ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ข่าวดี


รายงานด่วนจากสหรัฐ
เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา มีรายงานจากสหรัฐฯ แจ้งเข้ามาว่า คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ITC (The United States International Trade Commission ) ได้พิจารณาไต่สวนการทุ่มตลาดกุ้ง หลังใช้เวลาสอบสวนนาน 1 ปี โดยมีคำตัดสินว่า ไทย อินเดีย จีน เวียดนาม บราซิล และเอกวาดอร์ ส่งออกกุ้งทุ่มตลาดสหรัฐฯ ในราคาที่ไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งแปรรูปและประมงของสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมหามาตรการดำเนินการอย่างเร่งด่วนกับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา กับไทยและอินเดีย
เฮกุ้งกระป๋องหลุด
ในรายงานอีกว่า คณะกรรมธิการได้พิจารณาไต่สวนผลกระทบต่อการนำเข้าที่ก่อความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุ้งแปรรูปและประมงของสหรัฐฯ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ 6 - 0 เสียง เห็นพ้องว่า กุ้งแช่แข็งที่นำเข้าจากประเทศข้างต้น มีการทุ่มตลาดทำลายอุตสาหกรรมกุ้งในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็มีมติยกเลิกภาษีการนำเข้ากุ้งบรรจุกระป๋อง โดยมีคะแนนเสียง 4-2 เสียง ซึ่งจะส่งผลให้มีการเพิ่มการนำเข้าอีกประมาณ 0.4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการพิจารณาภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดขั้นสุดท้าย (anti dumping หรือ AD) นั้น จะเลื่อนออกไปชั่วคราว เนื่องจากไทยและอินเดียได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ
ไทย-อินเดียเตรียมเฮมะกันยกเลิกเอดี
นอกจากยังการรายงานยังระบุอีกว่า คณะกรรมาธิการยังเตรียมพิจารณาทบทวนถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกภาษีทุ่มตลาดเป็นกรณีพิเศษให้กับประเทศไทยและอินเดีย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากคลื่นยักษ์สึนามิ โดยจะมีการหยิบยกประเด็นการทุ่มตลาดมาทบทวนว่า จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งในประเทศหรือไม่ หากมีการยกเว้นภาษี และจะทำการรวบรวมข้อมูลและให้มีการนำเสนอคำร้องเกี่ยวกับผลกระทบจากคลื่นยักษ์
ซึ่งก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมได้ตั้งหัวข้อใหญ่ของการประชุมคือ การพิจารณาไต่สวนการทุ่มตลาดของประเทศข้างต้น แต่เมื่อมีการประชุมแล้วหัวข้อใหญ่กลับเป็นการหามาตรการเร่งด่วนมาช่วยเหลือและดำเนินการกับประเทศไทยและอินเดีย ซึ่งถูกคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม
สำหรับตัวเขภาษีที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศจะเก็บภาษีทุ่มตลาดกุ้งนำเข้าจาก 6 ประเทศ ดังนี้ ไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 5.79-6.82% เอกวาดอร์ 2.35-4.48% อินเดีย 5.02-13.42% บราซิล 9.69-67.80% จีน 27.89-112.81% และเวียดนาม 4.13-25.76%
ทั้งนี้ปัจจุบันกุ้งกลายเป็นอาหารทะเลที่มีการบริโภคกันมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยประมาณ 90 % ของปริมาณกุ้งทั้งหมดเป็นกุ้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เฉพาะไทยส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ กว่า 1 พันล้านดอลลาล์ ทำให้ปัจจุบันสหรัฐฯ ถือเป็นชาติที่บริโภคอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก
นายทุนมะกันช่วยหนุนปลดเอดี
ด้านนายเบรน เวนน์ ประธานบริหารลอสแองเจลลิส เบส ลูบิคอล รีซอล ผู้นำเข้ากุ้งจากไทยรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีการทุ่มตลาด กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะไทย ซึ่งขณะนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากคลื่นยักษ์สึนามิ สหรัฐฯจึงยังไม่สมควรนำเรื่องภาษีเอดีมาพิจารณา แต่เรื่องที่ควรพิจารณาเป็นการเร่งด่วนน่าจะเป็นการทบทวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และการหามาตรการช่วยเหลือมากกว่า
ผู้บริหารระดับสูงของผู้นำเข้ากุ้งไทยรายใหญ่ กล่าวต่อไปว่า ความเสียหายดังกล่าว นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อไทยและอินเดียแล้ว ในเรื่องการนำเข้ากุ้งยังอาจส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ เองด้วย เนื่องจากความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิเกิดขึ้นในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงใหญ่ของไทย ทำให้จำนวนการผลิตอาจลดลงจากความเสียหาย ทำให้ ITC ต้องหามาตรการอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือในเรื่องภาษีแก่ไทยและอินเดีย ส่วนความเสียหายต่อวงการกุ้งไทยนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดจากทางการไทยและอินเดีย
"ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานฟาร์มเลี้ยงหลายแห่ง รวมถึงโรงเพาะฟักได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตลูกกุ้งที่จะได้ในอนาคต หายไปอย่างมหาศาล"
"พงศักดิ์" เตรียมพิสูจน์เสียหายจริง
ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากสำนักงานกฎหมายที่ไทยว่าจ้างให้ติดตามเรื่องสหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดกุ้งไทยหรือเอดีว่า ล่าสุดคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ อาจจะยกเลิกมาตรการ AD กุ้งให้กับประเทศไทยและอินเดีย ที่ประสบปัญหาจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม

แต่ทั้งนี้จะต้องขอให้ทางไทยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยเรื่องนี้จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ทราบต่อไป เท่าที่ทราบคณะกรรมการไต่สวนได้มีการโหวตเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการดังกล่าว 4 ใน 6 เสียง ให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่ดีสำหรับกุ้งไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องส่งข้อมูลเพื่อพิสูจน์ความเสียหายดังกล่าว ว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชาวนากุ้งของประเทศทั้งสองจริง
ค้าต่างประเทศระดมข้อมูลด่วน
ด้านนายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ของไทยในสหรัฐฯ ว่า คณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐ ได้หยิบยกกรณีที่ประเทศในเอเชียทั้งไทยและอินเดียที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิและได้มีการยื่นข้อเสนอว่า จะมีการทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สำหรับสินค้ากุ้งที่นำเข้าเป็นกรณีพิเศษ หากมีเหตุผลเพียงพอก็จะเปลี่ยนแปลงการใช้มาตรการเอดีได้
"ทาง ITC ยกขึ้นมาเองเลยว่า จะพิจารณาทบทวนให้เป็นกรณีพิเศษ แม้ว่าจะมีการประกาศผลความเสียหายขั้นสุดท้ายไปแล้วว่ามีความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ จริง และกำลังจะเริ่มจัดเก็บอากรเอดี แต่ในเมื่อประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากสึนามิและการเลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหายไปด้วยก็จะพิจารณาดูให้ว่าถ้าสึนามิทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งเสียหาย ก็จะเปลี่ยนแปลงอัตราเอดีให้เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือ คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ ITC จะให้มีการขอให้ไทยส่งข้อมูลความเสียหายไปให้ ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศได้แจ้งให้ผู้ประกอบการได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว"
ทั้งนี้ อัตราเอดีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อ ITC ได้ประกาศผลการไต่สวนความเสียหายขั้นสุดท้ายแล้ว และจากที่ได้รับแจ้ง ITC ยืนยันว่ามีความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐจริง โดยเฉพาะกุ้งสด แต่เมื่อมีเหตุการณ์สึนามิทำให้อุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งในประเทศที่ถูกใช้มาตรการเอดีได้รับความเสียหาย ITC จึงได้ประกาศที่จะทบทวนใหม่ให้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ผลการทบทวนจะออกมาในรูปใดก็ขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน
ประมงเร่งสรุปความเสียหาย
ขณะที่นายสิทธิ บุณยรัตนผลิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า นับว่าเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกรของไทย หากสหรัฐฯ ลดอัตราเอดีกุ้ง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ประกอบอาชีพประมงต่อไป หลังจากที่หลายรายหมดกำลังใจในการประกอบอาชีพ จากการที่คลื่นสึนามิได้ทำลายบ่อเลี้ยงกุ้ง หอย ปลา และโรงเพาะ หมดทั้ง 100% ซึ่งปัจจุบันทางกรมประมงอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อชี้แจงให้ทางสหรัฐฯ รับทราบต่อไป
สำหรับ ผลกระทบจากสึนามิ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2548 พบว่า พื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ประเภทกระชังปลา เสียหายรวม 27.828 ราย บ่อเลี้ยงกุ้งแง และปลา เสียหายรวม 199.8 ไร่ และโรงเพาะ เสียหาย รวม 573 ราย เครื่องมือประมง ประเภท โป๊ะ เสียหาย 421 โป๊ะ อวน 1,871 ปาก ลอบ 13,690 อัน
ส.กุ้งไทยระดมตัวเลขก่อนวันที่ 14
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยหากสหรัฐฯ จะประกาศทบทวนเอดีกุ้งแก่ประเทศที่ประสบปัญหาคลื่นยักษ์ถล่ม ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องทำตอนนี้คือประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดทำข้อมูล และสรุปผลความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลื่นสึนามิ เพื่อให้สหรัฐอเมริกาได้ทบทวนหรือยกเลิกการจัดเก็บเอดีกุ้ง และเชื่อว่าสหรัฐฯ จะแสดงความเป็นผู้นำในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศที่เดือดร้อนและคงมีการทบทวนเรื่องเอดีกุ้งให้กับประเทศที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิ ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมาเองเพื่อช่วยเหลือประเทศผู้ประสบภัย ซึ่งภาคเอกชนเห็นด้วยกับเรื่องนี้
"การประกาศทบทวนการเก็บเอดีกุ้งไทยจาก ITC ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน เนื่องจากเห็นใจประเทศที่ประสบภัยจากคลื่นสึนามิ แต่อย่างไรก็ตามทาง ITC คงอยากรู้ตัวเลขเสียหายที่แท้จริง ซึ่งทางสมาคมฯ ได้มอบหมายให้สมาชิกที่ได้รับความเสียหาย แจ้งรายละเอียดที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อรวบรวมตัวเลขความเสียหายทั้งหมดเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นภายในวันที่ 14 นี้"
ชี้ปลดเอดีส่งผลแง่บวกต่อจีเอสพี
ขณะที่ ท.พ.สุรพล ประเทืองธรรม ที่ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศสหรัฐฯ เล็งเห็นถึงหลักมนุษยธรรม โดยการเปิดช่องให้ทางการไทยชี้แจงความเสียหายจากภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ในส่วนของสมาคมได้เรียกประชุมสมาชิกโดยด่วน ซึ่งในเบื้องต้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้ข้อสรุปสภาพความเสียหายโดยรวมของอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยเแล้ว จากนั้นก็จะนำข้อสรุปที่ได้เสนอต่อรัฐบาลไว้ชี้แจ้งต่อสหรัฐฯ ในโอกาสต่อไป
"รัฐบาลจะต้องไม่หยิ่งหากเขายื่นความช่วยเหลือมาจริงจะต้องรับไว้ เนื่องจากในปีนี้หากรัฐบาลจะหวังพึ่งการส่งออกไก่เนื้อก็เป็นเรื่องยาก จากการที่ยังไม่สามารถจัดการกับไข้หวัดนกได้"
ส่วนการส่งออกข้าวก็มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง ดังนั้น อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง จึงเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุด หากใช้วิกฤตตรงนี้ให้เป็นโอกาส ก็จะสามารถชดเชยการส่งออกในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน หากสหรัฐฯ ลดเอดีกุ้งให้กับไทย อาจมีผลต่อเนื่องกับการต่อรองเกี่ยวกับจีเอสพีกุ้งในตลาดอียูด้วย
ประธานสุราษฎ์แนะรายงานตามจริง
ด้านนายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ลำดับต่อไปรัฐบาลจะต้องรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการเลี้ยงกุ้งใน 6 จังหวัดอันดามันของไทยให้ตรงกับความจริงเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการทบทวนยกเลิกภาษีเอดีกุ้งไทยเหลือ 0% ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่เป็นแหล่งเพาะพ่อแม่พันธุ์กุ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่มีกำลังการผลิต 70% ของปริมาณการผลิตลูกกุ้งทั้งหมดปีละ 224 ล้านตัวซึ่งในส่วนของโรงเพาะฟักได้รับความเสียหายสิ้น ทั้ง 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สินามิถล่มเป็นแหล่งผลิตกุ้งถึง 30% ของปริมาณการผลิตทั้งประเทศปีละ 3.2 แสนตัน
คนเลี้ยงกุ้งมะกันค้านเรื่องสึนามิ
ด้านตัวแทนกลุ่มพันธมิตรชาวประมงกุ้งภาคใต้และกลุ่มพันธมิตรชาวประมงกุ้งภาคใต้ 8 มลรัฐของสหรัฐฯ (southern shrimp alliance หรือ SSA) ต่าง แสดงความยินดีต่อคำตัดสินของไอทีซี โดยระบุว่า กุ้งนำเข้าจาก 6 ประเทศ ที่มีราคาต่ำอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเสียหายถึง 4,400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 176,000 ล้านบาท คนตกงานหลายพันคน และธุรกิจต้องปิดตัวไปหลายร้อยแห่ง
"รัฐควรตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นแล้วภาระจะตกมาที่ผู้เลี้ยงกุ้งอเมริกัน ส่วนผลกระทบจากคลื่นสึนามินั้น ไม่น่าจะนำมารวมกับพื้นฐานโครงสร้างในการไต่สวน และจะเปลี่ยนความถูกต้องตามกฎหมายของ ITC ได้"
ขณะเดียวกันตัวแทนผู้บริโภคและผู้ค้ากุ้งในสหรัฐฯ กลับเห็นว่า คำตัดสินนี้รังแต่จะสร้างความโกลาหลให้แก่ตลาดค้ากุ้ง ผู้บริโภคต้องบริโภคกุ้งราคาแพงขึ้น และจะกระทบผู้ทำงานในอุตสาหกรรมบริโภคกุ้งหลายพันคน

ข้อมูลจาก ทีมข่าว หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย ฉบับที36 ปักษ์แรก มกราคม 2548

นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด