ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ในวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน 2556 คนสองวงการได้แก่วงการสัตวแพทย์ และวงการประมง ต่างมุ่งสนใจงานเดียวกัน นั่นคืองาน สัมมนาผ่าความจริงเรื่องโพลีฟีนอลกับโรคอีเอ็มเอสในกุ้ง
ซึ่งจัดขึ้นที่คณะสัตวแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยผู้เข้าร่วมฟังมากมายล้นห้อง  เพราะว่าจะมีการคุยถึงเรื่อง โพลีฟีนอล อีเอ็มเอส การเลี้ยงกุ้งขาวโดย ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ
.ดร.วิษณุ บุญญาวิวัฒน์ และสพ.ญ.ธีราภรณ์พูลพัฒน์  
ดังนั้น ทีมงานไทยยูเนี่ยน

จึงขอนำข้อมูลมาเสนอในรูปแบบ
สรุปโดยย่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ นะครับ ขอเริ่มต้น ด้วยการบรรยาย
เรื่อง      โพลีฟีนอลช่วยผู้เลี้ยงกุ้งอย่างไร   บรรยายโดย สพ.ญ.ธีราภรณ์ พูลพิพัฒน์ 
อ.ธีราภรณ์ พูดเรื่องพื้นฐานทั่วไปของสารประกอบโพลีฟีนอล ว่าเป็นสารธรรมชาติ ที่มีอยู่กว่า 8,000 ชนิด โครงสร้างประกอบด้วยหมู่ไฮดรอกซีเกาะอยู่เป็ยวงแหวนเบนซีน  สารโพลีฟีนอลแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม กรดฟีนอลิก สติลบิน ฟลาโวนอยด์ แทนนิน สารโพลีฟีนอลมีฤทธิ์ยับยั้งหลายอย่างเช่น สารต้านเชื้อแบคทีเรีย สารต้านไวรัส สารต้านเชื้อรา  สารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านการอักเสบ สารยับยั้งการเจริญของเซลมะเร็ง  แต่ที่เน้นคือ ต้านเชื้อแบคทีเรียและต่อต้านต่ออนุมูลอิสระโดยไปมีผลต่อการยับยั้งการสร้างดีเอ็นเอของแบคทีเรีย ทำลายเยื่อหุ้มเซลแบคทีเรีย และยับยั้งการสร้างพลังงานของแบคทีเรีย สารสกัดกลุ่มโพลีฟีนอลมีเยอะมาก ประสิทธิภาพของสารจะขึ้นอยู่กับ ชนิดพืช การสกัด และการควบคุมคุณภาพของสารสกัด  และเป็นสารที่ควบคุมเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่คือทางเดินอาหารและผิวหนัง   หลักในการเลือกใช้สำหรับสัตว์น้ำคือ ต้องเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและต่อต้านต่ออนุมูลอิสระเป็นหลัก

   เรื่อง ทฤษฎีการเกิดโรคและ 3 จิ๊กซอว์สำคัญในการลดความสูญเสียจากโรค อีเอ็มเอส
บรรยายโดย ดร.วิศณุ บุญญาวิวัฒน์   ขอ
อ้างอิงหลักการเกิดโรคอีเอ็มเอส จากผลการตรวจโรคของ
ดร.ไลเนอร์ ที่พบแบคทีเรียก่อโรคในกระเพาะอาหารของกุ้งซึ่งปัจจัยในการเกิดโรคจากการเก็บข้อมูล 195 ฟาร์มในเวียดนาม และมีการเก็บข้อมูลในไทย (ศึกษาที่ระยอง และจันทบุรี 100 ฟาร์ม 233 บ่อ)
พบว่า จิ๊กซอที่สำคัญในการลดความเสียหายจากโรคอีเอ็มเอส ซึ่งตัวที่สำคัญที่สุดคือเรื่องคุณภาพลูกกุ้ง คุณภาพน้ำและเชื้อแบคทีเรียในน้ำ เชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหารของกุ้ง    อีกทั้งมีข้อสรุป 2 ข้อที่ตรงกับในประเทศเวียดนามซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับ FAO คือ 1 แหล่งลูกพันธุ์กุ้งมีความสัมพันกับการเกิดอีเอ็มเอสในบ่อดิน ซึ่งมีความเชื่อว่าสาเหตุมาจากความเสื่อมถอยทางพันธุกรรมของพ่อแม่พันธุ์ การจัดการที่ไม่ดีในโรงเพาะฟัก และการติดเชื้อแบคทีเรียตั้งแต่ระยะลูกกุ้งวัยอ่อน 2.ฟาร์มที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับฟาร์มที่เคยเป็นอีเอ็มเอส จะมีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นทีที่ไม่เคยพบ อีเอ็มเอส  ซึ่งเรื่องของลูกกุ้งนั้น เกษตรกรไม่สามารถควบคุม หรือจัดการได้ ดังนั้นสิ่งที่เกษตรกรทำได้ในตอนนี้คือ การดูแลจัดการคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงให้ดี  หากถามถึงเรื่องการจัดการคุณภาพน้ำ โดยใช้ยาฆ่าเชื้อในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียในน้ำนั้นไม่สามารถทำได้ แต่ควรเน้นเป็นการควบคุมสมดุลแบคทีเรีย การใช้จุลินทรีย์หมัก หรือกากน้ำตาลในการควบคุมสมดุล Text Box:  จะต้องคำนึงถึงปริมาณออกซิเจนในบ่อด้วย  เมื่อมองหาตัวช่วยในการคุมแบคทีเรียในตัวกุ้ง ทีมงานจึงมองหาสารที่ต้องมีฤทธิ์ควบคุมแบคทีเรียในทางเดินอาหารได้ และมีคุณสมบัติดังนี้คือ- จะต้องเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ- มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย- มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ   ซึ่งสารที่มีคุณสมบัติดังกล่าว คือ สารกลุ่มโพลิฟีนอล และมีสมมติฐาน ดังนี้
1.โพลีฟีนอล ดูดซึมน้อย 5-20%
2. คงเหลือในทางเดินอาหาร และสัมผัสกับเชื้อในทางเดินอาหารโดยตรง
3.อีเอ็มเอส  แบคทีเรียอยู่ในทางเดินอาหารเป็นหลัก

ในการศึกษาเรื่องนี้แบบ Field Trial ก็เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของโพลิฟีนอลในการลดความรุนแรงของโรคอีเอ็มเอสจากการศึกษาข้อมูลอ้างอิงที่มีได้มีการทดลองไว้แล้ว
โดยมีแผนการศึกษาในบ่อที่มีการตาย - หยุดการให้อาหาร - เก็บตัวอย่าง - เริ่มให้อาหารโดยการผสมสารโพลิฟีนอล - เก็บตัวอย่าง - สรุปผลจากการจับกุ้ง (ผลผลิตที่ได้) จากการศึกษาในฟาร์มแถบนครปฐม ราชบุรี สุพรรณ พบว่า ช่วยให้คนเลี้ยงกุ้งสามารถมีกำไร  หลังจากพบว่ากุ้งเป็นอีเอ็มเอส
แล้วผ่านการอดอาหารจนกุ้งหยูดตาย
แล้วจึงให้สารโพลีฟีนอลผสมในอาหาร 
การใช้สารกลุ่ม โพลีฟีนอล นั้น ต้องร่วมกับการจัดการที่เหมาะสม ที่ดี เพราะสารโพลิฟีนอลไม่ใช่ยาวิเศษ
Text Box:  * ไม่มียาใด ที่จะมาทดแทนการจัดการการที่แย่ได้ **
                              เรื่อง  แนวทางใหม่ในการบริหารจัดการโรคอีเอ็มเอส     
 โดย ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ 
(ข้อมูล AQUA BIZ รายงานสด)
อาจารย์ชลอกล่าวว่า “ยังคงเชื่อว่าลูกกุ้งเป็นสาเหตุ อีเอ็มเอส เพราะยังไม่ทันได้เริ่มจัดการอะไรในบ่อ ลูกกุ้งก็ตายแล้ว -อีเอ็มเอส เริ่มจากจีนในปี 52 เข้าเวียดนามปี 53 เข้ามาเลเซีย 54 เข้ามาไทยปี 55 เข้าแมกซิโกปี 56 มีสิ่งที่น่าสนใจคือ-ทำไมอินโดนีเซียไม่เป็น EMS
-ผลการตรวจเชื้อวิบริโอจากลูกกุ้งก่อนปล่อยลงเลี้ยง ปี 55-56
-ทุกบ่อที่มีจำนวนวิบริโอเกินมาตรฐาน กุ้งจะตายในลักษณะ EMS
อันที่จริงประเทศไทยเรารู้สาเหตุก่อนใคร เสียหายหลังสุด แต่เสียหายหนักที่สุด แต่เราพยายามจะหาจุดลงอื่นๆ เพราะเราไม่ยอมรับความจริง ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่อยากฝากให้คิด”ถ้าหากพูดถึงเรื่องกุ้งในบ่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่ยกยอขึ้นมาแล้ว กุ้งแสดงอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาว และตับสีซีดมากๆ ให้เตรียมตัวได้เลย เพราะกุ้งที่ดีตับจะมีเม็ดไขมันดี แต่ก่อนเริ่มตายตับจะฝ่อ
*** ในการทำการทดลองแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม จะต้องมีชุดการควบคุม ในห้องทดลอง ก่อนนำเอาข้อมูลไปอ้างอิงในText Box:  การใช้ผลในฟาร์มจริง ***
สาเหตุของโรค EMS
1. ลูกกุ้งอ่อนแอ น่าจะมาจากแม่พันธุ์ที่ตัดตาแล้วอ่อนแอ เพราะปริมาณเม็ดเลือดของแม่กุ้งที่ตัดตาจะมีปริมาณน้อยกว่าแม่กุ้งที่ไม่ตัดตา และแม่กุ้งที่ตัดตาจะมีความต้านทานต่อปริมาณเชื้อแบคทีเรียต่ำตามไปด้วย
2. มีเชื้อในตับมาก
3. ปัจจัยโน้มนำ เช่น สีน้ำไม่นิ่ง (มีฟองเป็นแนวยาว แพลงก์ตอนตาย), พีเอช แกว่ง และ  อัลคาไลน์ ต่ำมาก
4. การอัดอาหารในช่วง 30 วันแรกมากเกินไป (อาหารสะสม 300 กก./ลูกกุ้ง 100,000 ตัว หรือมากกว่า)
   นอกจากนี้ อาจารย์ชลอยังพูดถึงสารโพลีฟีนอล ว่า “ ในปี2540 มีการทดลองโดยการเลี้ยงกุ้งด้วยอาหารผสม โพลีฟีนอล
(Tea Polyphenol)ที่เป็นสารสกัดจากชาจีน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท TAIYO KAGAKU ประเทศญี่ปุ่น ชื่อทางการค้าคือ Sunphenon  โดยมีผลการทดลองพบว่าโพลีฟีนอล(Tea Polyphenol) ไม่สามารถปัองกันโรควิบริโอซิสจากเชื้อแบคทีเรียวิบริโอได้ และพบว่าหลังจากฉีดเชื้อไปแล้ว 48 ชั่วโมง อัตรารอดของกุ้งในทุกกลุ่มไม่แตกต่างกัน และลักษณะทางพยาธิสภาพของกุ้งในกลุ่มควบคุมที่ได้รับเชื้อ V.harveyi ไม่มีความแตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับ Tea Polyphenol
       ประเด็นเรื่องการชำกุ้งต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจากการชำกุังแบบหมอเจี๊ยบต้องย้ำว่า ถ้าทำไม่ได้ตามหมอเจี๊ยบเป๊ะๆ อย่าทำ
 เพราะการทำแบบไม่เข้าใจ โดยการจำตัวเลข หรือText Box:  วิธีการไปจะไม่เกิดผล ถ้าไม่สามารถควบคุมออกซิเจน, พีเอช หรือค่าอัลคาไลน์ต่างๆ ต้องรู้จริง และมีความรู้ความชำนาญ
สรุป การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คือ ต้องแก้ที่พ่อแม่พันธุ์
เพื่อให้ได้ลูกกุ้งคุณภาพดีกว่าที่ผ่านมา.

 

นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่ ุ20/11/2556
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด