ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

"ซุปเปอร์สไปรอล" ทำง่ายๆ สไตล์ "โกเก้า"

อุปกรณ์เสริม ในการแก้ปัญหาขาดออกซิเจนในบ่อกุ้งขาว ประดิษฐ์ด้วยฝีมือคนไทย ประหยัดทุนได้เห็นๆ แถมการจัดการในฟาร์มยังเป็นเลิศทุกเดือนมีกุ้งหน้า 4 จับตลอดทั้งปี
" ประดิษฐ์ซุปเปอร์สไปรอลใช้เอง
คุณสมชาย สุวรรณาพิชาติ หรือ โกเก้า ผู้จัดการฟาร์ม ฟาร์มตั้งอยู่ที่ 59/1 ม.5 ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา กล่าวว่า สำหรับเครื่องตีน้ำแบบซุปเปอร์สไปรอลที่ประดิบฐ์เอง ตนได้ทดลองดัดแปลงทำมาเรื่อยๆ จุดประสงค์เพื่อให้ลดแรงเสียดทานของน้ำ เพื่อให้ตีน้ำได้เต็มหน้า ให้น้ำฟุ้งมากกว่าเดิม ออกซิเจนในบ่อมากขึ้น วิธีการทำ เริ่มจากใบพัด ใช้ท่อพีวีซีตัดให้ยาวประมาณ 20 ซม. ตัดปาดช่วงปลายแล้วนำไปต้มในน้ำร้อน เพื่อให้มันอ่อนตัวแล้วทำการดัดให้เป็นซี่ เพื่อในการวิดน้ำจะได้ลดกระแสแรงเสียดทานของน้ำลงไป ถ้าต้องการตีน้ำให้เป็นฝอยก็ต้องทำซี่ให้ถี่ขึ้น เพื่อให้ได้ออกซิเจนเยอะๆ ส่วนเพลาใช้เหล็กยาวขนาด 3 เมตร ติดใบพัด 76 อัน ระยะห่าง 6 ซม. ติดใบพัดเป็นแบบ 3 แฉก ตั้งรอบของเครื่องความเร็วอยู่ที่ 140 รอบ/นาที "เครื่องนี้ผมจะทำไปแก้ไขไปเรื่อยๆ ถึงขั้นนี้ที่นำมาใช้ในบ่อผมก็ว่าพอใช้ได้ น้ำฟุ้ง ค่าออกซิเจนไม่เคยตก ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากทีเดียว บ่อหนึ่งติดสักตัวเดียวก็พอ"
" เลี้ยงระบบรีไซเคิล
นอกจากนี้ที่ฟาร์มแห่งได้วางระบบการจัดการไว้อย่างดี โกเก้าเล่าให้ทีมงานฟังว่า ที่ฟาร์มจะมีบ่อทั้งหมด 27 บ่อ แต่ไม่ทำการเลี้ยงทีเดียวทั้ง 27 บ่อ จะลงกุ้งเดือนเพียงละ 3 บ่อ แต่ขอย้ำว่าลงกุ้งทุกเดือนทั้งปี ดังนั้นทำให้ฟาร์มแห่งนี้สามารถจับกุ้งขายได้ทุกเดือนตลอดทั้งปี และแต่ละบ่อจะมีเชือกกันนกและมีคลองส่งน้ำเชื่อมถึงกันทุกบ่อมี ทั้งคลองน้ำเสียและคลองน้ำดี ทำให้แต่ละรอบการเลี้ยงจะค่อยไม่มีปัญหา
"ทั้ง 27 บ่อ ที่ฟาร์มทำระบบรีไซเคิล จะมีน้ำทุกบ่อ ผมจะปล่อยกุ้งเดือนละ 3 บ่อทุกเดือน และจะจับกุ้งขายเดือนละ 3 บ่อเช่นกัน ที่ฟาร์มจะมีกุ้งออกทุกเดือน ทั้งปี จับไปก็ปล่อยใหม่ ใช้กำลังคนเท่าเดิม อุปกรณ์เท่าเดิม เมื่อก่อนเคยเลี้ยงพร้อมกันหมดทั้ง 27 บ่อ มันไม่รอด เราใช้อุปกรณ์มากไป ของมากลงทุนเยอะ เลี้ยงทั้ง 27 บ่อ ค่าไฟฟ้ามหาศาล และไม่พอใช้ด้วย แรงงานคนก็ไม่พอ เวลาเราหยุดเลี้ยงลูกน้องก็ไม่เอาไว้ไหนค่าใช้ก็ยังมีอยู่ จึงลองใช้ระบบนี้ดู ส่วนบ่ออื่นที่ไม่เลี้ยงก็ใช้เตรียมน้ำ โดยสูบน้ำทิ้งไว้ให้ปลาหมอเทศ ปลากระพง เป็นตัวช่วยบำบัดบ่อ ปลาเหล่านี้จะเกิดของมันเองเมื่อเราเปิดประตูน้ำ ปลาก็จะไหลเข้าไปเอง จะเป็นตัวช่วยบำบัดพื้นบ่อ ลองสังเกตดูเมื่อก่อนเราขังน้ำไว้ เมื่อเปิดบ่อดูจะเห็นว่าเลนพื้นบ่อเป็นสีดำ ตะกอน ตะไคร่น้ำเต็มไปหมดเลย แต่พอมีปลาเหล่านี้แล้วเปิดบ่อมาพื้นบ่อขาวสวยเลย ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ถ้าบ่อไหนเราดูแล้วพื้นบ่อดำก็ใช้เครื่องไถ ไถพื้นบ่อบำบัดอีกครั้งก็ใช้ได้แล้ว"
" วิธีเตรียมบ่อ
โกเก้า กล่าวว่า หลังจากที่จับกุ้งแล้วก็เอาเลนออก และตากบ่อไว้จนแห้ง จากนั้นดึงน้ำจากคลองเข้าบ่อ จนล้น ปลาต่างๆ จะติดเข้าไปบ่อเองอัตโนมัติและจะใช้ปลาช่วยบำบัดน้ำและพื้นบ่อไปในตัว ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 เดือน โดยไม่ต้องเปิดเครื่องตีน้ำเลย และทำการเปิดน้ำออก ส่วนน้ำจะดึงไปใช้เลี้ยงกุ้งบ่อต่างๆ ก่อนลงกุ้งจะสูบน้ำออกให้หมดแล้วทำการตากบ่อ จนบ่อแห้ง ถ้าหน้าฝนตากไม่ได้ก็ใช้เลย โดยเราจะลงไปเช็คที่ก้นบ่อก่อน ถ้าดินเน่ามีกลิ่นเหม็นก็จะไถหน้าดินด้วยรถไถ จะไม่ใส่ปูนขาวในช่วงนี้ และทำการดึงน้ำเข้า จากนั้นจะทำการวัดค่าพีเอชของน้ำ ถ้าพีเอชไม่อยู่ที่ 8 จะลงปูนขาว ลงจนได้พีเอช 8 ต่อไปก็ต้องทำการฆ่าพาหะ จุดประสงค์ที่เราใช้พีเอช 8 คือ ยาฆ่าพาหะจะออกฤทธิ์ได้ดีที่พีเอช 8.3
" สร้างอาหารธรรมชาติก่อนปล่อย
โกเก้า กล่าวอีกว่า ก่อนปล่อยกุ้งจะสร้างอาหารธรรมชาติก่อน วิธีการคือ ตีน้ำไปเรื่อยๆ และใส่รำต้มหมักผสมกับปลาป่น ใส่บ่อละ 20-30 กก. ต้มและสาดไปเรื่อยๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน ลูกไรจะเกิดขึ้น แต่บางบ่อถ้าไม่ขึ้นก็ใส่ปุ๋ยเข้าไปเสริม รอดูสัก 3-4 วัน ถ้าในบ่อพบว่ามียุงก็ไม่ต้องใส่ ในการสร้างสัตว์หน้าดินจะตีน้ำทุกวัน คือเตรียมแล้วตีน้ำไปเรื่อยๆ และตรวจวัดค่าพีเอช อัลคาไลน์ ถ้าอัลคาไลน์ไม่ได้ก็เติมปูน ถ้าพีเอชไม่ได้ก็เติมปูนเช่นเดียวกัน ตั้งค่าพีเอชไว้ที่ 7-8 อัลคาไลน์ 100 แต้ถ้าจำเป็นปรับไม่ขึ้นจริงๆ 80 ก็ใช้ได้ สีน้ำจะขึ้นเองไม่มีการทำ ถ้าไม่ขึ้นก็ใช้วิธีการลากโซ่ แต่ในระหว่างการเลี้ยงจะไม่ทำการลากโซ่ เพราะกุ้งขาวมักคุ้ยก้นบ่ออยู่แล้ว ส่วนกุ้งที่นำมาปล่อยจะเป็นกุ้งพี 12 ปล่อยอัตรา 1 แสนตัว/ไร่
" สูตรการให้อาหาร 1-2-3
สำหรับการให้อาหาร โกเก้า กล่าวว่า หลังจากปล่อยกุ้งจะให้อาหารในวันแรกอัตราส่วน 1 แสนตัว/ 2 กก./ วัน การให้อาหารจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิด้วย ถ้าอากาศหนาวมากก็จะให้ตอน 9 โมงเช้า ขืนให้ไปกุ้งก็ไม่กินอาหารจะทำให้บ่อเน่าได้ ถ้าบ่อเน่าของเสียในบ่อมาก เมื่อแดดออกจุลินทรีย์ทำงานกุ้งจะไม่สวยกุ้งจะเป็นแผล หางกร่อน เหงือกดำ การให้อาหารจะใช้สูตร 1-2-3 วิธีการเพิ่ม กุ้ง 1 แสนตัว 7 วันแรกเพิ่ม 1 ขีด 7 วันที่สองเพิ่ม 2 ขีด 7 วันที่ 3 ก็จะเพิ่ม 3 ขีด และจะไปชนที่ 21 วันพอดี ก็จะเริ่มเช็ดยอได้ การเช็ดยอ ส่วนใหญ่กุ้งขาวจะเช็คยอออกประมาณวันที่ 20 บวกลบ 5 วัน ถ้ากุ้งติดดีๆ 15 วัน ก็เช็คได้แล้ว ถ้าไม่ได้ 25 วันเต็มที่
"ผมจะไม่เครียดสำหรับเรื่องการให้อาหารในช่วงต้น เพราะมีอาหารธรรมชาติพอให้กุ้งกินถึงวันที่ 7 เพราะผมดูแล้วมันก็โต เมื่อก่อนให้เยอะให้ 1 แสน/อาหาร 1กก. และเพิ่มที่ 3-4-5 ปล่อยกุ้ง 1 แสน ช่วงนี้ลดมาเกือบครึ่งก็โตปกติ ยิ่งให้อาหารน้อยมันกลับโตกว่าการให้อาหารเยอะ ให้ตอนมันหิวและกินจะดีกว่า"
" เริ่มถ่ายน้ำตอนกุ้ง 60 วัน
โกเก้า บอกว่า จะทำการพาเชี่ยลตอนกุ้งอายุ 90 วัน ถ้ากุ้งมีความหนาแน่นเกิน 2 ตัน/ไร่ จะเอาออกสักประมาณ 500 กก./ไร่ ถ้าบ่อ 4 ไร่ ก็เอาออก 2 ตัน นั้นคือรอบแรก ถ้าบ่อใหญ่สัก 6-7 ไร่ขึ้นไปอาจจะเอกาออกสัก 3-4 รอบ บ่อ 3-4 ไร่ ออกสัก 2 รอบ ต้องดูความเหมาะสมอย่าให้เกิน 2 ตัน/ไร่ ถ้าเลี้ยงแน่นเกินจะทำให้กุ้งเครียดถ้าเลี้ยง 4 ไร่ กุ้งประมาณ 8-10 ก็จับออกสัก 4 ตัน ให้เหลือ 6 ตัน แล้วเลี้ยงต่อจะดีกว่า แต่ครั้งนี้จะทำได้ต้องมีความพร้อม ต้องมีบ่อเก็บน้ำ ต้องมีน้ำที่ต้องเติม
ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำระหว่างการเลี้ยง ที่ฟาร์มจะเริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อกุ้งอายุ 60 วันไปแล้ว และจะทำการถ่ายน้ำทุกวันพระ จะเริ่มลดน้ำในตอนกลางวันประมาณ 10-15 ซม.ถ่ายออกตอนกลางวันและตอนกลางคืนจะเติมเข้าไป ที่ฟาร์มหมดปัญหาเรื่องนี้เพราะมีบ่อพักน้ำมากพอ ทำให้สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ตลอดเวลา
" เทคนิคการเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่
เมื่อถามถึงสูตรการเลี้ยงกุ้งขาวให้ได้ไซซ์ใหญ่ โกเก้า กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่มีอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อย่าให้แน่น เครื่องให้อากาศต้องตีตลอดเวลา ถ้าเราเลี้ยงแน่นต้องให้ออกซิเจนเขาตลอด พยายามวัดค่าออซิเจนให้ไม่ต่ำกว่า 5 และเลี้ยงอย่าให้แน่นเกิน เกษตรกรต้องท่องไว้เสมอว่า "อย่าโลภ" ถ้าจะปล่อยกุ้งแน่นต้องมีความพร้อม ถ้าไม่พร้อมไร่ละ 1 แสนก็พอ นอกจากนี้โกเก้าได้เผยถึงเทคนิคต่างในการเลี้ยงกุ้งขาวไห้ได้ไซซ์ใหญ่ แก่ทีมงาน นสพ.กุ้งไทย ฟังดังนี้
-สูตรผลไม้ ที่ฟาร์มมีสูตรการทำอาหารเสริม ด้วยการนำผลไม้ที่มีในฤดูกาลมาหมัก ร่วมกับน้ำตาล สัดส่วนการหมักใช้ 1-1-10 ผลไม้ 1 ส่วน น้ำตาล 1 ส่วน น้ำ 10 ส่วน หมักไว้ 3 เดือนขึ้นไป ใช้การสังเกตที่กลิ่นถ้ามีกลิ่นหอมแสดงว่าสามรรถนำไปใช้ได้แล้ว กลิ่นกลิ่นจะคล้ายกับกลิ่นไวท์ โดยนำไปฉีดที่อาหารพอหมาด ให้วันละ 2 มื้อ มื้อไหนก็ได้แล้วแต่สะดวกเช้าหรือเย็นก็ได้เช่นกัน
"สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการที่เกษตรกรจะนำเทคนิคของผู้อื่นไปใช้ ต้องนำไปใช้ให้หมด ไม่ใช่เอาไปเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หรือก่อนใช้ต้องดูความเหมาะสมของฟาร์มด้วย ว่าพื้นที่ของฟาร์มเป็นเช่นและค่อยปรับเปลี่ยนไป" โกเก้ากล่าว

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์แรก ฉบับเดือน ธันวาคม 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด