ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ พบแล้ว หนึ่งสาเหตุสำคัญ ของ อีเอ็มเอส(EMS)
ต้นตอ อาการกุ้งตายด่วน หรือ กุ้งตายก่อนวัยอันควร คือ...

ในช่วงกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ท่านอาจารย์ ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณได้เดินสายสัมมนาให้กับคนเลี้ยงกุ้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งที่มีการพูดหรือถามถึงเสมอคือเรื่องอาการ อีเอ็มเอส(EMS) ซึ่งหลายคน หลายฝ่ายเป็นห่วงและทราบว่าท่านอาจารย์ชลอและทีมงานของท่าน ได้ตามติด เก็บตัวอย่างจริง เก็บข้อมูลในพื้นที่และทำการทดลอง ส่งตรวจ เพื่อพิสูจน์ว่าอะไรคือสาเหตุของอีเอ็มเอสในไทย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาทางบริษัท โนวัสฯ ได้จัดสัมมนา ณ โรงแรม เคพีแกรนด์ จ.จันทบุรี ในหัวข้อ "สาเหตุและแนวทางการป้องกันโรคอีเอ็มเอส EMS
(Early Mortality Syndrome )" โดย รศ. ดร. ชลอ ลิ้มสุวรรณ
ซึ่งในงานนี้ทางทีมงานไทยยูเนี่ยนฯได้ร่วมเข้าไปกระจายข่าวและเชิญชวนเกษตรกรเจ้าของฟาร์มกุ้งในพื้นที่ตะวันออกให้มาร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ เนื่องจากมองว่ามีความสำคัญและเป็นการสัมมนาแบบเปิดกว้างไม่มีการแบ่งค่าย มองในแง่การให้ความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับเรื่อง อาการกุ้งด่วนตาย หรือ อาการกุ้งตายด่วน หรือ อาจเรียกกุ้งตายก่อนวัยอันควร ซึ่งในวันนั้นเป็นวันที่ ท่านอาจารย์ชลอ ได้แจงข้อพิสูจน์และได้ฟันธงถึงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอีเอ็มเอสภายในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งรายละเอียดมี ดังนี้

อีเอ็มเอส ( EMS (Early Mortality Syndrome) ) หรือ อาการตายด่วน หรืออาการด่วนตาย หรือ ในต่างประเทศ ยังมีการเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
Acute Hepatopancreatic Necrosis Syndrome (AHNS) โดย ดร.ไลท์เนอ ซึ่งแปลตามชื่อที่ดร.ไลท์เนอ ตั้งไว้คือ อาการที่พบว่าส่วนของเซลตับกุ้งมีลักษณะการตายหรือถูกทำลายอย่างรุนแรง

ลักษณะอาการแบบไหนที่เรียกว่า อีเอ็มเอส กล่าวคือ หลังจากปล่อยกุ้งลงเลี้ยงในบ่อเพียง 10-20 วัน พบกุ้งมีอาการการตายเร็วและตายมาก หรือตายก่อน 1 เดือน โดย อีเอ็มเอส จะพบได้ทั้งกุ้งดำและกุ้งขาวเมื่อนำตัวอย่างกุ้งที่มีอาการมาตัดดูเนื้อเยื่อ
พบว่ามีแบคทีเรียจำนวนมากในเซลล์ตับ และเซลล์ตับถูกทำลาย ไขมันตับมีน้อยมาก ตับลีบฝ่อ ตับไม่สามารถทำงานได้จึงทำให้กุ้งตาย นั่นเอง จากความร่วมมือในการตรวจหาเชื้อ จากตัวอย่างกุ้งที่ส่งตรวจ กับทีมงานดร.ทิม เฟลเกล และดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ ทำให้ทราบว่า
แบคทีเรียที่พบมากในตับจากตัวอย่างกุ้งที่มีอาการ อีเอ็มเอส มี 3 กลุ่มหลักๆ คือ
กลุ่ม Burkholdiales : Ralstonia
กลุ่ม Sphingononadales : Delftia หรือ Pseudomonas
กลุ่ม Actinomycetales : Leifsonia, Rhodococus
แบคทีเรียที่พบมากทั้ง 3 กลุ่ม เป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด
ซึ่งเชื่อว่ามาจากการโรงเพาะฟักที่ใช้โปรไบโอติกที่มีแบคทีเรียในกลุ่มนี้มากเกินไป ในการปรับสภาพการอนุบาลให้เป็นกรดเพื่อลดแบคทีเรียกลุ่มวิบริโอ Vibrio ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ไม่ทนกรด จึงทำให้แบคทีเรียกลุ่ม ซูโดโมแนส Pseudomonas ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทนกรดเจริญเติบโตแทน แล้วเข้าไปในตัวลูกกุ้งที่อนุบาลไว้
แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในไทย คือ โรงเพาะฟักต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ โปรไบโอติก (probiotic) หมายความว่า ไม่ควรใส่มากเกินไปในการอนุบาลลูกกุ้งในโรงเพาะฟัก และการป้องกันสำหรับเกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งควรเลือกลูกกุ้งที่แข็งแรงมาลงเลี้ยงในบ่อโดยควรส่งลูกกุ้งไปตรวจดูตับกุ้ง ซึ่งถ้าเป็นลูกกุ้งที่ดีควรจะต้องมีเม็ดไขมันอยู่ในเซลล์ตับสมบูรณ์ ตับไม่ลีบ ตับไม่ฝ่อ และสำหรับเกษตรกรที่จะเตรียมบ่อเลี้ยงในรอบต่อไป ควรที่จะเตรียมบ่อเตรียมน้ำด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อแก้ปัญหาแบคทีเรียที่ก่อโรค ไม่ควรคิดที่จะใช้แค่เพียงยาฆ่าพาหะโรคไวรัสอย่างเดียว เช่นอาจต้องใช้คลอรีนเตรียมน้ำสำหรับบ่อที่พบปัญหากุ้งตายในรอบก่อน และสุดท้าย เกษตรกรควรจำไว้ว่าอะไรที่สามารถทำได้ ควบคุมได้ จัดการได้ ขอให้ทำให้ดีที่สุด.
***ปัจจุบัน กรมประมงเองก็ได้เฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบ หาสาเหตุของ อีเอ็มเอส ในไทยเช่นกัน แต่ในรายงานจากตัวอย่างกุ้งที่กรมประมงเก็บได้จากภาคตะวันออกพบว่า ไม่มีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในปัจจุบัน แต่ตรวจพบแบคทีเรียในตับและตับอ่อนของกุ้งป่วย ซึ่งเมื่อศึกษาเนื้อเยื่อตับของกุ้งพบว่าเนื้อเยื่อตับมีการอักเสบและถูกทำลายเช่นเดียวกันสำหรับใครที่สงสัยว่า อีเอ็มเอส เกิดจากไวรัสตัวใหม่ หรือไวรัสของแบคทีเรีย หรือสารพิษจากสารเคมี หรืออื่นๆ หากมีความคืบหน้าใดที่มีการพิสูจน์แล้วในเรื่อง อีเอ็มเอส ทางทีมงาน วิชาการไทยยูเนี่ยน จะนำเสนอให้ในโอกาสต่อไป.
(ข้อมูลจากสวัสดีสัตว์น้ำไทย บ.ไทยยูเนี่ยนฯ)
ถอดเทปการบรรยายของ ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ โดย อริสา ศรีหมากสุก
จัดรูปแบบและนำเสนอโดย ฝ่ายวิชาการ บ.ไทยยูเนี่ยนฯ

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ ุ29/5/2555
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด