ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ดินป่วย?

ไขปัญหาการเตรียมบ่อ แท้จริงแล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่ขึ้นอยู่กับว่า "ทำอย่างไรให้ของเสียมีน้อยที่สุด" พร้อมกับเปิดเผยกลเม็ดตรวจ ฟื้นฟูสภาพดิน และข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร
ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงการปรับปรุงดิน ก่อนการเลี้ยงกุ้งว่า ก่อนอื่นเกษตรกรต้องมองใน 2 ประเด็นคือ เรื่องระยะเวลาว่า เรามีเลี้ยงมานานจนเกิดการหมักหมมของเสีย ทำให้แร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ลดน้อยลงไป หรืออาจไม่เพียงพอหรือไม่ และประเด็นที่สองคือ มีการสะสมของสารอินทรีย์หรือของเสียต่างๆ ที่ดินไม่ต้องการมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากขาดแร่ธาตุอาจจะมีการปรับปรุงแร่ธาตุต่างๆ เพื่อให้ดินมีสภาพที่ดีขึ้น และหากเกิดปัญหาการหมักหมม ก็ต้องมีการการเตรียมดินให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยอาจจะแก้ปัญหาด้วยการเอาของเสียที่มีอยู่ในบ่อออกไปบ้าง และการเตรียมบ่ออาจจะต้องใช้ระยะเวลานานขึ้น หรืออาจจะทำทุกขั้นตอนควบคู่กันไป เพื่อฟื้นฟูสภาพดินให้กลับมาเหมือนเดิม คือเตรียมบ่อโดยใช้ระยะเวลานานขึ้น เอาของเสียที่อยู่ในบ่อออก และเติมแร่ธาตุเพื่อปรับปรุงดิน
แนะเคล็ดลับตรวจสภาพดิน
สำหรับการตรวจวัดคุณภาพดินนั้น ดร.ชลอ แนะนำว่า หากเกษตรกรบางรายที่ไม่ทราบ หรือไม่มีข้อมูลแร่ธาตุของดินในรอบที่เลี้ยงได้ผลผลิตดี จะทำให้ไม่สามารถนำค่าที่วัดได้มาเปรียบเทียบหาจุดบกพร่องหรือสารที่ขาดหายไปได้ ดังนั้นผมแนะนำ ให้ใช้วิธีสังเกตด้วยตาเปล่า ดังนี้ถ้าดูแล้วพื้นบ่อไม่รวมเลน แสดงว่ามีขี้เลนมาก ควรเอาเลนขึ้น แล้วทำการตากบ่อจนแห้งสนิท
"ผมอยากให้สังเกตดูว่าคนที่เลี้ยงดีๆ เลนจะรวมกลม พื้นดินแข็ง แต่ทางกลับกันพวกที่เลี้ยงไม่รอด เมื่อจับกุ้งออกมา เลนกระจายทั้งบ่อ ตีอย่างไรก็ไม่รวม แสดงว่าสภาพดินดีๆ ชั้นดินดีๆหมดไปแล้ว เหลือแต่พื้นยุ่ยๆ ตีอย่างไรก็ไม่เข้า"
นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากเนื้อดิน คือหากเนื้อดินมีลักษณะนุ่ม โดนน้ำแล้วฟู พื้นยุ่ย แนะนำว่า เมื่อจับกุ้งเสร็จแล้ว ให้ขุดหลุมลึกประมาณ 1 ฟุต หากพบว่า พื้นด้านล่างมีสีดำ จำเป็นต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เกษตรกรต้องรู้จักศึกษาหาความรู้ สังเกตจากบ่อที่ประสบความสำเร็จ รู้โครงสร้างของดิน และที่สำคัญต้องไม่เข้าข้างตัวเอง
ปล่อยแน่นกุ้งขาว มีเชื้อมากกว่ากุ้งดำหรือไม่
ส่วนความเชื่อที่ว่า การเลี้ยงกุ้งขาวมีการปล่อยแน่น จะมีเชื้อมากกว่ากุ้งดำ ดร.ชลอ มองว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และจังหวะเวลามากกว่า ความแน่นไม่ได้เป็นตัวบอกว่า เมื่อเลี้ยงแน่นแล้วจะมีโรคมากกว่า สมมติว่า หากเราปล่อยแน่นในรอบที่ผ่านมา คือรอบที่ปล่อยในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และจับไปเมื่อเดือนที่แล้ว จะปล่อยแน่นเท่าไรก็ไม่มีผล แต่ขณะนี้จะปล่อยแน่นไม่ได้ เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว
ฤดูกาลไม่เกี่ยว เตรียมบ่อให้ดีที่สุดก่อน
นอกจากนี้ ดร.ชลอ ยังกล่าวถึงการเตรียมบ่อในช่วงหน้าหนาวว่า การเตรียมบ่อในช่วงหน้าหนาวนั้น ไม่แตกต่างกับการเตรียมบ่อในฤดูอื่นแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับว่า จะเตรียมอย่างไรให้ดีที่สุด และสายพันธุ์ลูกกุ้งที่เตรียมลงบ่อ ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการประสบผลสำเร็จ
การเตรียมบ่อให้ดีที่สุดนั้นต้องคำนึงว่า การเลี้ยงกุ้งนานวันต้องมีของเสียปะปนอยู่ในบ่อเพิ่มขึ้นมา และมีบางส่วนที่เสื่อมลงไปเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลักการเตรียมดินจึงต้องยึดหลักง่ายๆ ว่า ทำอย่างไรให้ของเสียที่สะสมในบ่อมีน้อยที่สุด ซึ่งมีทางเลือกอยู่ 2 แนวทาง คือบำบัดในการเตรียมดิน ไม่ว่าจะเป็น การตากบ่อ พรวนดิน อัดดินกลับให้แน่น หรือตากแห้งแล้วเอาขึ้นจากบ่อ หรือหากไม่แน่ใจก็สามารถใช้ได้ทั้งสองแนวทาง
"ผมมองตามความเป็นจริง ถ้าผมดูว่าเลนเยอะมากก็เอาออก ก่อนเอาออกผมตากจนแห้งหมาดๆ ก่อน แล้วถึงเอาเลนออกง่ายกว่า ที่เหลือก็ตากต่อ ผมจะยึดตรงนี้เป็นหลัก บางคนเขาไม่เอาออกแต่เขาเลี้ยงกุ้งบาง ซึ่งของเสียเขาน้อยพื้นบ่อเขาแข็ง ซึ่งเขาเตรียมพื้นบ่อดี ใช้เวลาประมาณ 45-50 วัน มันก็เป็นการบำบัดไปในตัว บางคนไปเอาหลักปฏิบัติจากเขาที่เขาไม่เอาออก ตัวเองก็ไม่เอาออกบ้าง ปล่อยไร่ละ 500,000 ตัว แต่เขาปล่อยไร่ละ 40,000 ตัว บางคนจับกุ้งเสร็จอีก 2-3 อาทิตย์ลงกุ้งแล้ว แต่บางคนเตรียมบ่อ 50 วัน อยากเอาแบบใครก็เอามาหมดไม่คิดถึงการเลี้ยงของตัวเอง ตรงนี้อยากฝากไว้ให้เกษตรกรพิจารณาด้วยว่า ที่เอามาหมดแล้วเราต้องปรับอะไรเพิ่มเติมบ้าง ไม่ใช่เอามาหมดแล้วจะทำได้เหมือนเขาทุกอย่าง เพราะแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน"

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด