ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ขี้ขาว อาการกุ้งขี้ขาว ในประเทศไทย
White feces syndrome
in thailand
โดยเอกอนันต์ ยุวเบญจพล

ฝ่ายวิชาการบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด
-

ž อาการขี้ขาวเป็นอาการที่คนเลี้ยงกุ้งสามารถพบได้ทุกช่วงของการเลี้ยงตั้งแต่อายุ 25 วันจนถึงจับ แต่จากการเก็บข้อมูลที่มีปัจจุบันพบว่าช่วงที่มีพบเริ่มต้นคืออายุประมาณ 45-60 วัน และนับวันจะเป็นปัญหาที่รบกวนเกษตรกรเป็น อย่างมากใน
แต่ละปี โดยการเกิดขี้ขาวพอจะแบ่งความรุนแรงได้ 2 ลักษณะ
1. หากเป็นขี้ขาวลอยมากและค่อนข้างเป็นเส้นที่ละเอียดและลอยเป็นจำนวนมาก ใช้มือบีบขี้ที่ลอยน้ำจะนุ่มละเอียด และทวีความรุนแรงภายใน 3-5 วัน จนเป็นสาเหตุให้การกินอาหารลดลงมาก และดูสภาพเซลล์ตับ-ตับอ่อน และเม็ดไขมันประกอบพบว่า กุ้งจะมีอาการตับฝ่อร่วมกับการเป็นขี้ขาว เซลล์ตับและเซลล์เม็ดไขมันไม่มีเลยโดนทำลายหมดหรือหลุดออกมาหมด
(ขี้ขาวที่เห็นเมื่อส่องกล้องจะเจอแต่เม็ดไขมัน)และเกือบทุกกรณีตรวจพบเชื้อแบคทีเรียทั้งในเซลล์ตับและตับอ่อน และในลำไส้เกิดการอักเสบ อย่างรุนแรง(ปัจจุบันดร.ชลอและทีมงานได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากุ้งที่เป็นขี้ขาวจากหลายๆฟาร์ม
เมื่อดูดเลือดกุ้งมาเพาะเชื้อจะพบเชื้อแบคทีเรียมากกว่าภาวะปกติหลายเท่า)
ส่วนคุณภาพน้ำที่เจอเราพบว่ามีความสัมพันธ์กับการแก้ปัญหาขี้ขาวคือ ถ้าคุณภาพน้ำในบ่อมีปัญหาเรื่อง แอมโมเนีย แก๊สไข่เน่า หรือไนไตร์ทสูงช่วงที่มีการระบาดของอาการขี้ขาวจะพบในบ่อดังกล่าวง่ายครับ อีกทั้งกรณีการเกิดสาหร่ายกลุ่มสีเขียวแกมน้ำเงิน เช่น สาหร่ายขนแมว (Oscillatoria spp.) สาหร่ายเม็ด (Microcystis spp.) แพลงก์ตอนกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต(Dinoflagellate)ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับสารพิษ
ที่สาหร่ายกลุ่มนี้ที่สามารถสร้างและทำให้กุ้งเกิดความ เครียดจนเป็นสาเหตุโน้มนำให้เกิดการทำลายของ
เชื้อแบคทีเรียตามมา (Secondary infection)ได้เช่นกัน

2. กรณีที่เป็นขี้ขาว แต่ไม่รุนแรง และลักษณะเส้นขี้ขาวที่ลอยน้ำ เส้นยาว ๆ และใช้มือบีบจะมีลักษณะเป็นเม็ดสาก ๆ การตายจะไม่รุนแรง การกินอาหารจะไม่ลดลงมาก แต่จะไม่กินเพิ่มทำให้การเลี้ยงไม่ประสบผลสำเร็จเพราะกุ้งจะกินอยู่เท่าเดิมตลอด หรือค่อย ๆ ลดปริมาณลง การแก้ปัญหาการกินสารแก้ขี้ขาวทั่วไป ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะมาจากการที่กุ้งย่อยอาหารไม่สมบูรณ์หรือสิ่งที่กุ้งกินเข้าไปไม่เหมาะสมกับการนำไปใช้ของตัวกุ้ง

สาเหตุการเกิดขี้ขาว
1. ขี้ขาวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Vibrio parahaemolyticus (โคโลนีสีเขียว)
ž V. fluvialis (โคโลนีสีเหลือง) V. vulnificus (โคโลนีสีเขียว) V. mimicus (โคโลนีสีเขียว)
ซึ่งพบทุกพื้นที่เพราะไม่ว่าจะสาเหตุเริ่มต้นเพราะอะไร สุดท้ายแบคทีเรียก็เข้ามาสมทบ หลังจากที่กุ้งเกิดความเครียด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเขตน้ำจืดหรือเลี้ยงความเค็มปกติ ความเค็มสูงก็สามารถเจอได้เหมือนกัน ความรุนแรงคล้าย ๆ กัน หากเกษตรกรให้กุ้งกินสารแก้ถูกชนิด(การผสมกรดอินทรีย์ในอาหาร หรือ ผสมโปรไบโอติกในอาหาร)ตอนเริ่มเป็นก็สามารถลดความรุนแรงได้ และหากสภาพแวดล้อมไม่ดีกุ้งก็จะกลับมาเป็นขี้ขาวอีกและหนักกว่าเดิม และเป็นสาเหตุหลักของการขาดทุนและต้องจับก่อน กำหนด

2. ขี้ขาวที่เกิดจากพวกพยาธิ ชื่อ กรีการีน จากข้อมูลที่เก็บและลงพื้นที่ด้วยตนเองพบว่าปัญหาขี้ขาวในบางพื้นที่ของไทยเกิดจากพยาธิกรีการีนจริงๆ
เพราะตรวจเองและก็เจอจริงๆเช่นในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อาการขี้ขาวที่เกิดจากพยาธิที่ทำลายลำไส้กุ้งเริ่มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นสาเหตุให้แบคทีเรียทำลายสุดท้ายรักษาไม่หายก็ต้องจับกุ้งเพราะว่ากุ้งกิน อาหาร ไม่เพิ่ม มีแต่เท่าเดิมหรือลดลงซึ่งความรุนแรงตอนนี้พบทั้งในน้ำจืด และเป็นปัญหาหนักในเขตที่เลี้ยงความเค็ม
หากขี้ขาวเกิดจากพยาธิชื่อกรีการีน เราสามารถแก้ได้โดยการให้กินกระเทียม 10 กรัม/อาหารกุ้ง 1 กิโลกรัมติดต่อกัน5วัน หรือล่าสุด ที่ น.สพ. วิศณุ บุญญาวิวัฒน์(จากงานประชุมวิชาการที่จุฬาฯกันยายน2553) แนะนำว่าถ้ากุ้งอายุไม่เกิน60 วันจะแนะนำให้กินยากลุ่มcoccidiostat(ยาแก้โรคบิดในสัตว์บก) เน้นนะครับว่าถ้ากุ้งอายุมากกว่านี้ไม่ให้กินยาโดยเด็ดขาด แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวผมแนะนำให้ผสมกระเทียมดีกว่า

3. ขี้ขาวที่เกิดจากสารพิษต่าง ๆที่สามารถทำให้กุ้งเกิดการระคายเคืองในลำไส้ เช่น กรณีอาหารไม่ได้คุณภาพ สารพิษจากเชื้อรา สารพิษจากแพลงก์ตอน ซึ่งกลุ่มนี้จริง ๆ เจอน้อยมาก ส่วนมากจะโดนสมทบโดยพยาธิและแบคทีเรีย แก้ปัญหาเปลี่ยนอาหาร เปลี่ยนถ่ายน้ำลดกลุ่มแพลงก์ตอนเดิม

แนวทางการป้องกันและรักษาโรคขี้ขาว
1. ควรนำกุ้งและขี้กุ้งไปให้นักวิชาการที่มีความชำนาญตรวจเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกันการเกิดปัญหา
2. การให้กุ้งกินโปรไบโอติกเพื่อป้องกันการติดเชื้อในลำไส้หรือทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เป็นการป้องกันแบคทีเรียเข้าทำลายลำไส้ โดยเฉพาะโปรไบโอติกสายพันธุ์ที่ทนทานในลำไส้และมีประโยชน์อย่างแท้จริง
3. การเตรียมบ่อ เตรียมน้ำอย่างดี และปล่อยกุ้งในปริมาณที่เหมาะสม จะเป็นการลดปัญหาโรคขี้ขาวอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมาบ่อไหนเตรียมบ่อดี ปัญหาขี้ขาวน้อยกว่าบ่อที่เร่งลงกุ้งโดยไม่ยอมปรับปรุงสภาพพื้นบ่อและเตรียมน้ำให้ดี
4.การพยายามควบคุมอย่าให้มีแพลงก์ตอนพิษ เช่นในเขตเลี้ยงความเค็มต่ำหรือน้ำจืดควรระวังกลุ่มสีเขียวแกมน้ำเงิน เช่น สาหร่ายขนแมว สาหร่ายเม็ด เพราะแพลงก์ตอนพิษนี้สามารถสร้างสารที่อาจทำให้ลำไส้กุ้งระคายเคืองหรืออักเสบได้ และทำให้พีเอชของน้ำสูงกว่าปกติทำให้กุ้งเกิดความเครียด ดังนั้นมีจำนวนมากที่บ่อมีปัญหาสาหร่ายขนแมวแล้วขี้ขาวจะตามมา หรือในเขตน้ำเค็มความเค็มสูงให้ระวังแพลงก์ตอนเรืองแสง(Dinoflagellate) ซึ่งสร้างสารพิษทำให้ลำไส้กุ้งอักเสบเป็นขี้ขาวได้เช่นกัน
5. ควรมองประเด็นขี้ขาวไปที่พยาธิภายในด้วยเช่นกัน เพราะบ่อยครั้งเกษตรกรเคยกินสารแก้ปัญหาขี้ขาวที่เกิดจากแบคทีเรีย บางครั้งหายแต่บางครั้งไม่ได้ผล หรือปัจจุบันการรักษายิ่งยากลำบากขึ้น ซึ่งน่าจะมีการดื้อยา หรือมีพยาธิทำลายในลำไส้ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นประเด็นขี้ขาวจะมีความรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมในแทบทุกพื้นที่ และสัมพันธ์กันไปหมด หากบ่อไหนเป็นในพื้นที่ใกล้เคียงกันก็จะเป็นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่น่ากลัวเท่าไวรัส ตัวแดงดวงขาวหรือ โรคหัวเหลือง แต่ก็ทำให้เราสิ้นเปลืองมากเพราะมันจะเป็นเรื้อรัง ดังนั้นหากได้ตรวจผลแน่ชัดว่าขี้ขาวที่เกิดในบ่อเรานั้นเกิดจากพยาธิ แต่กินอาหารไม่ลดมากควรกินสารกำจัดพยาธิในลำไส้ เช่นกระเทียม
6. หากเป็นขี้ขาวรุนแรงเราควรมองประเด็นแบคทีเรีย หรือการร่วมกันระหว่างแบคทีเรียและพยาธิในลำไส้ ดังนั้นควรกินสารที่ใช้ในลำไส้ได้จริง ๆ และมีสารที่มีประสิทธิภาพในการสมานแผลและเคลือบลำไส้ ที่สำคัญทุกครั้ง ที่เราแก้ปัญหาขี้ขาวในลำไส้ในตัวกุ้งจำเป็นต้องจัดการเชื้อในน้ำทุกครั้ง โดยการใช้ไอโอดีนหรือสารเคมีที่กำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เพราะไม่ว่าเราจะจัดการในตัวได้ดีเพียงไรแต่ในน้ำไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาขี้ขาวก็จะกลับมา เหมือนเดิม
ดังนั้นรักษาในตัวกุ้งโดยการกินสารกำจัดเชื้อแล้วยังต้องควบคู่กับการรักษาในน้ำโดยใช้ยาฆ่าเชื้อเสมอ
เพื่อประสิทธิภาพในการักษาและป้องกันปัญหาย้อนกลับมาอีก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 ได้มีการนำส่งขี้ขาวและกุ้งที่มีอาการจากจังหวัดจันทบุรีและนครปฐมเข้ามาในศูนย์ฯของทีมงานดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ และได้มีการส่องกล้องพร้อมเพาะเชื้อจากเลือด พบว่ากุ้งตัวอย่างไม่มีกรีการีน แต่ปริมาณเชื้อแบคทีเรียในเลือดมีมากกว่าปกติมาก อีกทั้งขี้กุ้งสีขาว ที่เก็บจากผิวน้ำเมื่อนำมาส่องกล้องเราก็จะพบแต่เซลเม็ดไขมันเต็มไปหมด ไม่มีกรีการีนในขี้ขาวที่ลอยเลย.
หากใครมีข้อซักถามเพิ่มเติม หรือต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ส
ามารถติดต่อได้ที่ 081-9080655

เอกอนันต์ ยุวเบญจพล

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ ุ11/10/2553
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด