ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

อาหารกุ้งขาวยุ่ยง่าย แก้ไขอย่างไรดี? (น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ)
ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสพบกับเกษตรกรท่านหนึ่ง ท่านผู้นั้นได้ทำการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม และมีประสบกับปัญหา อาหารกุ้งขาวมีลักษณะยุ่ยง่ายกว่าอาหารกุ้งกุลาดำที่เคยใช้ จึงอยากรู้ว่าการที่อาหารยุ่ยง่ายจะมีผลต่อการเลี้ยงกุ้งหรือไม่ และมีวิธีป้องกันและแก้ไขอย่างไร วันนี้ผมจะตอบคำถามของเกษตรกรท่านนั้น ผ่านหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ดังนี้

ถาม : กรณีอาหารกุ้งขาวที่ใช้อยู่ บางครั้งยุ่ยง่ายกว่าอาหารกุ้งกุลาดำที่เคยใช้ จึงขอหารือว่ามีผลต่อการเลี้ยงกุ้งหรือไม่ ?

ตอบ : คำว่าอาหารกุ้งขาวยุ่ยง่ายกว่าปกติตามที่ถามมานั้น ไม่มีข้อมูลพอว่ายุ่ยขนาดไหน ซึ่งโดยปกติจะมีวิธีทดสอบง่ายๆ ดังนั้น นำอาหารใส่แก้ว เติมน้ำให้ท่วมอาหาร 3-4 เท่า ใช้ไม้หรือช้อนเล็กๆ คนช้าๆ 2-3 รอบและทิ้งไว้ แล้วทำการทดสอบทุก 15 นาที โดยการบี้เม็ดอาหารดู พร้อมกับใช้ไม้คนดูตะกอนที่ละลายในน้ำ ซึ่งมีผลมาตรฐาน ดังนี้

คนครั้งแรกหลังเติมน้ำ น้ำใสปกติ หรืออาจขุ่นนิดหน่อย เพราะฝุ่นตะกอนที่ติดเม็ดอาหาร
หลังทิ้งไว้ 15 นาที ถ้าบี้แล้ว ยังคงสภาพเม็ดอาหาร น้ำขุ่นเพิ่มเล็กน้อย ถือว่าดี
ถ้าบี้แล้ว เม็ดอาหารเริ่มยุ่ยแตกบางส่วน น้ำขุ่นมากขึ้น ถือว่ายุ่ย
หลังทิ้งไว้ 30 นาที ถ้าบี้แล้ว เม็ดอาหารแบบกลมแบบหยุ่นตัว น้ำขุ่นเพิ่มเล็กน้อย ยังถือว่าดี
ถ้าบี้แล้ว เม็ดอาหารแตกยุ่ย ไม่เป็นก้อนแบน น้ำขุ่นมาก ถือว่ายุ่ย
หลังทิ้งไว้ 60 นาที ถ้าบี้แล้ว อาหารยังคงเป็นเม็ดแข็ง น้ำขุ่นเล็กน้อย ถือว่าแข็งไป

ที่ถือเกณฑ์นี้ เพื่อให้กุ้งสามารถกินได้จริงมากที่สุดภายใน 30 นาที และเมื่อกุ้งกินไปแล้ว สามารถย่อยได้ทันก่อนที่จะผ่านกระเพาะ (ถ้าอาหารแข็งเกินไป เมื่อผ่านกระเพาะ (แม้กุ้งกัดแทะ) แกนอาหารยังแข็งอยู่ จะกลายเป็นว่ากุ้งไม่ได้ย่อยไปใช้ประโยชน์เต็มที่ ประกอบกับมีผลการทดลองของนักวิชาการอเมริกันว่า กุ้งควรจะกินอาหารส่วนใหญ่ภายใน 30 นาที จะช่วยให้กุ้งมีโอกาสได้กินอาหารจริงมากที่สุด (เสียฟรีน้อยที่สุด) ดังนั้น กรณีอาหารกุ้งขาว ก็ควรหยุ่นตัวที่ 30 นาทีด้วยเช่นกัน
แต่สำหรับกรณีอาหารกุ้งขาวนี้ ผมขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม ดังนี้
1.โดยปกติอาหารกุ้งขาว จะใช้ฐานวัตถุดิบจากพืชได้มากและหลากหลายกว่ากุ้งกุลาดำ (เพราะกุ้งขาวกินได้ทั้งจากพืชและสัตว์) ดังนั้น การที่อาหารมีส่วนวัตถุดิบจากพืชมาก ผู้ผลิตจึงต้องคำนึงถึงการป้องกันเม็ดอาหารยุ่ยง่ายเป็นพิเศษด้วย
2.กุ้งขาว เป็นกุ้งกินซ้ำ และจะหากินต่อเนื่องไม่หยุด จะสังเกตได้ว่าหลังหว่านอาหารมื้อใด เมื่อกุ้งกินอาหารหมดแล้วจะเก็บเศษตะกอนหรือขี้กุ้งที่ยังคงรูปเส้นสายและไม่ยุ่ยได้ต่อเนื่องไปอีก ดังนั้น อาหารที่มีความหยุ่นตัวไม่ยุ่ยง่าย นอกจากกุ้งกินอาหารได้จริงมากที่สุดแล้ว ยังสามารถกินซ้ำเศษตะกอนหรือขี้กุ้งต่อเนื่องได้มากอีกด้วย จะช่วยให้กุ้งได้สารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ส่วนเสียที่ต้องบำบัดน้อยลงจะคงคุณภาพน้ำได้นาน หรือสีน้ำเข้มช้า และช่วยลดปัญหาน้ำล้น (แพลงก์ตอนดรอป) ได้ระดับหนึ่ง
3.กรณีถ้าทดสอบแล้ว พบว่าเม็ดอาหารยุ่ยง่ายกว่าปกติ มักจะพบว่า ขี้กุ้งในยอขาดเป็นท่อนสั้นๆ และมีส่วนยุ่ยเยอะมาก โดยแยกไม่ออกว่าเป็นอาหารหรือขี้กุ้ง ดังนั้น ผู้เลี้ยงที่แม้จะไม่ได้ทดสอบอาหารแต่ละล๊อต ก็ควรสังเกตขี้กุ้งในยอประกอบด้วย
ผลกระทบจากกรณีอาหารกุ้งขาวยุ่ยกว่าเกณฑ์ปกติ
1.ที่กระทบแน่ๆ คือ กระทบต่อผลการเลี้ยงกุ้ง เพราะอาหารยุ่ยง่ายจะทำให้ส่วนเสียฟรีเยอะ ต้องให้อาหารมากกว่าปกติ แม้กุ้งระยะแรกจะโตปกติได้ (1-50 วันแรกสภาพแวดล้อมในบ่อยังดี) แต่พออายุกุ้งมากขึ้น จะเกิดปัญหาน้ำเข้มจัด คุณภาพน้ำเสื่อมเร็ว พื้นเน่าได้ง่าย ทำให้เลี้ยงกุ้งช่วงปลายยากกว่าปกติแม้ต้องชะลออาหารและถ่ายน้ำมากขึ้น แต่กุ้งจะโตช้าลง ต้องเลี้ยงนาน (หรืออาจเลี้ยงต่อไม่ได้ ต้องขายกุ้งไซซ์เล็ก) สรุปแล้ว ผู้เลี้ยงจะเสียโอกาสด้านมูลค่าขาย ในขณะที่ต้นทุนกลับสูงกว่าปกติ บางบ่อมีสิทธิขาดทุนอีกด้วย (ได้ตันแต่ไม่ได้เงิน)
2.ผลที่ตามมาโดยไม่คาดคิด คือ การถ่ายน้ำมากๆ กลายเป็นถ่ายสารอินทรีย์สู่แหล่งน้ำมากเกินเหตุ สภาพแวดล้อมในแหล่งเลี้ยงปรับไม่ทัน จนแหล่งเลี้ยงเสื่อมโทรม ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในการเลี้ยงกุ้งรอบต่อไปได้อีกด้วย
วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หากพบว่าอาหารยุ่ยกว่าปกติ พอจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ
1.แจ้งบริษัทให้ทราบเพื่อแก้ไขโดยด่วน
2.ปรับแนวทางการให้อาหาร คือ
2.1.เพิ่มมื้ออาหาร ภายใต้หลักการให้น้อยแต่มากมื้อ เพื่อให้กุ้งได้กินอาหารแต่ละมื้อหมดเร็วขึ้น และควรปรับระยะเช็คยอเร็วขึ้น ตามมื้ออาหารที่ร่นเวลาสั้นลง
2.2.ดูลำไส้กุ้งประกอบ ซึ่งมีเกณฑ์คร่าวๆ คือ
-หลังให้อาหาร 30 นาที กุ้งทุกตัวต้องมีอาหารเต็มตลอดตัว และลำไส้เป่งพอง ยกเว้นตัวที่ ใกล้ลอกคราบ หรือเครียด
-ช่วงเช็คยอ กุ้งควรมีอาหารเต็มตลอดตัว ลำไส้เป่งน้อยลงและความทึบของ อาหารอาจลดลงด้วย
-ช่วงก่อนให้อาหารมื้อต่อไป กุ้งประมาณ 20% ขึ้นไป กินตะกอนดินเลน หรือขี้กุ้ง ลำไส้อาจขาด ตอน หรือมีสีอาหาร 2 สี (ตะกอน+ขี้กุ้ง)
2.3.ให้คนเลี้ยงหมั่นตรวจเช็คดินพื้นบ่อทั่วเขตเลี้ยง เพื่อป้องกันพื้นบ่อเน่า (ดินพื้นบ่อจะมีแก๊สไข่เน่าที่เรารู้สึกได้ โดยเฉพาะกรณีพื้นดินปนทรายจะเน่าง่าย) เพื่อให้กุ้งสามารถลงจับกินอาหารได้เต็มที่ และไม่เกิดปัญหากุ้งล่องมากจนโตช้ากว่าที่ควร
2.4.ควรมีการทอดแหเขตเลี้ยงและชายเลน เพื่อสุ่มไซซ์ และประเมินอัตรารอด เพื่อประมาณการปริมาณอาหารรวมสูงสุดต่อวัน สำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจเพิ่มลดอาหาร หรือการวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาต่อไป

หมายเหตุ : กรณีเลี้ยงกุ้งขาวของชาวกุ้งไทยในปัจจุบัน มีการให้อาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารกุ้งกุลาดำ กุ้งขาว และกุ้งรวม ท่านใดถนัดแบบไหนก็ไม่ว่ากัน เพียงแค่การสังเกตการยุ่ยของเม็ดอาหารไว้ ฉบับนี้คงจบลงเท่านี้ ส่วนเกษตรกรท่านใดมีคำถามที่ต้องการให้ผมหาคำตอบให้ สามารถสอบถามมาที่ผมได้โดยตรงหรือแจ้งเรื่องแก่ทีมงานหนังสือพิมพ์กุ้งไทย แล้วผมจะแสวงหาคำตอบมาให้ทุกท่าน

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์แรก ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด