ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ศูนย์ภูเก็ตเพาะเพรียงทรายสำเร็จ

นายสิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง แถลงว่า ได้รับรายงานจากนายสมยศ สิทธิโชคพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง ถึงการดำเนินการของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต ในการนำเพรียงทรายที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมาเพาะขยายพันธุ์ ผลิตเพรียงทรายจำหน่ายให้ฟาร์มของเกษตรกรที่เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งทะเลและผู้ที่นิยมเกมตกปลา พร้อมทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงให้เกษตรกรที่สนใจต่อไปด้วย
เพรียงทรายเป็นหนอนปล้องที่มีลำตัวเรียวยาวค่อนข้างแบนแบ่งออกเป็นปล้องจำนวนมาก ด้านหน้ามีลักษณะคล้ายหัวโดยมีปากและเขี้ยว 1 คู่ มีตุ่มสั้นๆ ทำหน้าที่รับความรู้สึก มีอวัยวะรับสัมผัสคล้ายหนวด 1 คู่ และมีตา 2 คู่ สำหรับปรับแสง ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้องขนาดเท่าๆ กัน โดยด้านข้างของแต่ละปล้องจะมีส่วนที่ยื่นเป็นแผ่นทำหน้าที่คล้ายขาช่วยในการเคลื่อนที่และว่ายน้ำ เพรียงทรายมักอาศัยอยู่ใต้พื้นทรายบริเวณชายหาดน้ำปริ่มๆ หรือน้ำครึ่งหาดและแพร่กระจายอยู่ทั่วทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า แม่เพรียง หรือ เพรียงทราย (Sand worm) เป็นอาหารสดที่ในปัจจุบันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งนิยมใช้เป็นอาหารเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งทะเล เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์กุ้งจากธรรมชาติที่ใช้เพรียงทรายเป็นอาหารจะพัฒนารังไข่ที่สมบูรณ์ให้ไข่จำนวนมากและมีคุณภาพดี นอกจากนี้ยังใช้เป็นเหยื่อตกปลาได้เป็นอย่างดีด้วย ดังนั้นการนำเพรียงทรายมาเลี้ยงในโรงเพาะฟักเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเพาะและอนุบาล รวมถึงศึกษาพฤติกรรมการสืบพันธุ์ ศึกษาอัตราการฟักและอัตราการรอดหลังการอนุบาล จึงเป็นแนวทางในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงเพรียงทรายในเชิงพาณิชย์ต่อไป
การเพาะเลี้ยงเพรียงทรายสามารถทำได้โดยนำเพรียงทรายจากธรรมชาติมาขุนเลี้ยงให้เป็นพ่อแม่พันธุ์โดยเลี้ยงในบ่อคอนกรีตกลมขนาด 2 ตารางเมตรที่ระดับความหนาแน่น 3,000-4,000 ตัว/ตารางเมตร ให้อาหารสำเร็จรูปของลูกกุ้งกุลาดำวันละ 2 มื้อ เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน ขุนประมาณ 1-2 เดือน พบว่าพ่อแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์เพศและพร้อมผสมพันธุ์ แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์จะให้ไข่จำนวน 50,000-70,000 ฟอง ไข่ที่ได้รับการผสมนำไปฟักในถังฟักเป็นเวลา 3 วัน จะได้ตัวอ่อนระยะเนคโดคืดมีอัตราการฟัก 40-50% นำตัวอ่อนที่ได้ลงบ่ออนุบาลต่อไป
คุณนันทวัน ศานติสาธิตกุล นักวิชาการประมง 5 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต กรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯ ได้ผลิตเพรียงพรายได้สำเร็จแล้วในเบื้องต้น แต่ยังผลิตได้ในปริมาณที่น้อยอยู่ เนื่องจากพื้นที่ทดลองมีจำกัด จึงสามารถผลิตเพรียงได้เพียงวันละไม่เกิน 2-3 กิโลกรัม/ตารางเมตร ในการเตรียมความพร้อมก่อนการเพาะเพรียงทราย สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งมาก่อน สามารถนำบ่อปูนเก่าที่ไม่ใช้ประโยชน์นำกลับมาใช้ได้ แต่ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน หรือถ้าไม่มีบ่อปูนสามารถใช้วัสดุอื่นทดแทนได้เช่นกัน ทั้งกระบะ ตะกร้า โดยใช้อวนมุ้งสีฟ้าปูรองพื้น และนำทรายนำน้ำจืดมาเป็นวัสดุในการเลี้ยง โดยใส่ทรายสูงประมาณ 20 เซนติเมตร
สิ่งที่ต้องดูแลเป็นการพิเศษ คือเรื่องการให้อาหาร หากพื้นทรายขรุขระมีความเรียบไม่เสมอกัน เพรียงจะกินอาหารไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุของที่ทำให้เกิดการแตกไซซ์ได้ ดังนั้นการให้อาหารไม่ควรให้มากเกินไป อาจจะให้บ่อยครั้งได้ เพราะถ้าอาหารเหลือจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อต่างๆ ส่วนเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน น้ำที่ใช้ควรมีการฆ่าเชื้อก่อน และต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำก่อนให้อาหารทุกครั้ง ระยะเวลาในการผลิตเพรียงทรายจะใช้ประมาณ 4 เดือน/รุ่น ครั้นนี้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเพรียงที่ทำการเลี้ยง หากปล่อยบางสามารถใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น
เกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงเพรียงทราย สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต โทรศัพท์ 0-7621-9330 ในวันและเวลาราชการ


ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด