ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.


เลี้ยงกุ้งแน่นให้ได้เงิน สไตล์โกต่วน
โกต่วน แห่ง ส.สักรินทร์ฟาร์ม แนะวิธีเลี้ยงกุ้งขาวแบบหนาแน่น ลงกุ้งแน่น พาเชี่ยลแต่ละครั้งได้เป็นตัน หัวใจสำคัญคนเลี้ยงต้องเอาใจใส่ ออกซิเจน อาหารต้องถึง

คุณสุพล อังวรโชติ หรือโกต่วน แห่งส.สักรินฟาร์ม จ.สตูล กล่าวถึงวิธีการลงกุ้งแน่นว่า หัวใจสำคัญของการเลี้ยงกุ้งแน่นคือ คนเลี้ยงต้องดูแลเอาใจใส่การเลี้ยงอย่างดี สำหรับวิธีการเลี้ยงของผมจะโดยเริ่มตั้งแต่หลังจับกุ้งเสร็จแล้วส่วนใหญ่ที่ฟาร์มจะเอาเลนขึ้นทุกรอบ นอกจากรอบการผลิตนั้นมีเลนน้อยจริงๆ ถึงจะไม่เอาขึ้น แล้วใส่จุลลินทรีย์ วัสดุปรับหน้าดินทั่วไป และทำการตากบ่อทิ้งไว้อีก 1-2 สัปดาห์ ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่เลี้ยงง่ายก็ตากสักหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเป็นช่วงฝนก็ไม่ตากเลย แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่เลี้ยงยากจะตากเป็นเดือน
"มันก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาลถ้าเป็นฤดูกาลที่เลี้ยงยาก คือช่วงหนาว ความเสี่ยงมากอัตรารอดต่ำ และก็โรคก็เยอะ จึงต้องตากเป็นเดือน แล้วใช้สารปรับปรุงดินนิดหน่อย ใช้พวกวัสดุปูน พวกฮิวมัสปรับปรุงดิน ใส่ปริมาณพอเหมาะ แต่ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับค่าพีเอช ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินเป็นหลัก ถ้ากรดจัดๆ ต้องใส่ปูนเยอะหน่อย อาจเป็นตันเลยก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 1 ตัน/ไร่"
โกต่วนบอกว่า เมื่อปรับสถาพดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะดึงน้ำเข้ามาแล้วทำสีน้ำเลย ถ้าในเขตที่ดินเป็นกรดจะใส่ปูนแล้วต้องดึงน้ำเข้าเลย จะตากต่อไปไม่ได้ เพราะสนิมมันจะออกมาเยอะ ถ้าในโซนที่ไม่เป็นกรดก็ตากบ่อได้อีกสักพัก ถ้าเกิดดินมีกรดจัดมีผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งมาก ส่วนใหญ่ดินที่เป็นกรดจะเป็นดินบริเวณพวกป่าชายเลนพวกนี้กรดจะจัดมาก เพราะว่ามันเกิดการทับถมของของเสียมาเป็นเวลาหลายปี
จากนั้นดึงน้ำเข้าบ่อครั้งแรกจะดึงเข้ามาประมาณ 1 เมตรก่อน แล้วค่อยเติมเข้าไปเรื่อยๆ หลังจากลงกุ้งไปแล้วสัก 1-2 อาทิตย์ จนที่สุดน้ำจะสูงประมาณ 1.50-1.60 เมตร ที่ฟาร์มบ่อมีตั้งแต่ 2 ไร่กว่าไปจนถึง 8 ไร่ สำหรับน้ำที่นำมาใช้เราต้องมีการทรีทในบ่อสต๊อกก่อน ถ้าเป็นช่วงที่สิ่งแวดล้อมไม่ดี มีโรคระบาดจะใช้ยาฆ่าพาหะช่วย อัตราส่วนตามที่ระบุมา ทิ้งไว้จนกว่าฤทธิ์ยาหมด โดยดูจากหนอนแดงสัตว์หน้าดินที่เกิดขึ้น หรือไม่ก็นำลูกกุ้งมาลองน้ำ ถ้ากุ้งอยู่ได้ก็สามารถลงกุ้งได้เลย

ลงกุ้ง 150,000 ต่อ/ไร่
โกต่วน กล่าวต่อไปว่า กุ้งที่ปล่อยจะเป็นกุ้งพี11-12 อัตราการปล่อยถ้าเป็นกุ้งขาวปล่อยในอัตราประมาณ 150,000 ตัว/ไร่ สำหรับการให้อาหารในมื้อแรกจะใส่ในวันรุ่งขึ้น คือสมมติลงกุ้งเย็นวันนี้พรุ่งนี้เช้าก็ให้อาหารมื้อแรกได้เลย อัตราส่วนที่ให้ประมาณ 3 กิโลกรัม/แสนตัวในมื้อแรก ถัดไปอีกวันหนึ่งก็เพิ่มอีก 100 กรัม/แสนตัว
"หลังจากลงกุ้งแล้วผมให้ 4 มื้อเลย ทั้งเช้า กลางวัน เย็น และก็มื้อค่ำอีกมื้อหนึ่ง วันต่อไปก็เพิ่มอีกหนึ่งขีดต่อแสนตัว/ไร่ เพิ่มอย่างนี้ไปตลอดจนเช็คยอได้ ในการให้อาหารผมมีหลายโปรแกรม เพราะว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมในบ่อ ถ้าอาหารธรรมชาติในบ่อมีมากก็เพิ่มอาหารไม่ต้องมาก แต่ถ้าอาหารธรรมชาติมีน้อยก็ต้องเพิ่มให้มากขึ้นมาหน่อย เพื่อเร่งให้กุ้งมันกินเยอะขึ้น ประมาณ 15 วัน ก็เริ่มเช็คยอออกแล้ว"

สูตรการเช็คยอ
โกต่วน บอกถึงวิธีการเช็คยอว่า ในการวางยอที่ฟาร์มจะวาง 1 ยอ/ไร่ สูตรในการเช็คยอ ถ้าบ่อประมาณ 4 ไร่เฉลี่ยและจะเช็ค 3 ชั่วโมง ใส่อาหาร 1 กรัม ช่วงแรกตอนกุ้งอายุ 40-45 วัน เช็คทุก 3 ชั่วโมง จากนั้นก็เช็คทุก 2 ชั่วโมงครึ่ง ใส่อาหาร 1 กรัม ไปจนถึงอายุประมาณ 70-80 วัน เมื่อกุ้งอายุ 80 วันขึ้นไปจะเช็ค 2 ชั่วโมงครึ่ง ใส่อาหาร 2 กรัม หลังจากนั้นก็ลดลงเหลือ 2 ชั่วโมง จนถึงจับ
ส่วนการปรับเบอร์อาหารให้ดูจากไซซ์กุ้งเป็นหลัก จะปรับช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่กุ้ง เมื่อกุ้งมีขนาดประมาณ 1 นิ้ว ก็ให้เบอร์ 2 ได้แล้ว พอมีขนาด 2.5 นิ้ว ก็จะให้เบอร์ 3 ส่วนเบอร์ 4 จะให้ตอนที่กุ้งไซซ์เกือบ 200 ตัว/กก.
สำหรับการปรับปริมาณการให้อาหาร จะขึ้นอยู่กับการเช็คยอ ถ้าอาหารในยอหมดจะปรับเพิ่ม 10% ถ้าเหลือก็ลดเปอร์เซ็นลงมา การปรับจะปรับมื้อต่อมื้อเลย เพราะว่าในรอบวันช่วงฤดูอากาศแบบนี้ กุ้งจะกินอาหารต่างกันเยอะ เช้ากับเย็นอาจจะต่างกันถึง 20% แต่ถ้าเป็นช่วงที่อุณหภูมินิ่งๆ มันก็กินเช้ากับเย็นไม่ต่างกันมาก

เลี้ยงแบบพาเชี่ยลต้องวางแผนแต่ต้น
โกต่วน บอกว่า การเลี้ยงแบบพาเชี่ยล เราต้องมีการวางการแผนการเลี้ยงตั้งแต่แรก เพราะระหว่างการเลี้ยงเราต้องดูเรื่องออกซิเจนเป็นหลัก ถ้าออกซิเจนเริ่มไม่ได้ก็จะพาเชี่ยลขึ้นบางส่วน ถ้าลงกุ้งแน่นไร่ละ 250,000 ตัว ก็จะพาเชี่ยลตอนกุ้งอายุ 2 เดือนกว่า ถ้าลงถ้าไร่ละ 150,000 ตัวอาจจะพาเชี่ยลที่ 3 เดือนกว่า ไซซ์จะแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของกุ้ง นอกจากดูเรื่องออกซิเจนแล้วยังต้องดูเรื่องการกินอาหารของกุ้งประกอบไปด้วย ถ้ากุ้งกินอาหารเยอะแสดงว่ากุ้งในบ่อมีมาก
"ชุดแรกที่เอาขึ้นนี่ประมาณ 2 ตันครึ่งถึง 3 ตัน/บ่อ ขึ้นอยู่กับไซซ์กุ้ง ถ้ากุ้งไซซ์ 80 ตัว/กก จะออกประมาณ 3 ตัน ในการเลี้ยงบางบ่อเอาขึ้น 2 รอบก็มี 3 รอบก็มี ความหนาแน่นเป็นเกณฑ์ เราต้องการเอาขึ้นไซซ์ไหน เราเลี้ยงต้องวางแผนล่วงหน้าเลย ถ้าบ่อที่ลงแน่นระหว่างการเลี้ยงเราอาจจะพลิกแพลงวิธีการเลี้ยงได้ อาจจะพาเชี่ยลเร็วกว่าไซซ์ 80 ตัว/กิโลกรัมก็ได้ อาจจะเป็นไซซ์ 90 ตัว/กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง"

เผยเทคนิคการเลี้ยงกุ้งแน่น
โกต่วน บอกว่า ในการเลี้ยงแบบกุ้งแน่น แล้วพาเชี่ยลมันมีเทคนิคการดูแลออกซิเจนให้ถึง ส่วนเรื่องอาหารเราก็ต้องกล้าลดกล้าเพิ่ม ถ้าเห็นว่ากุ้งกินดีก็ให้ได้ แต่ถ้ากุ้งไม่กินต้องยอมลดเช่นกัน นอกจากนี้ยังต้องดูแลเรื่องน้ำ ปริมาณแก็สในน้ำต้องควบคู่ไปด้วย ถ้าออกซิเจนเริ่มต่ำก็ต้องรีบจัดการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด หัวใจของการเลี้ยงกุ้งแน่นอยู่ที่ออกซิเจนและการดูแลเอาใจใส่ของคนเลี้ยงเป็นหลัก
"ในรอบการเลี้ยงที่ผ่านมาผมไม่ใช้ยาหรือสารเคมีเลย เราพยายามคุมเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องแก๊ส เรื่องการให้อาหาร แพลงก์ตอน ดูสิ่งแวดล้อมในบ่อ โดยพื้นฐานการเลี้ยงก็ไม่ได้พิเศษกว่าที่อื่นมากมายสักเท่าไร เทคนิคการตั้งเครื่องตีน้ำตั้งอะไรก็เหมือนกับทั่วๆ ไป เพียงแต่ว่าเราจับจุด เรื่องสิ่งแวดล้อมในบ่อของเราให้ดีที่สุดเป็นการป้องกันไปในตัว ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดีโรคมาแน่นอน"

แบบไหนดีกว่ากัน?
ต่อคำถามที่ว่า การเลี้ยงแบบพาเชี่ยลกับการเลี้ยงแบบเที่ยวเดียวจับแบบไหนจะดีกว่า โกต่วน กล่าวว่า ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยหนาแน่นมากก็ต้องพาเชี่ยล ถ้าวันดีคืนดีแพลงก์ตอนดร็อป ออกซิเจนตกกุ้งตายเป็นกองเลย มันขึ้นอยู่กับตอนที่เราวางแผนการเตรียมบ่อและก็ปล่อยกุ้ง ถ้าวางแผนว่าจะเลี้ยงแบบพาเชี่ยลก็ลงแน่นนิดหนึ่ง บางสเป็คอาจจะไม่พาเชี่ยลอาจจะลากยาวไปเลยจนจับก็ได้ ก็ดูว่าสภาพน้ำในบ่อมันรับไหวไหม ถ้าลงไร่ละ 150,000 ตัว/ไร่ อาจจะต้องพาเชี่ยลออกบ้าง ถ้ามันติดเยอะและโตเร็ว ถ้าเราต้องการดึงไซซ์ คือจับรอบสอง ที่ไซซ์ประมาณ 50 ตัว/กิโลกรัม ที่ 4 เดือน แต่อยากได้ไซซ์ 40 อีกสักชุดหนึ่งก็เหลือไว้บางส่วนสัก 200,000 - 300,000 ตัว เราก็จะได้ไซซ์หน้า 4 ถ้าสิ่งแวดล้อมรับได้ก็ทำได้"

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่39


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด