ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ระดมเซียนกระบี่แนะวิธีการเลี้ยงกุ้งขาว

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ ได้จัดงานวันกุ้งกระบี่ปี 47 ขึ้น ณ โรงแรมกระบี่ มารีไทม์ ปาร์ค & สปารีสอร์ท ซึ่งได้เชิญวิทยากรมาร่วมการบรรยายหลายท่านทีเดียว แต่ด้วยเนื้อที่ของเรามีจำกัด จึงนำเสนอได้เพียงบางประเด็นเท่านั้น
สำหรับหัวข้อการสัมมนาคือ "หลากหลายระบบการเลี้ยงกุ้งขาวเพื่อให้ประสบผลสำเร็จ" มีวิทยากรร่วมบรรยายทั้ง น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ แกนประสานเครือข่าย "คนไทย - กุ้งไทย"
คุณอนันต์ จิววุฒิพงศ์ รองประธานชมรมฯ
คุณศรีชนะ เอื้อสุนทร,
คุณอนุวัฒน์ แก้วน้อย
และนายสุชาติ ทองตรี ฝ่ายวิชาการชมรมฯ
โดยมี ดร.สถาพร ดิเรกบุษราคม จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นผู้ดำเนินรายการสัมมนา
มีเงิน 5 แสน ควรเลี้ยงกุ้งขาวอย่างไรดี?
จากนั้น ดร.สถาพร ได้ตั้งคำถามให้วิทยากรทั้ง 5 ท่านว่า ถ้าสมมติว่าเกษตรกรมีเงินทุนในการเลี้ยงกุ้งขาวอยู่ 5 แสนบาท จะทำการเลี้ยงอย่างไรดี?
คุณศรีชนะ เอื้อสุนทร ตอบว่า ก่อนที่จะเลี้ยงต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่า เราต้องการเลี้ยงให้ได้เท่าไร หากต้องการเลี้ยงให้ได้ไซซ์ 40 ตัว/กก. ควรลงกุ้ง 100,000 ตัว แต่ถ้าไม่มีทุนก็สามารถเลี้ยงแล้วพาเชี่ยลขายก่อนก็ได้ หรือหากต้องการเลี้ยงครั้งเดียวจบ ก็ปล่อยกุ้งให้บาง
"ถ้าจะเลี้ยงกุ้งขาวต้องมีบ่อพักน้ำ ต้องมีเครื่องมือพร้อม อย่าคิดว่าเพียงมีเงินแล้วจะเลี้ยงได้ การจัดการของฟาร์มก่อนที่จะเลี้ยงต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เครื่องตีน้ำ บ่อพักน้ำ จะลงกุ้งเท่าไร เราเลี้ยงไปแล้วเราต้องการไซซ์เท่าไร ต้องคำนวณต้นทุนในการเลี้ยงให้ได้"
ขณะที่ น.สพ.สุรศักดิ์ ตอบว่า จากประเมินตัวเลขทั้งหมด รายที่มีความพร้อมปานกลางแล้วเลี้ยงแบบยั่งยืน หากอาศัยแหล่งน้ำอย่างเดียวคิดว่าน่าจะลงกุ้งประมาณ 5-6 หมื่นตัว/ไร่ หรือ 1แสนตัว/ไร่ ถ้าแน่นไปก็คัดออก ประเด็นอยู่ที่ว่า 1.พันธุ์ 2.อย่าเลี้ยงบางเกินไป เพราะในระดับหนึ่งจะไม่คุ้มกับการเตรียมน้ำ การรักษาบ่อ การตีน้ำ ถ้าเลี้ยงแล้วสงสัยว่าพลาดควรวัดแอมโมเนีย ไนไตรท์ ออกซิเจน ต้องมีเครื่องมือที่ครบถ้วน
หากเลี้ยงแน่น เราต้องคำนึงว่ากุ้งจะโตเร็วก็จริง แต่ถ้าเราเลี้ยงแน่นแล้วต้องระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมในบ่อ การคำนวณอาหารผิดพลาด ค่าแอมโมเนีย สภาพกุ้งหากเครียดกุ้งจะโตช้า ส่วนการปล่อยบางหรือแน่นนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่การเลี้ยงต้องตรวจวัดค่าต่างๆ ในบ่ออย่างสม่ำเสมอ และอีกประเด็นที่ต้องระวังอย่างมากในการเลี้ยงกุ้งขาว คือ ถ้าหากมุ่งที่จะเลี้ยงไซซ์ใหญ่เท่ากันหมด ก็จะขายลำบาก หรืออาจได้ราคาไม่ดี เนื่องจากกุ้งไซซ์ใหญ่ในตลาดโลกนิยมทำกันน้อย เพราะไซซ์ใหญ่มีราคาแพง ผู้บริโภคไม่ค่อยนิยม หรือหากเราเลี้ยงไซซ์ไหนมากเกินไปราคาก็ตก ประเด็นคือเลี้ยงแล้วให้อยู่ในทุนที่จำกัด ถ้าบางไปเลี้ยงยาก
"อย่าให้มีข้อผิดพลาดระหว่างการผลิต ต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำ ในบ่อสม่ำเสมอ ระหว่างการเลี้ยงมีวิธีการสังเกต เมื่อทอดแหกุ้งขึ้นมาไม่ถึงนาทีกุ้งตัวไม่ขาวแสดงว่ากุ้งเครียด ถ้าทอดมาแล้วไม่มีกุ้งช็อกตัวงอ แสดงว่าสภาพแวดล้อมคุณสมบัติน้ำ แร่ธาตุในน้ำพอ เกษตรกรต้องนำสิ่งเหล่านี้มาประกอบการเลี้ยง
คุณอนันต์ จิววุฒิพงศ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าเงิน 5 แสน จะปล่อยกุ้งเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีบ่อ 5 ไร่ ก็ควรจะปล่อยกุ้ง 3 แสนตัว นอกจากนี้พฤติกรรมของกุ้งขาวจะชอบคุ้ยดินพื้นบ่อให้เกิดตะกอน ถ้าปล่อยบางจะมีการคุ้ยเพียงเล็กน้อย โดยที่แพลงก์ตอนที่อยู่ในบ่อหากได้รับแสงแดดมาก มันก็จะมีความเข้มของน้ำพอสมควร
"กุ้งขาวส่วนมากจะมีกุ้งขาดออกซิเจน จึงควรปล่อยประมาณ ไร่ละ 1 แสน ถ้า 5 ไร่ก็ 5 แสนตัว วางเครื่องแสนละ 1 ตัวก็คือ 5 เครื่อง พอกุ้งสัก 60-70 ตัว ก็อาจจะพาเชี่ยลขายเอาเงิน และทำการเลี้ยงกุ้งต่อ เราสามารถเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่ได้ ในความคิดผม จะเลี้ยงง่ายกว่าการปล่อยบางด้วย"
ถ้าไม่มีเครื่องวัดออกซิเจนจะทำอย่างไร ?
คุณอนันต์ กล่าวว่า ถ้าระหว่างเลี้ยงไม่มีเครื่องวัดออกซิเจน เราสามารถสังเกตได้ จากการวัดค่าพีเอชทั้งเช้า-เย็น พีเอชจะเป็นตัวชี้สภาพภายในบ่อ สภาพออกซิเจนในบ่อให้รู้ เพราะว่าเรามีการวัดอยู่ทุกวัน ตอนเช้าอยู่ที่ 7.8 เย็น 8.1-8.2 อยู่มาเช้าวันหนึ่งเหลือเพียง 7.6 -7.5 ก็ต้องสังเกตว่าน้ำมีการเปลี่ยนสีหรือไม่ แต่การที่สีน้ำล้มในกุ้งขาวจะไม่รุนแรงเหมือนดังเช่นกุ้งดำ ซึ่งอาจจะลงปูนขาวเพื่อแก้น้ำล้ม และเร่งตีน้ำให้มากขึ้น ก็จะสามารถประทังปัญหาตรงนี้ไปได้ ตอนเย็นเคยอยู่ที่ 8.2 อยู่ๆ เหลือเพียง 7.9 เราต้องสังเกตว่าออกซิเจนต่ำหรือไม่
ออกซิเจนต่ำจะแก้ไขอย่างไร ?
คุณศรีชนะ แนะนำว่า ที่ฟาร์มเลี้ยงจะใช้ปูนขาว ปูนแคลเซียม ปูนร้อนใส่ประมาณ 25 กก./ไร่ ค่าพีเอชจะค่อยๆ ขึ้น โดยวัดหลังจากใส่แล้วประมาณ 1 ชม. ส่วนกุ้งล่องนั้นมาจากสาเหตุทั้งขาดอาหารและขาดออกซิเจน วิธีดูถ้ากุ้งล่องเพราะขาดอาหาร เอาอาหารไปสาด ถ้ากุ้งกินอาหารแสดงว่าขาดอาหาร ถ้าขาดออกซิเจนต้องเร่งตีน้ำ และหยุดการให้อาหารในมื้อเย็น
การเลี้ยงกุ้ง 5 ไร่ เราต้องมีบ่อพักน้ำสักกี่ไร่ดี ?
คุณสุชาติ ทองตรี กล่าวว่า บ่อพักน้ำต้องมี 5 ไร่ เท่ากัน เพราะเมื่อมีปัญหาจะไม่วุ่นวายมาก การถ่ายน้ำของฟาร์มเริ่มต้นจากปริมาณ 5 ชม. หลังจากนั้นก็ 10 -20 ชม. สรุปว่าจากประสบการณ์ในการเลี้ยง จะเลี้ยงแบบถ่ายน้ำตลอดไม่ได้ เลี้ยงแบบระบบปิด ต้องมีความพร้อมทั้งบ่อพัก และดูพื้นที่เลี้ยงด้วยว่ามีเชื้อโรคการระบาดมากหรือไม่ ต้องทำการป้องกัน บ่อน้ำก็มีความสำคัญ เมื่อดึงน้ำเข้าไปในบ่อแล้ว ต้องมีการฆ่าเชื้อโรคก่อนใช้
น.สพ.สุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กุ้งขาวเป็นกุ้งอุตสาหกรรมจริงๆ เป็นกุ้งที่ใครๆ ก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะฉะนั้นทุกประเทศก็มีโอกาสที่จะเลี้ยงเช่นเดียวกัน เลี้ยงได้ก็ต้องขายได้ ตราบใดที่ยังมีกำไรอยู่ก็ต้องขยายการผลิตออกไปแน่นอน ณ ปัจจุบันเฉพาะบ่อกุ้งที่เรามีอยู่ก็มีมากอยู่แล้ว ถ้าทุกคนเลี้ยงกุ้งขาวในระดับที่ต่างคนต่างเลี้ยงเต็มพื้นที่ของตัวเอง ราคาก็จะแกว่งตามปริมาณที่ออกมา เพราะของเข้าตลาดมาก
"กุ้งขาวห้องเย็นไม่สามารถเอากุ้งเด็ดหัวทำใหม่ได้ ไม่ใช่เลี้ยงมากเข้าว่าอย่างเดียว ต้องดูความสมดุลของระบบตลาดด้วย เราเลี้ยงทั้งประเทศ และที่สำคัญผมเรียนว่าเงื่อนไขของธุรกิจกุ้งในปีต่อๆ ไป ไม่เหมือนเดิมแล้ว ไทยไม่เป็นเจ้าตลาดแล้ว แต่เป็นเพียงผู้ค้าในตลาด ที่มีทุนเดิมในฝีมือการส่งออก และเทคนิคการเลี้ยง ความเชื่อถือเรายังพอมีอยู่ในระดับหนึ่ง ถ้าหากว่าในปีหน้า เราไม่วางแผนการเลี้ยงอย่างดี เลี้ยงแบบรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ทำต้นทุนให้ต่ำ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะปีต่อไปคู่แข่งจะพัฒนาตัวเองไล่หลังเรามาเรื่อยๆ พอมีการแข่งขันกันมาก ความอยู่รอดจะสำคัญที่สุด ฝีมือในการเลี้ยง แต่ละคนต้องพัฒนา วางแผนการเลี้ยงให้ดี"

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์แรก ฉบับเดือน ธันวาคม 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด