ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

งานกุ้งตะวันออกแฟร์ เดือน มกราคม 2548

คุณจักรา เพชรเจริญ ประธานชมรมผู้เลี้ยงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า จากเดิมกุ้งกุลาดำที่เคยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย และในอดีตเราเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งมากที่สุดในโลก จนมาถึงปี 2546 ผลผลิตกุ้งส่งออกมีปริมาณถึง 320,000 ตัน แต่เป็นกุ้งขาวแวนนาไมถึง 200,000 ตัน และมีกุ้งกุลาดำเพียง 120,000 ตัน ส่วนปี 2547 ประมาณการณ์ใน 10 เดือนแรก ผลผลิตกุ้งส่งออกมีปริมาณถึง 300,000 ตัน โดยมีกุ้งขาวแวนนาไมถึง 220,000 ตัน และกุ้งกุลาดำเพียง 80,000 ตัน
โดยครึ่งหลังของปี 47 ผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมออกมาเป็นส่วนมากแสดงถึงการปรับขบวนการผลิตทั้งระบบ ซึ่งเกิดจากหลายๆ ปัญหาที่ได้รุมเร้าเข้ามาจนทำให้ทุกภาคส่วนของการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ตั้งแต่ธุรกิจการจับพันธุ์จากทะเล โรงเพาะฟักอนุบาล ปัจจัยการผลิต เกษตรกร จนถึงผู้ค้ากุ้ง โรงงานแปรรูป ห้องเย็น ผู้ส่งออก ไม่เพียงแค่บอบช้ำแสนสาหัส แต่ถึงกับธุรกิจล้มหายไปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านการตลาดในภาพรวมยังเป็นปัญหาเดิม คือมีการกีดกันทางค้าที่ใช้ภาษี (Tariff Barrier) เช่น การฟ้องทุ่มตลาดกุ้งของสหรัฐฯ ระบบสิทธิพิเศษศุลกากรในกลุ่มยุโรป (GSP) และการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non Tariff Barrier) เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ (เต่าทะเล, ป่าชายเลน), การตรวจสอบย้อนกลับยังแหล่งผลิต มาตรการตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้าง, มาตรการป้องกันการก่อการร้ายทางชีวภาพ และยังมีประเทศคู่แข่งผลิตกุ้งเพิ่มขึ้นมากว่า 40 ประเทศ
ในปี 2548 จะยังมีข่าวร้ายซ้ำเติมอีกจากที่รัฐบาลกำหนดราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 14.59 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2547 เป็นต้นมา แต่เกษตรกรยังมีเวลาปรับตัวจากการประกาศราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตแทบทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้นอีกแน่นอน แต่ในข่าวร้ายยังพอมีข่าวดี เรื่องสิทธิจีเอสพี จะมีการพิจารณาในรอบใหม่ และเรื่องการฟ้องทุ่มตลาดกุ้งจาก 6 ประเทศ รวมทั้งไทยด้วย ซึ่งไม่น่าเกินเดือนกุมภาพันธ์ 2548 คงได้อัตราภาษีที่ออกมาชัดเจน และจะส่งผลให้ความผันผวนของราคาน่าจะลดลง
แต่ทั้งนี้ปัญหาสำคัญของเกษตรกรที่เราประจักษ์กันดี คือ ปัญหากุ้งราคาตกต่ำ เลี้ยงไม่โต โรคระบาด และขาดทุนสะสมในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ประกอบกับทางเลือกใหม่ คือ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ขณะนี้ยังให้ผลตอบแทนที่ดี แม้ใช้พื้นที่การเลี้ยงลดลง แต่จะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในอนาคตจริงหรือไม่ สิ่งนี้เราต้องมาพิสูจน์กันต่อไป
ดังนั้นชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จึงได้ร่วมกับกรมประมง กรมการค้าภายใน หอการค้าจังหวัดจันทบุรี สมาคมกุ้งตะวันออกไทย สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีอีโอ) จังหวัดระยอง ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตราดยั่งยืน ชมรมผู้ประกอบการโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมมือกันจัดงาน สัมมนา วันกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค.48 ณ โรงแรมเคพี.แกรนด์ จันทบุรี
"ในการจัดงานวันกุ้งของชมรมฯ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าวันกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์ครั้งที่ 8 เกษตรกรได้ให้ความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 1,500 คน และการจัดงานในครั้งนี้ ทางคณะกรรมการชมรม ได้ปรึกษากับทางสมาคมกุ้งตะวันออกไทยแล้วมีความเห็นว่า การจัดงานครั้งนี้จะเป็นการจัดงานในระดับภาคตะวันออก โดยมีชมรมที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงกุ้งในภาคตะวันออกเข้าร่วมด้วย ทำให้คาดได้ว่า การจัดงานในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดในภาคตะวันออก"


ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน ธันวาคม 2547

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด