ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เลี้ยงกุ้งไม่ติด คิดถึง "อวยชัย"

คุณอวยชัย สุภัตราภรรณ์ ฟาร์มตั้งอยู่ที่142/5 ม.2 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ 81170 เป็นอีกหนึ่งท่านที่ผู้เลี้ยงกุ้งขาวที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ซึ่งกว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงขั้นนี้ได้ คุณอวยชัยยอมรับโดยตรงเลยว่าต้องอาศัยการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง และสอบถามจากผู้อื่น แล้วนำกลับมาประยุกต์ใช้ในบ่อของตัวเอง

" 3 ปีเลี้ยงได้หน้า 4 ตลอด
คุณอวยชัย ย้อนอดีตให้ฟังว่า ก่อนจะมาเลี้ยงกุ้งขาว ตนเคยทำงานอยู่ที่ บ.เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิชาการ ประจำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การทำงานที่ซี.พี.ผมจะมีหน้าที่ดูแลและรายงานการเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้นักวิชาการทราบเป็นระยะ เมื่อทำงานได้ระยะหนึ่งจึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วย จากนั้นไม่นานเริ่มมีความคิดว่าตัวเองน่าจะมาเปิดฟาร์มเลี้ยงกุ้งดูบ้าง เพราะมีประสบการณ์อยู่แล้วจึงมั่นใจว่าต้องทำได้แน่ พอเริ่มหันมาเลี้ยงกุ้งเองได้ไม่นานก็เกิดปัญหาแพไม่รับซื้อ เพราะกุ้งแตกไซซ์มาก ประกอบกับได้มีโอกาสเดินทางไปดูฟาร์มกุ้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ปรากฏว่าฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงกุ้งขาวประสบความสำเร็จ กุ้งอัตรารอดสูง ไม่แตกไซซ์ ผลผลิตต่อบ่อได้ถึง 50-60 ตัน หลังจากนั้นจึงตัดสินใจปรับการเลี้ยงจากกุ้งดำมาเป็นกุ้งขาวรวดเดียว 3 บ่อ การเลี้ยงในช่วงแรกต้องอาศัยสอบถามเทคนิควิธีการเลี้ยง การจัดการจากผู้อื่น เพราะยังไม่เค่ยเลี้ยงกุ้งขาวมาก่อน ดังนั้นจึงต้องอาศัยคำปรึกษาจากผู้อื่นอยู่บ้าง แล้วค่อยๆ มาประยุกต์ใช้ในฟาร์ม
"ตอนที่ผมเลี้ยงครั้งแรก ผมยังไม่มั่นใจเท่าไรจึงต้องอาศัยโทรศัพท์ไปสอบ คนที่เคยเลี้ยงมาก่อน เรียกว่าโทรถามกันทุก 10-15 วัน ผมถามหมดตั้งแต่การเลี้ยง การจัดการ รอบนั้นกุ้งขาวที่บ่อก็ผ่านไปได้ด้วยดี จาก 3 บ่อ ผมก็ขยายออกไปเป็น 15 บ่อ ในรอบต่อมา และตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เลี้ยงกุ้งขาวมา ผมเลี้ยงได้หน้า 4 ตลอด"

" การเตรียมบ่อนานถึง 2 เดือน
หลังจากจับกุ้งแล้ว คุณอวยชัย บอกว่า จะตากบ่อให้แห้งโดยการตากทิ้งไว้นาน 1-2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าบ่อที่ตากไว้นั้นแห้งและปลอดเชื้อโรคต่างๆ จากนั้นจะนำรถแทรกเตอร์มาดันขี้กุ้งออกจากบ่อและนำปูนมาร์ลมาโรยที่พื้นบ่อให้ทั่ว ในปริมาณ 1 ตัน/ไร่ เพราะปูนมาร์ลมีคุณสมษัติในการปรับสภาพดินและยังเป็นตัวเพิ่มธาตุอาหารในดินด้วย
สำหรับการดึงน้ำเข้าบ่อที่นี้เราจะสูบน้ำสดจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งเราจะดึงน้ำเข้ามาเกือบเต็มบ่อ เพราะในหน้าแล้งน้ำจะระเหยมาก จากนั้นจะปล่อยน้ำทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้นทิ้งไว้ 3-4 วัน แล้วถึงนำคลอรีนมาสาดให้ทั่วบ่อในอัตราส่วน 1 ถัง/ไร่ โดยจะทำในช่วงหัวค่ำ เพราะถ้าทำตอนช่วงเช้าหรือช่วงสายคลอรีนจะออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ แล้วเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อให้คลอรีนกระจายไปทั่วทั้งบ่อ และทำการปิดเครื่องตีน้ำในเวลาเที่ยงคืน ทิ้งไว้ 2-3 วัน รอให้คลอรีนหมดฤทธิ์ ถึงเริ่มทำสีน้ำ

" เทคนิคการทำสีน้ำ
คุณอวยชัย กล่าวต่อไปว่า จากนั้นจะเริ่มทำสีน้ำโดยการใช้ปูนโดโลไมล์หว่านในอัตราส่วน 500 ก.ก./บ่อ แล้วเปิดเครื่องตีน้ำตลอดทั้งวัน ทิ้งไว้อีกหนึ่งวันแล้วถึงมาดูสีน้ำในบ่อว่าขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ขึ้นก็ลงปูนโดโลไมท์ซ้ำอีกครั้งในอัตราส่วนเท่าครั้งแรก ถ้าสีน้ำยังไม่ขึ้นให้หว่านซ้ำจนกว่าสีน้ำจะนิ่ง ถ้าสีน้ำนิ่งแล้วในช่วงเช้าให้เปิดเครื่องตีน้ำตามปรกติ ในเวลากลางคืนให้ปิดเครื่องตีน้ำทำอย่างนี้อยู่ 5-6 วัน ค่าพีเอชจะอยู่ที่ 7.1-7.8 แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนค่าพีเอชอาจจะต่ำกว่านี้ก็ได้
ส่วนวิธีสร้างสัตว์หน้าดิน ที่ฟาร์มจะนำรำบรรจุใส่ถุง ถุงละ 30 กก. จำนวน 2 ถุง/บ่อ นำมาผูกแช่น้ำไว้บริเวณริมบ่อ ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้นนำรำที่แช่ไว้ เอาไปสาดให้ทั่วบ่อ เพียงเท่านี้ก็ทำให้สัตว์หน้าดินอย่างหนอนแดงเกิดแล้ว

" ปล่อยแน่น 2 แสนตัว/ไร่
คุณอวยชัย เล่าว่า การปล่อยลูกกุ้งที่ฟาร์มจะปล่อยประมาณ 150,000-200,000 ตัว/ไร่ ในมื้อแรกจะไม่ให้อาหารเพราะเรามีการเตรียมสัตว์หน้าดินไว้แล้ว แต่จะให้ในมื้อถัดไป อย่างเช่นปล่อยลูกกุ้งในช่วงเช้าเราจะให้อาหารในมื้อเที่ยง จำนวนปริมาณอาหารเราจะใช้ 2 ก.ก./ลูกกุ้ง 100,000 ตัว/วัน โดยจะให้ 4 มื้อ/วัน ช่วงแรกจะผสมรำเข้าไปด้วย สำหรับการปรับอัตราการให้อาหารจะปรับวันต่อวัน เริ่มที่ 300 กรัม/กก. แล้วนำมาหารกับจำนวนมื้อก็จะทราบว่าในแต่ละมื้อมีปริมาณที่ปรับขึ้นเท่าไหร่ จากนั้นในวันต่อมาก็จะปรับอาหารเพิ่มขึ้นมาอีก ในการปรับเพิ่มอาหารส่วนมากจะไม่กำหนดว่าวันนี้จะเพิ่มเท่าไหร่ ขึ้นอยู่ที่ว่ากุ้งกินอาหารเป็นอย่างไร ถ้ากินมากก็จะเพิ่มให้มากหน่อย แต่ถ้ากุ้งไม่ค่อยกินอาหาร อากาศไม่ค่อยดีจะชะลอการให้อาหารลง จะไม่ค่อยมีสูตรตายตัวในการให้อาหาร ขึ้นอยู่กับกุ้งเป็นเกณฑ์
การเช็คยอจะเช็คได้ในวันที่ 15 ของการปล่อยลูกกุ้ง สำหรับปริมาณอาหารในยอจะใส่ประมาณ 1 กรัม/อาหาร 1 ก.ก. เวลาที่เช็คยอประมาณ 2 ช.ม.ครึ่ง เช็คในเกณฑ์นี้จนถึงกุ้งอายุ 50 วัน แล้วปรับมาเป็นอาหาร 2 กรัม/อาหาร 1 ก.ก. เช็คยอทุก 2 ช.ม. ทำเช่นนี้จนถึงจับ เพราะช่วงนี้จะเป็นกุ้งไซซ์ใหญ่จึงต้องลดเวลาลงแล้วเพิ่มเปอร์เซ็นอาหารในยอให้มากขึ้น
" เปิด-ปิดเครื่องตีน้ำระหว่างให้อาหาร
คุณอวยชัย กล่าวอีกว่า เครื่องตีน้ำที่ฟาร์มจะมีทั้ง 2 ระบบ ทั้ง ระบบไฟฟ้าและระบบน้ำมัน เพราะถ้าไฟฟ้าดับ เราสามารถต่อระบบน้ำมันได้ทันทีเป็นการตัดปัญหาค่าออกซิเจนตก สำหรับการให้อาหารตอนกุ้งเล็กที่ฟาร์มจะปิดเครื่องตีน้ำทั้งหมดแล้วทำการให้อาหาร และปล่อยให้กุ้งกินอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นถึงทำการเช็คยอ และเปิดเครื่องตีน้ำทั้งหมดตามปรกติ
ส่วนการเปิดปิดเครื่องตีน้ำระหว่างให้อาหาร ตอนกุ้งอายุ 50 วัน มีวิธีการดังนี้
มื้อเช้า ปิดเครื่องตีน้ำทุกตัว และให้อาหาร จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วเปิดเครื่องตีน้ำ 2 ตัว ฝั่งซ้ายตัวหนึ่งและฝั่งขาวอีกตัว เปิดแบบนี้ไป 2 ชม. แล้วถึงเปิดเครื่องตีน้ำตามปรกติ
มื้อกลางวัน ก่อนให้อาหารต้องปิดเครื่องตีน้ำหมดทุกตัว แล้วทำการให้อาหารและปล่อยทิ้งไว้ 2 ชม. แล้วถึงเปิดเครื่องตีน้ำทุกตัว
มื้อค่ำ ให้ปิดเครื่องตีน้ำก่อนให้อาหาร เมื่อให้เสร็จแล้วเปิดเครื่องตีน้ำ 2-3 ตัว หรือจะเปิดทุกตัวก็ได้เช่นกัน เพื่อป้องกันออกซิเจนไม่พอ วิธีการเปิดปิดเครื่องตีน้ำนี้จะทำไปจนถึงจับ

" เรื่องน้ำปัจจัยสำคัญ
คุณอวยชัย เล่าต่อไปว่า การเลี้ยงกุ้งมันคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับกุ้งในบ่อของเรา ดังนั้นเกษตรกรควรมีการเตรียมน้ำไว้ล่วงหน้า และในเรื่องน้ำนี้ผมให้ความสำคัญพอสมควร เพราะถ้าเกิดพบว่ามีโรคระบาด การถ่ายน้ำก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน หรือบางครั้งอาจจะถ่ายน้ำเพื่อกระตุ้นการลอกคราบของกุ้ง
"ตอนกุ้งอายุ 50 วันไปแล้ว ผมจะสังเกตน้ำในบ่ออยู่ตลอดเวลา ว่ามีลักษณะน้ำหนืดหรือไม่ หากพบว่าน้ำเริ่มหนืด สิ่งแรกที่ทำคือใส่จุลินทรีย์ลงไปก่อน ถ้าน้ำยังไม่ดีขึ้นก็จะทำการถ่ายน้ำช่วย โดยการถ่ายน้ำแต่ละครั้งจะถ่ายออกในปริมาณ 20-30 ซ.ม. และดึงน้ำเข้ามาในปริมาณเท่าเดิม น้ำที่ดึงเข้ามาต้องมาจากบ่อพักน้ำ ที่ทรีทไว้เรียบร้อยแล้ว"
นอกจากนี้คุณอวยชัย ยังฝากไว้ว่าการเลี้ยงกุ้งถ้าเลี้ยงแน่นควรเปิดเครื่องตีน้ำให้รอบจัดเข้าไว้ การเลือกลูกกุ้งทึ่นำมาเลี้ยงควรจะเลือกลูกกุ้งที่ได้มาตรฐาน มาจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ และควรมีบ่อพักน้ำสำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ........
ข้อมูลจาก หนังสือ พิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่ 41


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด