ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ส่งออกแนะวิธีการเลี้ยงกุ้งให้ได้กำไร

ส่งออกชี้ทางรวย แนะเกษตรกรวางแผนการผลิตปี 2548 เน้นเลี้ยงแค่ปีละ 2 ครอบ/ปี อย่าสนเรื่องราคา เลี้ยงแบบพาเชี่ยลทยอยจับใช้เงินหมุนเวียน มีกุ้งทั้งปีทุกไซซ์ ทุกขนาด ทำให้สามารถรับออเดอร์ได้ทั้งปี
คุณฤทธิรงค์ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หนึ่งในบริษัทผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของไทย กล่าวถึงแนวโน้มของตลาดกุ้งไทยในปีหน้าว่า โดยส่วนตัวค่อนข้างมั่นใจว่า ในปี 48 กุ้งไทยจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกุ้งขาว เนื่องจากเกษตรกรหลายรายอาจมีการนำพื้นที่ๆ ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเลี้ยงกุ้ง รวมถึงนำที่ดินบ่อร้างมาพัฒนาให้เป็นพื้นที่เลี้ยงกุ้งมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตกุ้งในปีหน้ามีมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันเราใช้พื้นที่เลี้ยงกุ้งในประเทศเพียง 60 % โดยไม่มีการขุดบ่อใหม่ หรือคิดเป็น 300,000 ไร่ กอปรกับขณะนี้เกษตรกรมีทางเลือกในการเลี้ยงมากขึ้นทั้งกุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปีหน้าจึงน่าจะมีผลผลิตประมาณ 400,000 ตัน ซึ่งมากกว่าผลผลิตในปีนี้
" แนะเทคนิคการเลี้ยงกุ้งให้ขายคล่อง
คุณฤทธิรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนจะทำอย่างไรให้ผู้เลี้ยงสามารถยึดอาชีพการเลี้ยงกุ้งให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้นั้น จากประสบการณ์การทำธุรกิจอย่างครบวงจรในด้านนี้ ทำให้ทราบถึงปัญหาของเกษตรกรเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นจึงต้องหันมามองว่า จะทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้และมีกำไร โดยที่ผ่านมาสิ่งที่ผู้เลี้ยงคำนึงถึง และหวาดวิตกกันมาก คือ ในเรื่องของราคา เกษตรกรควรเลิกคิดถึงเรื่องราคาได้แล้ว เพราะเป็นเรื่องของกลไกทางการตลาด ราคาของกุ้งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความต้องการของตลาดโลก ถ้ามีความต้องการมากราคาก็จะสูงตามมา แต่สิ่งที่เกษตรกรควรคำนึงถึงมากที่สุด นั่นก็คือการบริหารจัดการในการเลี้ยงของฟาร์มตัวเอง ซึ่งผมขอแนะหลักการในการปฏิบัติดังนี้
การเลี้ยงต้องมีการวางแผนที่ดี จากประสบการณ์ที่ผ่านมาขอแนะนำว่า ในหนึ่งปีควรเลี้ยงแค่ 2 รอบ ไม่ว่ากุ้งขาวหรือกุ้งดำ เพื่อเป็นการลดอัตราความเสี่ยงจากการสูญเสียในการเลี้ยงรอบที่ 3 เนื่องจากโดยทั่วไปถ้าเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง 3 รอบ จะพบว่ามีอัตราการเสีย 1 รอบ และยังไม่เป็นการเร่งมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียทำให้ในการเลี้ยงแต่ละรอบไม่ได้กุ้งไซซ์ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเวลาในการเตรียมบ่อนานขึ้น รวมถึงเตรียมปัจจัยอื่นๆ ให้พร้อมมากกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนระบบ และวางแผนการเลี้ยงใหม่ สำหรับในส่วนของการเลี้ยงนั้นให้เลี้ยงตามปกติ
เลี้ยงแบบพาเชี่ยล การเลี้ยงแบบพาเชี่ยลซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ได้ผลที่ดีมาก ยกตัวอย่างเช่น หากเกษตรกรเลี้ยงกุ้งขาวได้ 10 ตัน เมื่อกุ้งอายุ 90 - 95 วัน ให้จับออกประมาณ 20 % ไซซ์ประมาณ 70 -80 ตัว/กก. จาก 10 ตัน พาเชี่ยลออกมา 2 ตัน แล้วนำไปขายโดยไม่ต้องไปสนใจเรื่องราคา เพราะจะสามารถนำเงินที่ได้มาหมุนเวียนซื้อปัจจัยที่จำเป็นต่อการเลี้ยงได้ นอกจากนี้ยังทำให้กุ้งในบ่อมีปริมาณบางลง ทำให้กุ้งที่เหลือยังมีโอกาสโตได้ไซซ์ใหญ่ขึ้น จากนั้นทำการเลี้ยงต่อไปอีกจนถึง 120 วัน ให้พาเชี่ยลออกอีก 30 % ก็จะได้ไซซ์ประมาณ 60 -70 ตัว/กก.ส่วนที่เหลือให้เกษตรกรเลี้ยงต่อไปจนถึงจับครั้งสุดท้าย ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะได้เงินทุนมาหมุนเวียนแล้ว ยังเป็นการลดความเสี่ยงลง เพราะหากเกิดความเสียหายระหว่างเลี้ยง ก็ยังได้เงินในส่วนที่จับขายไปแล้วก่อนหน้า
"เมื่อถึงการกุ้งจับครั้งสุดท้าย เกษตรกรก็จะได้กุ้งใหญ่ โรงงานก็จะทำได้มากขึ้น มูลค่าส่งออกของประเทศก็จะเพิ่มขึ้น สร้างรายได้เพิ่ม แล้วสุดท้ายเงินกลับมาหมุนเวียนในอุตสาหกรรมกุ้งไทย"
" ส่งผลดีทั้งเกษตรกรและผู้ส่งออก
คุณฤทธิรงค์ กล่าวต่อไปว่า ข้อดีของการพาเชี่ยลคือ ทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาและการขาดทุน ปริมาณกุ้งไม่ทะลักขึ้นมามากในคราวเดียวกัน เนื่องจากมีการทยอยจับขายในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อผู้ส่งออก เพราะสามารถวางแผนการตลาดได้ และสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ เนื่องจากผู้ส่งออกกล้ารับออเดอร์จากทุกไซซ์ ไม่ว่าไซซ์ใหญ่ กลาง หรือเล็ก
"เท่าที่มีการปรึกษากับตัวแทนเกษตรกรจากหลายชมรม ปรากฏว่าต่างเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งโดยส่วนตัวผมต้องการเผยแพร่ให้เกษตรกรได้ทราบเรื่องนี้อย่างทั่วถึงมากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกมากขึ้น"
" ห้องเย็นเตรียมปรับตัวต้อนรับปี 2548
ส่วนสถานการณ์กุ้งในปีหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น คุณฤทธิรงค์ กล่าวว่า ปีหน้ากุ้งขาวจะมีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทำให้ภาวะราคาในช่วงนั้นถูกลง ซึ่งสิ่งที่ควรกระทำที่สุดคือ ต้องส่งสัญญาณไปให้ทุกโรงงานและห้องเย็นทราบ เพื่อการเตรียมตัวที่ดีในการเพิ่มการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมปัจจัยต่างๆ ในการรองรับกุ้งที่มีปริมาณมากขึ้น การขยายโรงงาน หรือการติดต่อกับตลาดต่างประเทศเพื่อระบายกุ้ง ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องมีการวางแผนการผลิต เพื่อจะให้ได้กุ้งที่มีความหลากหลายทั้งเล็กกลางใหญ่ เมื่อเกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ ผู้ส่งออกเองก็สามารถวางแผนการผลิตได้เช่นกัน ถ้าเกษตรกรอยู่ได้ผู้ส่งออกก็สามารถอยู่ได้เช่นกัน

"อยากฝากถึงเกษตรกรว่า ในหน้าหนาวอย่าเลี้ยงกุ้งแน่นไป เลือกสายพันธุ์ที่ดี เตรียมบ่อให้ดี และทำตามวิธีการข้างต้น รับรองว่าอยู่ได้ ทำกำไรได้แน่ ซึ่งโดยรวมเกษตรกรต้องเปลี่ยนทัศนะคติใหม่ในการเลี้ยงกุ้ง ส่วนเรื่องทางวิชาการเลี้ยง เกษตรกรไทยมีความสามารถในการเลี้ยงอยู่แล้ว และอยากให้การจับกลุ่มเป็นชมรม เพื่อได้รับทราบเรื่องของข้อมูลข่าวสาร เทคนิคการเลี้ยง ควรมีการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการคุยกับผู้ส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะกับสมาคมส่งออกทั้ง 2 สมาคม พร้อมกันนี้ระมัดระวังการใช้ยาที่ต้องห้าม พยายามรักษาคุณภาพกุ้ง เพื่อให้สมกับคำว่า"กุ้งปลอดสาร" เพื่อให้ไทยกลายเป็นครัวของโลก ส่งออกอาหารไปทั่วโลก"

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์แรก ฉบับเดือน ธันวาคม 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด