าน้ำภายนอก (hyper-ionic regulation) โดยในกุ้งขาวมีค่าโซเดียมในเลือดประมาณ 9,430 - 13,800 มิลลิกรัมต่อลิตร และความเข้มข้นจะสูงข้นเมื่อความเค็มสูงขึ้นโดยพบสูงสุดที่ความเค็ม 45 พีพีที เช่นเดียวกันกับกุ้งกุลาดำ พบความเข้มข้นสูงสุดที่ความเค็ม 45 พีพีที การที่พบปริมาณของโซเดียมในเลือดสูงกว่าที่พบในน้ำทุกระดับความเค็มนั้น ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของโซเดียมต่อสรีระของกุ้งขาวอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำความเค็มต่ำ รวมทั้งชี้ให้เห็นว่ากุ้งขาวสามารถปรับสภาพร่างกายในการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของปริมาณโซเดียมจากน้ำภายนอกได้ดีในช่วงความเค็ม 25 - 45 พีพีที ขณะที่ความเค็มต่ำกว่า 25 พีพีที กุ้งจะพยายามรักษาระดับของโซเดียมให้คงที่ประมาณ 10,300 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งความเข้มข้นโซเดียมในเปลือกมีค่าแปรผันตามความเค็มน้ำที่สูงขึ้น โดยมีความเข้มข้นสูงสุดที่ความเค็ม 45 พีพีที สามารถกล่าวได้ว่า กุ้งพยายามควบคุมไม่ให้โซเดียมในเลือดมากเกินไป โดยพิจารณาจากความเข้มข้นของโซเดียมในพลาสมากุ้งมีค่าเปลี่ยนแปลงต่ำเมื่อเผชิญกับความเค็ม 25 พีพีทีเป็นต้นไป และเป็นไปได้ว่ากุ้งพยายามขับโซเดียมออกจากร่างกายอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้มีการสะสมในเปลือกมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกุ้งพยายามที่จะรักษาโซเดียมในตับให้คงที่ตลอดที่ทุกระดับความเค็ม แม้ปริมาณของโซเดียมในน้ำภายนอกจะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดสภาวะโซเดียมที่มากเกินไปภายในเซลล์ตับ

โพแทสเซียม (K)
โพแทสเซียมในเลือดกุ้งมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำ (hyper-ionic regulation) ที่ความเค็ม 5 -45 พีพีที จะรักษาระดับของโพแทสเซียมให้ต่ำกว่าน้ำภายนอก อีกทั้งกุ้งขาวพยายามควบคุมระดับโพแทสเซียมในเปลือกให้คงที่ และมีการปรับตัวต่อการเพิ่มขึ้นของโพแทสเซียมจากน้ำภายนอกได้ดีที่ช่วงความเค็ม 25 พีพีที แต่เมื่อความเค็ม 25 พีพีที กุ้งพยายามรักษาระดับให้สูงกว่าน้ำภายนอก เช่นเดียวกับความเข้มข้นของโพแทสเซียมในตับมีการสะสมสูงขึ้นในช่วงความเค็มต่ำกว่า 25 พีพีที ชี้ให้เห็นว่าเมื่อความเค็มลดลงต่ำกว่า 25 พีพีที จะเป็นปัจจัยจำกัดของกุ้งขาว กล่าวคือควรมีการเสริมโพแทสเซียมลงในน้ำชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากน้ำ ในทางตรงข้ามควรเจือจางน้ำด้วยน้ำจืดหรือน้ำความเค็มต่ำหากความเค็มสูงเกิน 45 พีพีที เนื่องจากกุ้งขาวมีการขับโพแทสเซียมในตับออกเมื่อกุ้งเผชิญความเค็มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้มีโพแทสเซียมในร่างกายมากเกินไป อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังเรื่องสัดส่วนของแร่ธาตุแต่ละชนิดด้วย เมื่อมีการเสริมโพแทสเซียมที่ความเค็มต่ำ หรือ การเจือจางที่ความเค็มสูง เพราะอาจจะทำให้สัดส่วนของแร่ธาตุชนิดต่างๆเสียสมดุลไป

คลอไรด์ (Cl)
กุ้งขาวสามารถควบคุมความเข้มข้นคลอไรด์ให้สูงกว่าน้ำภายนอกที่ความเค็ม 5 พีพีที กลไกการปรับตัวดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการขาดแคลนคลอไรด์อย่างมากในน้ำความเค็มต่ำ จึงควรมีการเสริมคลอไรด์ในระบบน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่หายไป กุ้งขาวมีการตอบสนองในการสะสมคลอไรด์ในตับอย่างรวดเร็ว และปริมาณมากกว่าปกติที่ความเค็ม 5 พีพีที ถึง 1.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบปริมาณที่พบในความเค็ม 25 พีพีที อาจเป็นเพราะว่ากุ้งมีการปรับตัวด้วยการสะสมเพื่อนำไปใช้ในยามจำเป็น ในทางตรงข้ามคลอไรด์มีความเข้มข้นสูงขึ้นเมื่อระดับความเค็มสูงขึ้นโดยมีความเข้มข้นสูงสุดที่ความเค็ม 45 พีพีที แต่ต่ำกว่าน้ำภายนอก แสดงให้เห็นว่ากุ้งจะขับคลอไรด์ออกจากระบบเลือดเพื่อให้มีความเข้มข้นต่ำกว่าในน้ำภายนอก ซึ่งในตับก็มีพฤติกรรมการขับออกเช่นเดียวกัน รวมถึงกุ้งมีการผลักดันคลอไรด์ไปสะสมไว้ที่เปลือก จึงทำให้ในเปลือกมีความเข้มข้นของคลอไรด์สูงเมื่อเผชิญกับน้ำความเค็มสูง

แคลเซียม (Ca)
แคลเซียมในเลือดกุ้งมีค่าสูงกว่าในน้ำตลอดทุกระดับความเค็ม โดยความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดกุ้งขาวมีค่าค่อนข้างคงที่ กล่าวได้ว่าความเค็มไม่มีอิทธิพลต่อระดับแคลเซียมในเลือด และกุ้งพยายามควบคุมแคลเซียมในเปลือก และตับให้ความเค็มคงที่เมื่อความเค็มต่ำกว่า 25 พีพีที ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการที่กุ้งจะขาดแคลเซียมในน้ำความเค็มต่ำ ถึงแม้ว่ากุ้งสามารถใช้แคลเซียมจากอาหารได้อีกทางหนึ่งก็ตาม กุ้งพยายามรักษาระดับของแคลเซียมให้คงที่ในระดับเลือด และลดแคลเซียมในเปลือก และในตับที่เผชิญความเค็ม 45 พีพีที ชี้ให้เห็นว่าถ้าแคลเซียมมีมากเกินไปพยายามขับออกนอกร่างกาย หรือไปเก็บไว้ในอวัยวะจำเพาะ ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่กุ้งรับแคลเซียมมากเกินไปจนกุ้งปฏิเสธการยอมรับ


ทองแดง (Cu)
ทองแดงในเลือดมีค่าสูงกว่าในทุกระดับความเค็ม โดยความเค็มต่ำส่งผลส่งผลให้ความเข้มข้นของทองแดง ในเลือด เปลือก และในตับกุ้งขาวมีค่ามากกว่าที่ระดับความเค็ม 45 พีพีทีเนื่องจากกุ้งใช้พลังงานมากขึ้นในการควบคุมสมดุลเกลือแร่ จึงจำเป็นต้องนำทองแดงเข้าสู่ระบบเลือดเพื่อไปใช้ในกระบวนการหายใจซึ่งสัมพันธ์กับการจับออกซิเจน และเกี่ยวข้องกับการนำออกซิเจนมาใช้ในกิจกรรมภายในเซลล์ด้วย จึงยังมีค่าสูงถึงแม้ว่าถูกเจือจางจากน้ำภายนอกก็ตาม เพราะกุ้งโดยทั่วไปแล้วมีอัตราการหายใจสูงขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะจะต้องปรับสมดุลภายในร่างกาย ซึ่งต้องใช้พลังงานมาก ชี้ให้เห็นว่ากุ้งชนิดนี้น่าจะมีการใช้พลังงานสูงเมื่อเผชิญกับน้ำความเค็มต่ำมากกว่าน้ำความเค็มสูง


ฟอสฟอรัส (P)
ฟอสฟอรัสในเลือดกุ้งมีค่าสูงกว่าในน้ำทุกระดับความเค็ม โดยความเข้มข้นของฟอสฟอรัสในเลือดกุ้งขาวมีค่าคงที่ กล่าวได้ว่า การเปลี่ยนแปลงความเค็มจึงไม่ส่งผลแต่อย่างใดต่อความเข้มข้นของฟอสฟอรัสในเลือด หรืออีกทางหนึ่ง กุ้งพยายามรักษาระดับของฟอสฟอรัสให้คงที่ในระบบเลือด และเปลือก หากมีมากเกินไปกุ้งพยายามขับออกนอกร่างกายไปเก็บที่อวัยวะเฉพาะ จึงทำให้ระดับของฟอสฟอรัสสูงเมื่อความเค็มสูงขึ้นหรือเร่งนำไปใช้ในการสร้างเปลือก ดังนั้นปริมาณฟอสฟอรัสที่พบในเลือดจึงมีปริมาณไม่สูงนัก

แมกนีเซียม และกำมะถัน (Mg และ S)
กุ้งขาวมีระดับแมกนีเซียมต่ำกว่าน้ำภายนอกตั้งแต่ความเค็มสูงกว่า 5 พีพีที เป็นต้นไป เช่นเดียวกับในกุ้งชนิดอื่นมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำกว่าภายนอก กุ้งขาวมีการรักษาระดับแมกนีเซียม และกำมะถันได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง กล่าวคือเมื่อความเค็มสูงขึ้นกว่า 25 พีพีที ขึ้นไป กุ้งสามารถปรับระดับแมกนีเซียมและกำมะถันในเลือดไม่ให้สูงขึ้นมากเกิน อาจเป็นการชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ในน้ำมีความเข้มข้นแมกนีเซียม และกำมะถันสูง กุ้งสามารถปรับให้สูงได้ แต่มีความเข้มข้นต่ำกว่าสภาพแวดล้อมเสมอ รวมทั้งกุ้งยังสามารถสะสมแมกนีเซียม และกำมะถันในเปลือกและตับให้สูงขึ้นเมื่อความเค็มสูงขึ้นกว่า 25 พีพีที ขึ้นไปได้ ในทางตรงกันข้าม เมื่อกุ้งเผชิญความเค็มต่ำกุ้งตอบสนองด้วยการสะสมแมกนีเซียม และกำมะถันในเลือดอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มมากกว่าปกติที่ความเค็ม 5 พีพีที ถึง 1.75 เท่า และ 0.57 เท่า ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับที่ระดับความเค็ม 25 พีพีที ชี้ให้เห็นว่ากุ้งพยายามควบคุมแมกนีเซียม และกำมะถันในเลือดให้ได้ในสภาวะที่ขาดในน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง แมกนีเซียมนับว่าเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างเปลือกตลอดวงจรการลอกคราบ

สรุป
ความเค็มที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งขาวอยู่ที่ 25 พีพีที เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระเคมีที่มีการควบคุมได้ดีหรือมีการเปลี่ยนแปลงต่ำ ส่วนระดับความเค็มที่ต่ำกว่า 25 พีพีที ควรที่จะตระหนักถึงการเสริมแร่ธาตุบางชนิดในน้ำหรือในอาหารตามความเหมาะสม และที่ความเค็มที่สูงถึง 45 พีพีที หรือมากกว่ามีความจำเป็นต้องเจือจางน้ำความเค็มต่ำเพื่อให้ความเข้มข้นของแร่ธาตุบางชนิดต่ำลง อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงสัดส่วนแร่ธาตุด้วย .


นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ ุ30/6/2010
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด