ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ศรีชนะแนะเทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาวให้สำเร็จ

ประเทศไทยเริ่มนำกุ้งขาวแวนนาไมเข้ามาทดลองเลี้ยงในปี 2541 แต่ไม่เป็นที่สนใจมากนักเนื่องจากระยะนั้นกุ้งกุลาดำ ยังเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอยู่และยังมีราคาสูง กุ้งขาวจึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก ต่อมาในปี 2545 กุ้งกุลาดำเริ่มเลี้ยงกันไม่ค่อยได้ดี เป็นโรคง่าย ไม่ค่อยโต ทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำขาดทุนเป็นจำนวนมาก กุ้งขาวแวนนาไมจึงเริ่มกลับมาโดดเด่น และเป็นที่สนใจกันมากขึ้นอีกครั้ง ทางจังหวัดกระบี่ของเราซึ่งอยู่ทางฝั่งอันดามัน ก็ประสบปัญหาเลี้ยงไม่ค่อยโตเหมือนกัน จึงได้ศึกษาวิถีชีวิตของกุ้งขาวแวนนาไมในถิ่นกำเนิดว่าเป็นเช่นไร และพัฒนาปรับปรุงระบบการเลี้ยงจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยทางฝั่งอันดามันของเราได้เปรียบกว่าที่อื่น ตรงที่ไม่มีฤดูหนาว สามารถเลี้ยงได้ทั้งปี ความเค็มเฉลี่ย 15-40 พีพีที อุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียส
ทางฟาร์มของเราเริ่มเลี้ยงเมื่อปลายปี 45 จำนวน 4 บ่อ ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ดีและการเจริญเติบโตดีกว่าที่ทางนักวิชาการแนะนำ เขาบอกว่าทางฟาร์มไม่สามารถเลี้ยงได้ต่ำกว่าไซซ์ 70 ตัว แต่ทางฟาร์มเราสามารถเลี้ยงและพัฒนาได้ไซซ์ใหญ่ ถึงขนาด 40 ตัวได้

วิธีการจัดการ
ต้องมีบ่อพักน้ำให้เพียงพอกับการเลี้ยง ซึ่งถ้าไม่มีบ่อพักน้ำก็ไม่น่าเสี่ยงเลี้ยง เพราะกุ้งขาวไม่สามารถทนสารเคมีได้จึงไม่สามารถเติมลงในบ่อเลี้ยงได้ ดังนั้นต้องมีบ่อพักน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน
การเตรียมบ่อ
บ่อใหม่ให้วัดค่าพีเอชก่อน จากนั้นปรับค่าพีเอชของดินพื้นบ่อด้วยวัสดุปูน ปูนมาร์ล ปูนขาว ปูนแมกนีเซียม โดยวิเคราะห์หาความต้องการปูน แล้วจึงนำวัสดุปูนโรยตามพื้น ตามคันบ่อ ตามปริมาณที่กำหนด

การเตรียมน้ำ
นำน้ำจากบ่อพักที่เตรียมไว้ดีแล้ว เข้าบ่อเลี้ยงที่ระดับ 1-1.50 เมตร วัดคุณภาพน้ำ โดยมีคุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ดังนี้
- พีเอช (pH) ควรอยู่ที่ 7.8-8.3 กรณีต่ำกว่านี้ให้ปรับโดยปูนขาว จนได้ค่าในช่วงที่กำหนด
- ค่าอัลคาไลนิตี้ (Alkalinity) ไม่ต่ำกว่า 80-100 พีพีเอ็ม (ppm)
- ความเค็ม ควรมีอย่างน้อย 3 พีพีที (ppt) แต่ที่ดีที่สุด 15 - 28 พีพีที (ppt)
- ความกระด้าง มากกว่า 1,000 พีพีเอ็ม (ppm) ขึ้นไป
- ออกซิเจนละลายน้ำ ไม่ต่ำกว่า 4 พีพีเอ็ม (ppm)
- อุณหภูมิ 28-32 องศาเซลเซียส

อัตราการปล่อย
สำหรับอัตราการปล่อยแล้วแต่ความต้องการของผู้เลี้ยงเอง ถ้าต้องการขนาดโตหน่อยก็ควรปล่อย 60,000-70,000 ตัว/ไร่ และถ้าอุปกรณ์ต่างๆ มีความพร้อม ทั้งเรื่องน้ำสำหรับการเปลี่ยนถ่ายต้องมีมากพอระหว่างการเลี้ยงจะปล่อยไร่ละ 100,000 ตัวก็ได้ เลี้ยงไปประมาณ 90-100 วัน ก็จะได้ขนาด 50-60 ตัว/กก.
ถ้าจะปล่อยหนาแน่นคือตั้งแต่ 100,000 ตัว/ไร่ ขึ้นไป ต้องประเมินศักยภาพของผู้เลี้ยงเอง และความพร้อมของฟาร์มว่ามีมากน้อยเพียงใด เพราะลูกกุ้งขาวแวนนาไมที่มีคุณภาพจะมีอัตรารอดสูงถึง 80% ขึ้นไป ทำให้ลูกกุ้งจะแน่นมากขึ้นเมื่อเลี้ยงไปสักระยะ ถ้าอุปกรณ์และความพร้อมภายในฟาร์มไม่พอ โดยเฉพาะเครื่องให้อากาศและปริมาณน้ำที่จะต้องเปลี่ยนถ่าย โอกาสที่กุ้งจะมีปัญหาในระหว่างการเลี้ยงและต้องจับฉุกเฉินมีสูงมาก กรณีที่เลี้ยงแบบหนาแน่น แล้วเลี้ยงผ่าน เมื่อครบ 90 วัน กุ้งจะมีขนาดเล็กกว่าการปล่อยเลี้ยงแบบแรก ซึ่งขนาดของกุ้งที่ได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยลูกกุ้ง อัตราความหนาแน่น อาหาร และวิธีการเลี้ยงด้วย แต่ขนาด 80-120 ตัว/กก. ก็ยังอยู่ในความต้องการของตลาดรับซื้อกุ้งขาวแวนนาไม
วิธีการปล่อย
ให้นำลูกพันธุ์กุ้งมาที่ฟาร์ม ที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว ในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเย็นที่น้ำในบ่อมีอุณหภูมิที่เหมาะสม (28-32 องศาเซลเซียส) ให้ลอยถุงลูกกุ้งลงในบ่อที่จะปล่อยทำการเลี้ยง เพื่อปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อ จากนั้นใช้ใบมีดกรีดถุงออกเพื่อปล่อยลูกกุ้งลงคอกที่กั้นหรือลงบ่อเลี้ยง

อัตราการให้อาหาร
สำหรับการให้อาหารลูกกุ้งในช่วงแรกให้อาหาร 2 กก./วัน/ลูกกุ้ง 100,000 ตัว แบ่งออกเป็น 4 มื้อ วันต่อๆ ไปค่อยเพิ่มขึ้นทีละน้อยประมาณ 0.2-0.3 กก./วัน จนลูกกุ้งมีอายุ 10 วัน ให้เริ่มวางยอ แล้วผสมอาหารเบอร์ 2 ให้กิน
ส่วนการเช็ดยออาหารในยอ ให้ใส่อาหาร 1 กรัม/ 1 กิโลกรัมลงในยอ เช็ดยอที่ 3 ชั่วโมง แล้วปรับเปลี่ยนเมื่อลูกกุ้ง 30 วัน ให้อยู่ที่อาหาร 2 กรัม/กก. เช็คยอ 3 ชั่วโมง เมื่อลูกกุ้งอายุ 40-45 วัน ต้องมีการสุ่มแหเพื่อดูว่ากุ้งมีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไร เช่น 40-45 วัน ถ้าลูกกุ้งกินอาหารดีจะอยู่ที่ 250-180 ตัว/กก. ในช่วงนี้กุ้งจะกินอาหารเบอร์ 3 ใส่อาหารในยอที่ 2 กรัม/กก. เช็ดยอ 3 ชั่วโมง การสุ่มแหควรมีทุกอาทิตย์หรือ 7 วัน/วัน เพื่อปรับเปลี่ยนเบอร์อาหารและการเช็คอาหารในยอควบคู่เพื่อป้องกันการเวอร์ของอาหาร เช่นเดียวกันกับการยกยอดูว่าลูกกุ้งกินอาหารได้หรือไม่ เพราะในบางกรณีลูกกุ้งใหญ่กว่าปกติอาจจะกินอาหารเบอร์เล็กกว่าไม่ได้ อาหารในยอจะปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับตัวกุ้งและน้ำหนัก คือ
น้ำหนักกุ้ง 15-30 วัน 1 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 3.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 30-40 วัน 2 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 3 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 5-10 กรัม 2 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 2.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 10-15 กรัม 3 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 2.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 15-20 กรัม 3 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 2 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 20-25 กรัม 4 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 2 ชั่วโมง
และอีกอย่างที่สำคัญคือการยกยอดู เพราะบางครั้งอาหารอาจจะเข้ามุมยอ กุ้งอาจกินอาหารไม่ได้เหมือนกัน

การให้แสงสว่าง
การให้แสงสว่างที่ฟาร์มจะให้แสงสว่างจากหลอดไฟโซเดียมสีเหลือง เพราะหลอดไฟโซเดียมจะให้แสงสว่างได้ดีและอีกทั้งยังป้องกันแมลงต่างๆ ที่อาจจะนำโรคต่างๆ มาสู่บ่อเพาะเลี้ยงได้ และยังทำให้กุ้งกินอาหารดีในเวลากลางคืนได้ดีอย่างหนึ่งด้วย

การให้อากาศ
เนื่องจากกุ้งขาวแวนนาไมมีความต้องการออกซิเจนมากกว่ากุ้งกุลาดำ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีเครื่องให้อากาศอย่างเพียงพอ (เครื่องตีน้ำแบบใบพัดหรือแบบสไปรอลก็ได้) เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องขาดออกซิเจน และเพื่อให้จุลินทรีย์สามารถย่อยของเสียในบ่ออย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเลี้ยงกุ้งด้วยความหนาแน่นสูง (150,000 ขึ้นไป)
ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องคอยดูแลกุ้งอย่างใกล้ชิคหมั่นตรวจสอบคุณสมบัติน้ำเป็นประจำ จะทำให้แก้ปัญหาได้ทันหรือหาแนวทางป้องกันไว้ล่วงหน้า ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาและการสูญเสียในระหว่างการเลี้ยงได้

การจับกุ้ง
ปัจจุบันการจับกุ้งขาวสามารถจับได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าต้องการจับโดยการเปิดประตูให้กุ้งเข้าอวน ระวังอย่าให้กุ้งเข้ามากองในอวนกันจนแน่นมากเกินไป เพราะอาจจะได้รับความเสียหายได้ จับกุ้งตอนกลางคืนควรปิดไฟหมดทั้งบ่อ ยกเว้นเฉพาะบริเวณหน้าประตูจับกุ้ง ควรให้แสงสว่างกุ้งจะมาบริเวณที่แสงไฟ ทำให้เมื่อเปิดประตูให้น้ำไหลออกไปจะจับกุ้งได้รวดเร็วขึ้น
การจับกุ้งขาวจะมีข้อแตกต่างจากกุ้งกุลดำอยู่บ้าง คือ กุ้งกุลาดำจะไหลออกมาตามน้ำเรื่อยๆ แต่กุ้งขาวจะไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเวลาน้ำไหลออกมากุ้งขาวจะดีดหนีท่อหรือประตู ฉะนั้นไม่ต้องตกใจ ถ้าน้ำแห้งไปครึ่งบ่อแล้วกุ้งยังไม่ออก กุ้งขาวจะออกมาตอนน้ำใกล้ๆ จะหมดบ่อ ดังนั้นจึงไม่ควรเร่งสูบน้ำค่อยๆ ปล่อยให้น้ำไหลออกมา กุ้งจะได้ไหลออกตามน้ำได้ทัน และสุดท้ายกุ้งจะออกจนเกือบหมด จะเหลือบ้างก็ไม่มากนัก เวลาการจับทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง (20 ตัน)
มาตรฐาน คุณภาพของผู้เลี้ยงกุ้งไทย ?
เจ้าของ-ผู้จัดการ
1.ต้องมีความรู้ในด้านการเลี้ยงกุ้งพอสมควรไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะเลี้ยงได้ทุกคน
2.ต้องมีอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำอย่างมีระบบ มีการจดบันทึกรายงานแต่ละบ่อเพื่อวิเคราะห์ การเลี้ยงของแต่ละรอบ
3.ต้องติดตามข่าวสารในด้านการวิจัยพัฒนาเรื่องกุ้งที่เราจะเลี้ยง อย่าเลี้ยงตามกระแสคนพูดและสื่อ
4.ต้องดูว่าพื้นที่ที่เราจะเลี้ยงว่าสามารถเลี้ยงกุ้งนี้ได้หรือไม่ เช่น ดิน น้ำ ความเค็ม ภูมิอากาศ เป็นต้น
5.ต้องประเมินสถานการณ์ด้านตลาดว่าราคาผลิตภัณฑ์หรือกุ้งที่เราเลี้ยงมีดีมานซัพพลายเป็นเช่นไร อย่าขนไปขายมากตามที่เขาปั่นราคา
6.ต้องวิเคราะห์ว่ากุ้งที่เราเลี้ยง สามารถเลี้ยงไปหาไซซ์ที่ตลาดต้องการได้หรือไม่ เพื่อหลีกเหลี่ยงกุ้งที่ต่างประเทศผลิตไซซ์นั้นไม่ได้
คนงาน
1.ต้องช่วยพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน คนเลี้ยง ในด้านการใช้เวชภัณฑ์นั้นให้ถูกต้องกับการเลี้ยงของเรา
2.ฝึกทักษะด้านการหว่านอาหาร การใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง
3.ฝึกทักษะด้านระเบียบวินัย

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์แรก ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด