ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

แปลกดีหนอ! เช็คกุ้งด้วยเปล

ฟาร์มคุณกุศล เมืองสุราษฎร์เผยเทคนิคพิเศษ ใช้อวนเปลเช็ดอัตรารอดของลูกกุ้งใช้ได้ทั้งกุ้งขาวและกุ้งดำ สำหรับเป็นตัวช่วยในการจัดการวางแผนการเลี้ยง วางเปลเพียง 12 ชม. รู้อัตรารอดของกุ้งทันที เขาทำกันอย่างไร กุ้งไทยพาไปด

เพิ่มคุณภาพดินด้วยจุลินทรีย์
คุณกุศล กิ้มเส้ง ฟาร์มตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โทร 01-5371676 กล่าวว่า เรื่องการปรับปรุงดินเป็นเรื่องที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญแก่การเลี้ยงกุ้ง ทั้งกุ้งดำและกุ้งขาว สามารถนำเทคนิคการปรับปรุงดินไปใช้ได้เช่นเดียวกัน คือ หลังจากจับกุ้งแล้วจะเอาเลนออก จากนั้นจะทำการใช้รถไถ เพื่อพลิกหน้าดินเอาดินที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาด้านบน โดยดูว่าปริมาณของเสียในบ่อมากน้อยขนาดไหน และทำการวัดค่าพีเอชของดิน ในขณะที่ดินมีความชื้นพอสมควร ถ้าวัดพีเอชในดินปรากฏว่าพีเอชดินต่ำกว่า 5 ต้องใช้รถแทรกเตอร์ไถพรวน แล้วบดอัดดินกลับไปอยู่ในสภาพพื้นบ่อที่แน่นเหมือนเดิม แล้วใส่พวกฮิวมัส ที่ผ่านกระบวนการหมักมาแล้วที่ไม่มีไนโตรเจนเหลือ ในปริมาณ 100 กก./ไร่ ตามด้วยปูนมาร์ลอีก 100 กก./ไร่ จากนั้นตากทิ้งไว้ 15-20 วัน ในขั้นตอนนี้พยายามรักษาระดับความชื้นของดินให้เหมาะสมอย่าให้แห้งเกินไป
สำหรับกรณีค่าพีเอชสูงกว่า 5 ขึ้นไปสามารถใช้วิธีการเดียวกันได้เอาเลนออก ทำการหว่านฮิวมัส และปูนมาร์ลจำนวนเท่าเดิม แล้วปล่อยไว้ 15-20 วันเช่นเดียวกัน แต่หากจะให้ดีควรมีการเติมจุลินทรีย์หลังจากลงฮิวมัสและปูนมาร์ลลงไป การลงจุลินทรีย์จะเน้นในช่วงที่ดินมีความร้อนไม่มาก อย่างเช่นช่วงตอนเย็นเพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างเต็มที่ จะทำให้ดินกลับสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น ส่วนบ่อไหนดินมีสภาพเป็นสนิมไม่ควรไถพลิกหน้าดิน เช่นเดียวกับบ่อที่มีปัญหาในการบดอัดดิน ห้ามไถพรวนดิน เพราะหากไถพรวนแล้วไม่สามารถบดอัดดินได้จะทำให้เกิดปัญหาการรวมเลนระหว่างการเลี้ยง หรืออาจทำให้ระหว่างการเลี้ยงน้ำขุ่นได้
อุดบ่อรั่วซึมลดปัญหาโรคระบาด

คุณกุศล กล่าวต่อไปว่า การเตรียมน้ำเริ่มจากดึงน้ำเข้าบ่อพักก่อนที่จะนำเข้าบ่อเลี้ยง สิ่งสำคัญที่ควรระวัง คือเรื่องการรั่วซึมของพื้นบ่อและคันบ่อ หากพบว่ามีปัญหาเรื่องการรั่วซึมควรทำการบดอัดดินให้แน่นด้วยรถไถ บ่อที่มีปัญหาการรั่วซึมอาจทำให้เกิดการเกิดโรคตามมาได้ เมื่อไม่มีการรั่วซึมของบ่อแล้วก็สามารถดึงน้ำเข้าบ่อได้เลย น้ำที่นำเข้ามาจะผ่านการกรองก่อนเพื่อฆ่าพาหะต่างๆ จากนั้นจะใช้ไดคลอวอสหรือสารฆ่าพาหะ ที่ออกฤทธิ์เร็ว ฆ่าแมลงที่เป็นพาหะทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นลูกปู ลูกกุ้ง ลูกแมลงปอ ปริมาณที่ใช้อัตราส่วน 2-3 ลิตร/ไร่ ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จึงเริ่มตีน้ำ หลังจากนั้นใช้กากชาประมาณ 20 กก./ไร่ ลงซ้ำอีกรอบ ปริมาณกากชาที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณความเค็มของน้ำ หากน้ำมีความเค็มมากก็ลดปริมาณกากชาลง จากนั้นก็ตีน้ำอีก 3 วัน แล้วจึงบำบัดด้วยจุลินทรีย์ไบรโอคอนโทรล ซึ่งมีความสามารถในกระบวนการย่อยสลายที่ดี ทำให้น้ำใส ใส่ 3 วันครั้ง ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน เพื่อย่อยสลายของเสียที่อยู่ในบ่อ วิธีนี้เป็นขั้นตอนที่ย้อนกลับไปสู่ธรรมชาติทำให้น้ำในบ่อเกิดแพลงค์ตอนก่อนที่จะปล่อยกุ้งต่อไป
คำนวณอัตรารอดของกุ้งด้วยเปล

คุณกุศล กล่าวว่า สำหรับเคล็ดลับในการเลือกกุ้ง คือเลือกลูกกุ้งจากฟาร์มที่มีข้อมูลการเลี้ยงออกมาดี ทำตามโปรแกรมมาตราฐาน คือมีการให้อาทีเมียตามเปอร์เซ็นต์ที่วางไว้ มีการจัดการและระบบการเลี้ยงที่ดี สำหรับการปล่อยกุ้งจะปล่อยตอนไหนก็ได้ โดยเริ่มที่การลอยถุงก่อน ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงกรีดถุง แล้วใช้เปลปล่อย เปลจะทำจากอวนมุ้งสีฟ้า ขนาด 2X3 เมตร จมลงไปในน้ำประมาณ 1 คืบ หรือประมาณ 10 ซม. แล้วใช้หินหรือวัตถุที่มีน้ำหนักถ่วงก้นเปล จากนั้นปล่อยกุ้งลงไปในเปล สังเกตดูกุ้งที่แข็งแรงจะว่ายน้ำลงอยู่ด้านล่าง ส่วนกุ้งที่อ่อนแอจะอยู่ส่วนบนของเปล พอวันรุ่งขึ้นหรือประมาณ 12 ชั่วโมงให้หลัง ก็นำเปลขึ้นดูอัตราการตายของลูกกุ้งที่บริเวณก้นเปล โดยใช้ถ้วยตวงวัดปริมาณกุ้งที่ตายที่ก้นเปล อัตราการปล่อยอยู่ที่ฟาร์ม 60,000-80,000 ตัว/ไร่ วิธีนี้ปัจจุบันผมใช้กับกุ้งดำ แต่แนะนำให้ใช้กับกุ้งขาวด้วยก็ได้

เทคนิคการเช็คยอ/ให้อาหาร
คุณกุศล กล่าวว่า การให้อาหารที่ฟาร์มจะให้อาหารเม็ดตลอด เพราะเคยลองสลับให้อาหารสดแล้วปรากฏว่ายุ่งยากและเสียเวลา ต้นทุนใกล้เคียงกัน ผลที่ออกมาไม่แตกต่างกัน ที่สำคัญการให้อาหารสดจะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่าย ทำให้การจัดการยุ่งยากขึ้น การให้อาหารจะให้ตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยกุ้ง โดยให้จำนวน 2 กก./กุ้งแสนตัว/วัน จากนั้นทำการเพิ่มอีกวันละประมาณ 3 ขีด/กุ้งแสนตัว ทำตามโปรแกรมไปจนกว่าจะเช็คยอออก สำหรับการวางยอจะเริ่มวางยอตั้งแต่ 15 วัน หมั่นเช็คยอ สังเกตดูขี้กุ้ง สีของลำไส้ หรืออย่างอื่นเพื่อดูว่าลูกกุ้งกินเป็นปกติหรือไม่ ใช้เวลาเช็คยอประมาณ 25-30 วัน ก็จะทราบว่ากุ้งคุณภาพเป็นเช่นไร
ในการให้อาหารมีการปรับตามยอหลังจากเช็คยอแล้ว คือขึ้นลงตามยอ และหลังจาก 60 วันไปแล้ว จะมีการปรับตามขนาดกุ้ง (เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว) ส่วนปริมาณอาหารที่ใส่ในยอเป็นมีดังนี้
ช่วงเดือนแรก - 45 วัน ใส่อาหารในยอ 1 กรัม เวลาเช็คยอ3 ชม.
ช่วง 46 - 55 วัน ใส่อาหารในยอ 2 กรัม เวลาเช็ค3 ชม
ช่วง 56-90 วัน ใส่อาหารในยอ 2 กรัม เช็คยอ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ช่วง 90-110 วัน ใส่อาหารในยอ 4 กรัม เช็คยอ 2 ชม.
หลังจาก 110 วันจนถึงจับจะเป็น 5 กรัมต่อ 2 ชม.
ส่วนการให้อาหารคุณกุศล กล่าวว่า การให้อาหารจะให้ดังนี้ ระยะ 20 วันแรก จะทำการให้อาการ 0.3 กก./แสนตัว/วัน โดยการหว่านอาหารให้ทั่วบ่อ เมื่อกุ้งอายุ 21-30 วัน ทำการเพิ่มอาหารเป็นวันละ 0.5 กก./แสนตัว/วัน เมื่อเข้าสู่วันที่ 25 ทำการเช็ดยอ และปรับการให้อาหารตามความเหมาะสมอีกครั้ง ในการให้อาหารจะทำการหว่านอาหารเฉพาะแนวใบพัดตีน้ำ จนถึงกุ้งอายุ 60 วัน ถึงทำการเช็คแนวเลน เพื่อปรับพื้นที่หว่านอาหารต่อไป
"ระหว่างการเลี้ยงจะมีการให้อาหารเสริมคือ โปรไบโอติกโดยผสมใส่ในอาหารตั้งแต่อาหารเบอร์ 2 โดยใช้ปริมาณประมาณ 5 กรัม และมีวิตามินซี และวิตามินรวมให้เสริม ให้อย่างน้อย 3 มื้อ/วัน ที่ฟาร์มจะแบ่งกุ้งออกเป็นเกรด โดยแบ่งได้เมื่อกุ้งอายุประมาณ 60 วัน เกรดเอจะได้ประมาณ 100-110 ตัว/กก. เกรดบี 110 - 130 ตัว/กก.

เทคนิคพิเศษระหว่างการเลี้ยง
คุณกุศล กล่าวอีกว่า เทคนิคพิเศษของที่ฟาร์ม คือระหว่างการเลี้ยงจะใช้จุลินทรีย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยควบคุมในเรื่องโรค และการป้องกันปัญหาระหว่างการเลี้ยง โดยในเดือนแรกจะใช้ 7 วัน/ครั้ง เดือนที่สองใช้ 5 วัน/ครั้ง เดือนที่สาม 3 และ 4 จะให้มากเป็นพิเศษวันละครั้ง ในแต่ละครั้งที่ให้จะปริมาณเท่าเดิมคือ ครึ่งกิโลกรัม/ไร่ และมีการเติมน้ำตั้งแต่ช่วงต้น เริ่มตั้งแต่ 20-25 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและของเสีย โดยให้คงความลึกของระดับน้ำไว้ที่ประมาณ 1.20 เมตร อยู่ตลอดการเลี้ยง
"ในการเลี้ยงกุ้งในฤดูที่ต่างกันยังคงโปรแกรมเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนเทคนิคบ้างเล็กน้อย ในฤดูร้อนต้องเตรียมน้ำไว้รีไซเคิล เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญทีเดียว ก่อนสร้างฟาร์มต้องมีการวางแผนผังฟาร์มให้ดี ควรมีการจัดสรรพื้นที่บางส่วนในฟาร์มเป็นแหล่งสต๊อกน้ำ และระหว่างการเลี้ยงต้องมั่นดูแลน้ำเป็นอย่างดีควบคู่ไปกับเรื่องอื่นด้วย"
ปัญหาที่พบมากในการเลี้ยงได้แก่ กุ้งโตไม่ได้ตามเกรด เนื่องจากไม่สามารถไปคัดเลือกพ่อแม่พันธ์ได้ 100 % เพราะฉะนั้นการเลือกลูกกุ้งจึงมีความสัมพันธ์อย่างมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากทางโรงเพาะกุ้งต้องการลดต้นทุน ทำให้ลูกกุ้งที่ไม่สมบูรณ์100 % แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับตัวของเกษตรกรด้วย ว่าจะมีวิธีคัดเลือกกุ้งอย่างไร พยายามหาโรงเพาะที่เชื่อใจได้ มั่นตรวจสอบการผลิตของฟาร์มนั้น เพราะสิ่งที่จะชี้นำสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงกุ้ง ส่วนหนึ่งก็คือ ลูกกุ้งนั้นเอง

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด