ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

วิเคราะห์ กุ้งไทย วันนี้ กับจีเอ็ม "พิสิฐ"


บทสัมภาษณ์ คุณพิสิฐ สุริยาประเสริฐ ผู้จัดการทั่วไป / ฝ่ายขายและการตลาด
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

เริ่มศักราชการเลี้ยงกุ้งในปี 2553 โดยในปีนี้ถือว่าประเทศไทยยังคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในด้านการตลาดและภาคการผลิตอย่างเช่นเคย แม้ว่าผลการเลี้ยงโดยภาพรวมในปีที่แล้วจะดีขึ้นทั้งในแง่ผลผลิตและราคา แต่ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมกุ้งไทย การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เป็นต้นเหตุของหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะโรคขี้ขาวที่ระบาดอย่างรุนแรงทั่วพื้นที่การเลี้ยงกุ้ง
เมื่อมองย้อนกลับไปช่วงรอยต่อระหว่างครึ่งปีที่แล้วกับปีนี้ เห็นได้ชัดว่าผลจากความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งในปี 2552 และปัจจัยราคาที่ดีเป็นตัวกระตุ้นให้การเลี้ยงกุ้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 คึกคักเป็นอย่างมาก แต่หลังจากนั้นไม่นานต้องประสบกับปัญหาโรคขี้ขาวระบาดอย่างหนัก เกษตรกรหลายคนตั้งสมมติฐานว่าสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากอาหารกุ้งที่อาจมีปัญหาในด้านวัตถุดิบ สำหรับเรื่องนี้ทาง คุณพิสิฐ สุริยาประเสริฐ ผู้จัดการทั่วไป / ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด ได้มาแชร์มุมมองในเรื่องนี้อย่างน่าสนใจทีเดียว
คุณพิสิฐกล่าวถึงสถานการณ์ผลผลิตกุ้งในภาพรวมว่า "หากพูดถึงผลผลิตกุ้งในปี 2553 นี้ ผมจะมองที่ครึ่งปีแรกก่อน ตลาดในครึ่งปีโตขึ้นประมาณ 15 - 20% ในขณะที่หลายคนถามว่าปีนี้จะปิดจบอย่างไร ซึ่งจุดชี้วัดอยู่ที่ผลการเลี้ยงในช่วงครึ่งปีหลัง
เพราะเมื่อเราย้อนกลับไปดูในปีที่แล้ว (2552) โดยเฉพาะไตรมาสแรก มีผลผลิตน้อยมาก เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงเลี้ยงกุ้งมีความกังวลมาตั้งแต่กลางปี 2551 เพราะผลจากสภาพเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบกับราคากุ้งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ จนกระทั่งปลายปี 2551 ทางชมรม หรือสมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง ในแต่ละจังหวัด ต่างมีแนวทางว่าว่าจะลดกำลังการผลิตกุ้งทั้งประเทศในปี 2552 ลงประมาณ 20% เนื่องจากเกรงว่าตลาดหลักอย่างอเมริกามีกำลังซื้อลดลง(เกรงว่าหากมีผลผลิตมากราคาจะตก และความวิตกกังวลช่วงสถานการณ์ราคากุ้งตอนปลายปี 2551 ที่ตกต่ำลงมาก ส่งผลกระทบถึงผลผลิตกุ้งปี 2552 โดยเฉพาะไตรมาสที่ 1 ที่ปริมาณกุ้งลดลงอย่างมาก ทั้งปริมาณบ่อ และความหนาแน่นในการเลี้ยง กระทั่งไตรมาสที่ 2 ก็ไม่ดีเท่าที่ควร จวบจนเข้าไตรมาสที่ 3 ผลผลิตเริ่มดีขึ้ ถ้ายังพอจำกันได้ปี 2552 เป็นปีที่กุ้งไซส์ใหญ่ออกสู่ตลาดเป็นปริมาณมาก ปัจจัยสำคัญคือสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมดี รวมถึงลูกกุ้งโดยส่วนส่วนใหญ่มีคุณภาพดี ส่งผลให้การเลี้ยงโดยรวม ดีหมด เลี้ยงง่าย เกษตรกรที่เคยเลี้ยงกุ้งขนาดเล็ก ก็สามารถทำขนาดกุ้งได้ใหญ่ขึ้น เป็นเหตุให้มีกุ้งขนาดใหญ่ออกสู่ตลาดมากเป็นประวัติการณ์ (ราคาในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ราคารับซื้อกุ้ง 30 ตัว/กก.ตกลงมาที่150 บาท)
เมื่อมาเปรียบเทียบปีนี้จะเห็นภาพชัดเจนด้วยผลพวงจากครึ่งหลังของปี 2552 ที่ภาพรวมเป็นบวกหมด เป็นเหตุให้ทุกคนก็เริ่มการลงกุ้งกันต่อเนื่องมาจนต้นปี 2553 ประกอบกับทางอินโดนีเซียยังไม่ฟื้นตัวจากโรค IMNV ตลาดหลักอย่างอเมริกาเริ่มฟื้นตัว จึงน่าจะเป็นปีที่สดใสของอุตสาหกรรมกุ้งไทย แต่ปรากฏว่าต้องมาเจอกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยเฉพาะภัยแล้ง และอุณหภูมิที่สูงมากและต่อเนื่องมาถึงกลางปี ส่งผลการเจริญเติบโตและโรคขี้ขาว อีกทั้งปริมาณลูกกุ้งก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ


วิเคราะห์สาเหตุขี้ขาว

ประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน คือ โรคขี้ขาวที่มีการระบาดตั้งแต่ต้นปีอย่างต่อเนื่องและรุนแรง เกษตรกรหลายท่านคิดว่าเป็นสาเหตุมาจากอาหารกุ้ง แต่ช่วงหลังก็เริ่มเข้าใจว่าอาหารอาจไม่ใช่สาเหตุ เพราะไม่ว่าจะใช้อาหารของบริษัทใดก็เจอปัญหาเหมือนกันหมด ซึ่งปัญหาหลักมาจากเชื้อแบคทีเรียหรือ บางส่วนอาจมาจากพยาธิ(กรีเกอรีน) และส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากการจัดการ ซึ่งไม่ใช่ว่าผู้เลี้ยงกุ้งจัดการไม่ดี เพียงแต่การจัดการในแบบเดิมๆที่เคยทำกันมาอาจไม่เพียงพอกับสภาวะของปีนี้ ที่อากาศร้อนขึ้น การลงกุ้งหนาแน่นขึ้น เป็นเหตุให้ปฏิกิริยาทางเคมีจากการย่อยสลายของเสียในบ่อเกิดมากขึ้นเร็วขึ้น แม้เปิดเครื่องเปิดเครื่องให้อากาศเท่าเดิม แต่ออกซิเจนที่ละลายในน้ำน้อยลง นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สภาพในบ่อแย่ลง เพราะฉะนั้นปีนี้ ในไตรมาสที่1 ครึ่งปีแรกผลผลิตเพิ่มขึ้น 15 - 20% (เทียบปี 2552) ทั้งๆ ที่เราเจอปัญหาเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิสูง การเจริญเติบโตช้า และขี้ขาว แต่เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีที่แล้วที่ผลผลิตน้อยมาก ก็ยังนับว่าดีขึ้น จริงๆแล้วผมคิดว่ามันจะต้องโตไม่ต่ำกว่า 30%หากปีนี้ไม่มีปัญหาดังที่กล่าวมา ดังนั้นตัวชี้วัดอยู่ที่ครึ่งหลังของปีนี้ เมื่อสภาพอากาศดีขึ้น ปัญหาการบลูมของเชื้อแบคทีเรียลดลง หากผลการเลี้ยงดีขึ้นในมุมมองของผมปริมาณผลผลิตน่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 15 % แต่ถ้าการเลี้ยงไม่ดีขึ้น ยังเลี้ยงยากเหมือนเดิม ปี 2553 ผลผลิตอาจใกล้เคียง หรืออย่างเก่งผลผลิตอาจดีขึ้น 5-10 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
สำหรับไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มีความตระหนักอยู่เสมอปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไรก็ตาม เราถือว่าเป็นปัญหาของเราเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญสาเหตุของโรคขี้ขาวนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเป็นหลัก ในสภาพที่กล่าวมาในข้างต้นนั้น ใช้อาหารยี่ห้อไหนก็มีโอกาสเกิดโรคขี้ขาวได้เช่นกัน หลายท่านอาจมองว่าวัตถุดิบอาหารสัตว์มีปัญหา ในปี 2553 คุณภาพของวัตถุดิบไม่ได้มีความแตกต่างในเชิงคุณภาพเมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตอาหารสัตว์ปี 2551 ที่วัตถุดิบเจอภาวะขาดแคลนอย่างหนัก ในขณะที่ราคาอาหารสัตว์ก็ไม่สามารถปรับขึ้นได้ กลุ่มสัตว์บก เช่น หมู ไก่ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อาหารสัตว์น้ำก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากรัฐบาลต้องการช่วยเกษตรกรในการควบคุมเรื่องของต้นทุน ในช่วงนั้นคุณภาพวัตถุดิบนอกจากราคาแพงแล้ว คุณภาพยังไม่ดีเหมือนกับปัจจุบัน โดยส่วนตัวผมก็มองว่าวัตถุดิบไม่ได้เป็นปัญหา กุ้งที่มีอาการขี้ขาว สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเกิดจากโปรโตซัวอย่างกรีเกอรีน ประเด็นก็คือ กุ้งเป็นขี้ขาวแล้วป่วย หรือ ป่วยก่อนเป็นขี้ขาว กุ้งจะแสดงอาการป่วย(ขี้ขาว)ก็ต่อเมื่อเกิดการติดเชื้อแล้ว ส่วนคำถามที่ว่าทำไมกินอาหารเบอร์นี้ไม่เป็น ทำไมเปลี่ยนเบอร์อาหารแล้วเป็น สมมุติว่ากินอาหารเบอร์ 3 เมื่อเปลี่ยนเป็นเบอร์ 4 แล้วเป็นขี้ขาว น่าจะเป็นเหตุบังเอิญมากกว่า เพราะบางครั้งไม่ได้เปลี่ยนเบอร์อาหารก็มีอาการขี้ขาวเช่นเดียวกันเมื่อเปลี่ยนอาหาร อาจจะหาย 10 วัน หรือ 15 วัน จากนั้นก็กลับมาเป็นอีก กับอีกประเด็นที่ว่ากินอาหารของบริษัทหนึ่งมีอาการขี้ขาว พอเปลี่ยนอาหารอีกบริษัทหนึ่งกลับหาย จริงๆ แล้วผมมีข้อมูลอีกอย่างหนึ่งว่าบางทีใช้อาหารของบริษัทเดียวกันพอเปลี่ยนเบอร์อาหาร อาการขี้ขาวก็หาย หรือบางทีเปลี่ยนเป็นอาหารชุดใหม่ก็หาย ทั้งๆ อาหารแต่ละชุดนั้นก็มาจากวัตถุดิบชุดเดียวกัน ซึ่งโดยความจริงแล้วเมื่อเกษตรกรเจอขี้ขาว นอกจากการเปลี่ยนอาหารแล้วก็ยังทำการบำบัดน้ำและอื่นๆร่วมด้วย และที่ว่าหายนั้น น่าจะเรียกว่าอาการดีขึ้นมากกว่า คงไม่มีกรณีที่เปลี่ยนอาหารแล้วหายจากโรคทันทีโดยไม่มีการบำบัดอย่างอื่นควบคู่กันไป
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาของบริษัทที่ผ่านมา เฉพาะหน้าจะส่งกรดอินทรีย์ให้เกษตรกรผสมอาหารให้กุ้งกิน 3 - 5 วัน ในอัตรา 3 - 5 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมในกรณีที่สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย และแนะนำให้ไปแก้ที่ต้นเหตุ เช่น การฆ่าเชื้อในน้ำอย่างเหมาะสม การใส่จุลินทรีย์หลังจากฆ่าเชื้อในน้ำ เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ดีเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างสมดุลย์ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราแนะนำแก่ลูกค้าของเรา


ภารกิจของไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์
ไทยยูเนี่ยนฯนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องของการสร้างบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถแก้ไขปัญหาหรือส่งเสริมเสริมศักยภาพให้กับเกษตรกรได้ ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเปิดกว้างมากที่จะรับฟังเหตุผล และถกกันถึงปัญหาในการเลี้ยง ความคาดหวังของไทยยูเนี่ยนฯคือ ฝ่ายขายและฝ่ายวิชาการจะเป็นผู้ช่วยที่ดีกับเกษตรกรโดยการให้ข้อมูล และข้อแนะนำที่ผู้เลี้ยงกุ้งยังไม่ทราบ หรือเคยทราบมาแต่อาจจะลืมไปแล้ว หรือมองข้ามไป พร้อมกับมีข้อมูลใหม่ๆ มาแนะนำอย่างจริงใจ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกรเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอมา โจทย์สำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้เป็นที่ไว้วางใจของเกษตรกร นำเสนอการบริการของทีมขายออกไปให้มีความชัดเจนและมีความยั่งยืนได้ ซึ่งทั้งสองข้อนี้เป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย แต่เรากำลังเดินเข้าไปเพื่อตอบโจทย์นี้ บริษัทมีหน้าที่ผลิตทั้งสองอย่าง ทั้งผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้คือ อาหารกุ้ง และบริการที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นประโยขน์ต่อลูกค้าของเรา ไทยยูเนี่ยนฯมีความชัดเจนในส่วนนี้ ทุกคนทราบเหมือนกันหมดว่าอาหารสัตว์ คุณภาพเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ทุกรายมีเจตนาที่ต้องการผลิตอาหารที่มีคุณภาพเหมือนกันหมด ก่อนจะมาเป็นอาหาร เกิดจากวัตถุดิบอาหารสัตว์หลายชนิดมารวมกัน แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฤดูกาล แหล่งที่มา โดยในส่วนของวัตถุดิบนั้นย่อมมีความไม่นิ่งตามฤดูกาลป็นธรรมดา แต่เมื่อนำมารวมกันเพื่อผลิตเป็นอาหารแล้วต้องมีคุณภาพที่สม่ำเสมอคงที่ที่สุด ต้องอาศัยปฏิภาณที่แน่วแน่และความตั้งใจจริง อย่างไทยยูเนี่ยนฯ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า "เราจะเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ ที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย " แม้ปัจจุบันเรายังไม่อยู่ในจุดนั้น แต่เราจะเดินเข้าใกล้จุดหมายขึ้นทุกปี เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจน อีกด้านคือ การบริการ ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมประกาศในทีมขายว่าต้องมีความใกล้ชิดกับเกษตรกรมากขึ้น ต้องเข้าไปถึงบ่อของเกษตรกร เพื่อรับทราบปัญหาที่แท้จริงและหาทางแก้ไขอย่างได้ถูกต้อง คนมีบ่อมากให้เวลามาก คนมีบ่อน้อยก็ให้เวลาที่เหมาะสม ทุกรายจะได้รับบริการอย่างทั่วถึง ฝ่ายวิชาการก็ต้องพัฒนาความรู้ให้เต็มที่ บริษัทไหนที่มีเป้าหมายแบบเดียวกันเราก็ยินดีในจุดนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับเกษตรกรและภาพรวมของอุตสาหกรรมกุ้งไทย

ท้ายสุดคุณพิสิฐ ได้ฝากว่า ผู้เลี้ยงกุ้งของประเทศไทยถือว่ามีความสามารถเป็นอันดับ 1 มานานกว่า 20 ปี หมายถึงบ่อกุ้งใช้มานานกว่า มีการใช้ทรัพยากรมากขึ้นเรื่อยๆ แนวทางการเลี้ยงก็มีการพัฒนามายิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้น ดังนั้นวิธีการจัดการที่ผ่านมา อาจจะได้ผลไม่ดีเท่าเมื่อก่อน ผู้เลี้ยงกุ้งจึงต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม บางส่วนทบทวนใหม่ เปิดรับความรู้ใหม่ๆ บางส่วนต้องดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อม สำหรับลูกค้าไทยยูเนี่ยนอยากจะฝากว่า ไทยยูเนี่ยนกับลูกค้าเราเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน และเราเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เป้าหมายคือทำให้ลูกค้าเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จ บริษัทจะเติบโตได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเกษตรกร ทุกอย่างที่บริษัทสามารถช่วยเหลือ หรือบริการได้ก็ยินดีที่จะทำอย่างเต็มที่ .

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ ุ14/09/2553
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด